Apr 10 2019

movies

มาร-ดา หนังผีเมียนมาที่มีอีก 4 เหตุผลนอกเหนือจากความน่ากลัว สู่ความน่าดูขั้นสุด

รู้นะว่าจะสื่อถึงอะไร
ตอนนี้ภาพยนตร์เรื่อง มาร-ดา หรือในชื่ออังกฤษว่า The Only Mom ภาพยนตร์สัญชาติเมียนมานั้นกำลังฉายอยู่ในประเทศไทยพอดิบพอดี เราได้ยินกิตติศัพท์เรื่องนี้มาจากชาวเมียนมา และคนไทยที่เคยได้ดูที่ประเทศเมียนมามาแล้วว่าทั้งหลอน ทั้งสนุก และยังสอดแทรกเรื่องราวที่มากกว่าความหลอนและน่ากลัวอีกด้วย รู้แบบนี้เราเลยขอพิสูจน์ด้วยตัวเองสักหน่อยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะดีงามขนาดไหน และนี่คือ 4 สิ่งที่เรารู้สึกว่า นี่แหละคือความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้ที่มีมากกว่าความสยองขวัญ (ที่จริง ๆ แล้วก็น่ากลัวเวอร์แหละ)
 
 

ความเชื่อ

 
 
แน่นอนว่าภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับผีสางแบบนี้ก็ต้องเต็มไปด้วยความเชื่อต่าง ๆ นานาอยู่แล้ว ซึ่งหลาย ๆ ความเชื่อก็สอดคล้องกับเรื่องราวของบ้านเรา (ก็ประเทศเราใกล้กันนี่เนอะ) โดยเฉพาะความเชื่อเรื่องผีและวิญญาณ ที่บ้านเรากับเมียนมาเองก็มีคนทรงเจ้า (ส่วนเมียนมาเรียกว่า นัตกะดอว์) หรือการเลี้ยงดูผีไว้ใช้งาน ที่บ้านเราก็เลี้ยงกุมารทอง บ้านเขาก็เลี้ยงผีนัตบ้าง ดังนั้นเรื่องนี้ก็จะเป็นสะพานเชื่อมเรื่องราวของความเชื่อต่าง ๆ ในภาพยนตร์ให้เราอินมากขึ้นอีก
 
 
ที่จริงแล้วในกองถ่ายนี้ก็มีเรื่องลี้ลับที่ชวนเศร้าเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน หากใครได้เข้าไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้กันมาแล้ว น่าจะได้เห็นว่าหลังจบภาพยนตร์ มีการขึ้นข้อความถึงอู หล่า เอย์ หนึ่งในนักแสดงของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย อู กล่า เอย์ แสดงเป็นนัตกะดอว์ หรือร่างทรงผีนัตในเรื่อง ซึ่งตัวจริงของอู หล่า เอย์ นั้นก็เป็นนัตกะดอว์จริง ๆ เขาไม่เคยแสดงภาพยนตร์หรืออยู่หน้ากล้องมาก่อนเลย แต่การได้แสดงอะไรสักอย่างถือเป็นความฝันของเขา เมื่อผู้กำกับภาพยนตร์ติดต่อไปหา อู หล่า เอย์ จึงตอบตกลงในทันที แม้ในช่วงแรก ๆ ของการแสดง เขาอาจยังไม่เข้าที่เข้าทางด้วยความใหม่ของงานแสดง แต่เมื่อเขาเริ่มเข้าถึงตัวละคร และเข้าถึงเรื่องราวของภาพยนตร์ที่เกิดขึ้น เขาก็ได้มอบการแสดงที่ดีเยี่ยมเอาไว้ให้กับมาร-ดา หลังเสร็จสิ้นการถ่ายทำ เขายังคุยกับทุกคนอย่างยิ้มแย้มและสนุกสนาน และเมื่อกลับจากกองถ่ายไปสู่บ้านเพียง 2 ชั่วโมง อู หล่า เลย์ ก็จากไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลัน

