Skip to main content
AdSense

มองตัวละครแล้วมองความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไปกับ Happy Together หนังหว่องที่ว่าด้วยการพึ่งพิงทางใจ

เราเป็นเราแล้วมันแฮปปี้จริงเหรอ?

มองตัวละครแล้วมองความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไปกับ Happy Together หนังหว่องที่ว่าด้วยการพึ่งพิงทางใจ
November 9, 2020 Bangkok time
ท่ามกลางไลน์อัป 'หนังหว่อง' ของผู้กำกับหว่องกาไวที่มารีมาสเตอร์ 4K ให้ได้ชมกันในโรงในช่วงปลาย 2020 แบบนี้ เราขอยกให้ Happy Together โลกนี้รักใครไม่ได้นอกจากเขา ปี 1997 ให้เป็นผลงานแห่งความพีกในหลายมิติ เพราะนอกจากมันจะหวือหวาและเป็นหนึ่งในหนัง LGBTQ ที่ดีที่สุดตลอดกาลแล้ว มันยังเป็นเรื่องราวที่กระทบใจทั้งในตัวมันเองตรง ๆ และในเชิงอุปมาด้วย
 
 
Happy Together เล่าถึงชาย 2 คน ที่ไปใช้ชีวิตในต่างแดนด้วยกัน พวกเขาเหมือนจะมีกันและกันอย่างขาดไม่ได้ แต่ความสัมพันธ์ก็ไม่ได้ราบรื่น ด้วยความเป็น 'ต่างชาติ' พวกเขาพึ่งพากันในการใช้ชีวิต แต่ด้วยความเป็นคน 'ต่างกัน' นิสัยใจคอทำให้พวกเขาไม่ได้ลงรอยกันนัก ทั้งคู่รัก ๆ เลิก ๆ และลงมือทำร้ายกันบ่อยครั้ง กลายเป็นความสัมพันธ์ที่สร้างรอยฟกช้ำให้ทุกฝ่าย
 
 
หนึ่งในคู่นี้ทำงานกับชายหนุ่มตัวคนเดียวที่รักอิสระ โดดเดี่ยวเดียวดายในดินแดนต่างถิ่นเหมือนกัน แต่ไม่ได้พึ่งพาใครในชีวิต แม้โอกาสจะผ่านเข้ามาให้เขาได้เกาะเกี่ยวบ้างก็ตาม หนุ่มคนนี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้หนึ่งในคู่รักเห็นว่า การอยู่ในรักที่บอบช้ำมันเหนื่อยล้าขนาดไหน แล้วเลยกลายเป็นชวนให้คนดูตั้งคำถามกับชื่อเรื่อง Happy Together ไปด้วยเลย ว่าแฮปปี้ที่ว่ามันจริงมั้ย แฮปปี้กับใคร และคำว่า 'ด้วยกัน' นี่เป็นความยินยอมพร้อมใจของฝ่ายไหนบ้างกันแน่?
 
 
ยิ่งไปกว่างานภาพของตากล้องระดับเทพ คริสโตเฟอร์ ดอยล์ แล้ว ความหนึบนัวลุ่มลึกของเรื่องยังอยู่ที่การเป็นสัญญะของการเมืองระหว่างประเทศในยุคนั้นของ 3 ตัวละครหลักด้วย โดยปี 1997 ที่หนังออกฉายครั้งแรกเป็นปีที่อังกฤษส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้กับจีนพอดี และความ 'ด้วยกัน' แต่ 'เป็นอื่น' นี้ ก็เป็นไดนามิกที่เกิดขึ้นทั้งในบรรยากาศการเมืองโลก และบรรยากาศในหนัง
 
 
ความสัมพันธ์ที่อยู่ด้วยกันมาตลอด รักกัน แค้นกัน จูบปากกัน ด่าทอกัน และพึ่งพิงกันทั้งทางร่างกายและความรู้สึกของ 2 ตัวละครนำ ไม่ต่างอะไรกับฮ่องกงและอังกฤษ ท่ามกลางฉากหลังเป็นดินแดน 'ต่างถิ่น' สำหรับทั้งคู่ (ซึ่งจะแทนค่าเป็นจีนก็น่าจะได้) ทั้งสองอยากเดินจากกันไป แต่ก็ไม่อยากเดินจากกันไป ฝ่ายหนึ่งมีรักอื่นมากมาย แต่ก็แวะเวียนกลับมาหา 'หนุ่มฮ่องกง' อยู่ไม่ขาด
 
 
 
จนกระทั่งหนุ่มฮ่องกงที่พูดกวางตุ้งมาตลอดชีวิต ได้พบกับหนุ่มไต้หวันที่ถนัดพูดแต่จีนกลางนี่สิ... ตัวละครเพื่อนร่วมงานนี้จึงเป็นอื่นไปไม่ได้เลย นอกจากเป็นตัวแทนของไต้หวัน ดินแดนโดดเดี่ยวไม่ต่างจากฮ่องกง ที่ถึงจะเบลนด์อินกับฉากหลังต่างแดน แต่ก็เป็นอื่นในสายตาคนท้องถิ่น และถึงจะพูดภาษาเดียวกับแผ่นดินใหญ่ แต่เขาก็ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของมัน สิ่งที่เขาคนนี้มีก็คือหัวใจเสรีที่รักการเดินทาง การออกไปท่องโลก เผชิญกับบรรยากาศนานาชาติ ในช่วงท้ายเรื่อง เป็นเหมือนตอนจบที่ยังไม่สิ้นสุดของนายไต้หวันคนนี้
 
 
ส่วนมิสเตอร์ฮ่องกงที่เลือกจะออกจากดินแดนที่ไปแสวงหาโอกาสแล้วกลับถิ่นฐานนั้น ก็คงต้องพบว่ามันไม่ใช่ที่ที่เขารู้จักดีอีกต่อไป กลายเป็นคนที่อยู่ที่ไหนก็รู้สึกเป็นอื่น และในใจลึก ๆ ก็ยังผูกพันและต้องการ 'เขาคนนั้น' อยู่เรื่อยไป สุดท้ายแล้วต้องเป็นยังไง อยู่ที่ไหน อยู่กับใคร ถึงจะ 'แฮปปี้' ได้จริง ๆ กันนะ? แต่ก็อีกนั่นแหละ ใครเขาแฮปปี้ในหนังหว่องกันล่ะ?
 
Happy Together โลกนี้รักใครไม่ได้นอกจากเขา เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ 12 พ.ย.
 
YouTube video
AdSense
AdSense
AdSense