จบไปแล้วอีกปี กับเฟสติวัลในตำนานที่คนทั้งโลกรอคอยอย่าง Wonderfruit Festival 2022 ที่เพิ่งปิดฉากลงไปอย่างอลังการสมการรอคอยมา 3 ปีเต็มเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนนี้ เราเองที่ยังคงอินกับความวันเดอร์ทั้งหลายในงานนี้ ก็เลยอยากรีบมาแชร์ประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เราได้จองคอร์สเชฟเทเบิ้ลไปลองชิมอาหารลูกครึ่งอีสาน-อิตาเลียน เผื่องานปีหน้าทุกคนจะได้ไม่พลาดตามไปกินบ้าง!

หลายคนที่มา Wonderfruit ปีนี้เป็นปีแรก อาจจะยังไม่รู้ว่าที่งานนี้เขามีเชฟเทเบิ้ลด้วย ซึ่งจริง ๆ แล้วคอร์สเชฟเทเบิ้ลของที่นี่มักถูกจองล่วงหน้าเต็มรัว ๆ ก่อนเริ่มงานซะอีก โดยคอร์สเชฟเทเบิ้ลทั้งหลายจะถูกแบ่งออกเป็นมื้อเที่ยงกับมื้อค่ำ และในแต่ละวันจะไม่เหมือนกันเลย ซึ่งแน่นอนว่าทุกคอร์สล้วนมาจากความตั้งใจของเหล่าเชฟชื่อดังรุ่นใหม่ที่อยากส่งต่อมื้ออาหารที่อร่อยอย่างยั่งยืนให้กับเหล่า Wonderer ทุกคน
อย่างในปีนี้เราเลือกจองไปกินคอร์สมื้อเที่ยงของวันอาทิตย์ ซึ่งในรอบนี้เป็นการคอลแลบกันระหว่าง เชฟ Paolo Vitaletti จากร้าน Appia และ เชฟอีฟ-ณัฐธิดา พละศักดิ์ จาก Zao Isaan ที่แค่เห็นที่มาของเชฟทั้งคู่ก็ตาลุกวาวเป็นประกายแล้ว เพราะนี่คือการโคจรมาเจอกันของเชฟอิตาเลียนแท้ ๆ ส่งตรงจากกรุงโรม ที่เมื่อมาป๊ะกันกับเชฟอาหารอีสานบ้านเฮาจากฝั่ง Zao Isaan เลยเกิดเป็นความสนุกม่วนซื่นแบบแซ่บคักหลายที่ไม่เคยมีมาก่อนในชื่อมื้อพิเศษว่า Calling The Rain From Rome


Calling The Rain From Rome เป็นการจับเอากิมมิกพิธีขอฝนในภาคอีสานมาเล่น ซึ่งมีที่มาจากเรื่องเล่าส่วนตัวของทั้งสองเชฟ เนื่องมาจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งของกรุงโรม ทำให้เชฟเปาโลลองให้เชฟอีฟจุดบั้งไฟขอฝนเล่น ๆ ดู แล้วฝนดันตกที่กรุงโรมจริง ๆ คอร์สนี้เลยเหมือนเป็นการเฉลิมฉลองให้กับหยาดน้ำฝนตามประเพณีของคนอิตาลี ที่มักจะขอบคุณฟ้าฝนด้วยมื้ออาหารพิเศษและการเต้นรำ
มื้อเที่ยงของงาน Wonderfruit 2022 ในรอบสุดท้ายนี้ เราเลยจะเห็นการจับเอาซูกินีมาทำเป็นตำซั่วพร้อมน้ำปลาร้านัว ๆ ตำรับอุบลราชธานีตามสูตรของบ้านเชฟอีฟ รวมถึงการหยิบเอาลาบก้อยมาเสิร์ฟในสไตล์ทาร์ทาร์ และคาลามารี่ที่อร่อยกว่าปกติไปหลายเบอร์มาก ๆ เนื่องจากใช้ผงสมุนไพรท้องถิ่นจากภาคอีสานมาหมักปลาหมึกและคลุกแป้งทอดกรอบ

ไฮไลต์ของคอร์สนี้ต้องยกให้เมนูแจ่วฮ้อนที่เชฟเปาโลเรียกว่าเป็น Isaan Hotpot โดยแอบใส่ราวิโอลีทำมือลงไปในหม้อแจ่วฮ้อน ร่วมกับวัตถุดิบออร์แกนิกต่าง ๆ อย่างกุ้งลายเสือจากชาวประมงพื้นบ้านทางภาคใต้ ปลาเก๋าเนื้อแน่นที่ได้จากอวนดักปลาชาวบ้าน และเนื้อวากิวน่องลายจากฟาร์มทางภาคอีสาน กินคู่กับน้ำจิ้มที่มีให้เลือกตั้งแต่รสเปรี้ยว หวาน และขม ซึ่งจุด ๆ นี้เพื่อนต่างชาติโต๊ะข้าง ๆ ถึงกับยกหม้อซด!

เราว่าความน่ารักอีกอย่างของคอร์สเชฟเทเบิ้ลในวันเดอร์ฟรุตคือการได้เจอเพื่อนใหม่ที่แชร์ประสบการณ์มื้ออาหารร่วมกันจากการออกแบบผังที่นั่งในพาวิลเลียนอาหารไม้ไผ่ (Theatre of Feast) ให้เป็นแบบโต๊ะยาวสไตล์แคนทีน ล้อมรอบครัวโอเพ่นแอร์ทรงกลมที่อยู่ตรงกลางลาน สามารถมองเห็นเชฟทำอาหารได้จากทุกทิศ และที่ชอบมาก ๆ คือคอร์สเชฟเทเบิ้ลของปีนี้เลือกที่จะเสิร์ฟไวน์แบบ Free Flow สำหรับแขกทุกท่านที่จองมา ซึ่งด้วยสนนราคาหัวละ 3,500 บาทของคอร์สนี้ เอาเป็นว่าแค่มานั่งจิบไวน์ก็คุ้มแล้ว!
ใครที่สนใจด้านวัฒนธรรมอาหารและการกินดื่ม ที่งาน Wonderfruit พยายามรวบรวมเอาความหลากหลายจากทั่วโลกมาไว้ในที่เดียว ก็อย่าลืมจองมาลองสักครั้งในปีหน้า เพราะงานเจ๋ง ๆ แบบนี้จัดแค่ปีละหน พลาดไปทีนึงก็คือเสียใจกันยาว ๆ ข้ามปีไปเล้ย!
Wonder Feasts (โซน Theatre of Feast) เทศกาล Wonderfruit Festival 2022 16-18 ธ.ค. 65 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ wonderfruit.co/eat