วัฒนธรรม

 
 
ความเก๋อีกอย่างหนึ่งที่เราชอบมาก ๆ ของมาร-ดา คือการที่เส้นเรื่องของภาพยนตร์ทั้งหมดดำเนินอยู่บนเรื่องราวท้องถิ่นของเมียนมา แต่พอดูจบกลับรู้สึกว่า เอ๊ะ นี่มันไม่ใช่เรื่องราวเฉพาะกลุ่ม เฉพาะเมือง หรือเฉพาะประเทศเมียนมาเลย แต่มันให้ความรู้สึกเป็นสากลมาก ๆ วัฒนธรรมต่าง ๆ ของเมียนมาไม่ใช่ปัญหาที่เราจะเข้าถึงยาก เพราะถ้ามองลงไปลึก ๆ แล้วเราก็รู้สึกว่า สิ่งหนึ่งที่ยึดระหว่างวัฒนธรรมที่แตกต่าง ก็คือความเป็นมนุษย์ที่เราพึงมีเหมือนกัน นอกจากนั้นหลาย ๆ วัฒนธรรมก็ยังไม่ต่างจากบ้านเราเท่าไหร่ เช่นการย้ายบ้านเพื่อการงานที่ดีกว่า, ความเชื่อว่าถ่ายรูปแล้วจะเก็บวัญญาณของผู้ถูกถ่ายเอาไว้ หรือวัฒนธรรมการเลี้ยงดูบุตรหลาน เหล่านี้ก็ไม่ค่อยต่างกับบ้านเราสักเท่าไหร่ ซึ่งดู ๆ ไปก็ลองเอามาเทียบกันไปก็สนุกดีนะ

การเมือง

 
 
เรารู้สึกเอามาก ๆ ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีความแฝงนัยยะทางการเมืองอยู่ไม่มากก็น้อยก็เมื่อตอนที่ดูหนังจบแล้วออกมาครุ่นคิดนี่แหละ ว่าแท้จริงแล้วภายใต้ความสยดสยองน่ากลัวของหนังเรื่องนี้ ก็แอบสอดแทรกเรื่องของอำนาจนิยมเข้าไปด้วย ผู้กำกับภาพยนตร์อย่างแน็ต-ชาติชาย เกษนัส (ใช่แล้ว ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นคนไทย แต่กำกับหนังเมียนมา และเคยกำกับฯ หนังรักน้ำดีอย่าง ถึงคน...ไม่คิดถึง มาก่อนแล้วนั่นเอง) เป็นคนคิดคำโปรยบนโปสเตอร์ของหนังเรื่องนี้ด้วยตัวเองว่า "เกิดเป็นลูก อย่าเลือกแม่" ที่ช่วยตอบคำถามเรื่องความเป็นแม่-ลูกในภาพยนตร์ได้ชัดขึ้น กับอำนาจนิยมที่บางทีเราก็คุ้นชินไปเสียเฉย ๆ เราส่วนใหญ่แล้วอำนาจนิยมมักจะชนะเสมอ (แม้มันไม่ควรได้ผลลัพธ์แบบนั้นทุกครั้งเถอะ) เหมือนพ่อแม่ กับลูก หรือครูกับนักเรียน และโยงไปได้ถึงผู้นำกับประชาชน ที่บางทีก็ไม่มีเหตุผลอะไรมาสนับสนุนสิ่งที่เขาทำเลย แค่บอกว่าจงมั่นใจว่าสิ่งที่เขาทำมันถูกแล้ว แค่นี้ก็สามารถทำได้ เรื่องอำนาจมันร้ายกาจแบบนี้แหละ อื้อหือ มองเห็นปัจจุบันของบ้านเมืองเราเฉยเลยอะ

ผู้หญิง

 
 
ผู้หญิงที่เราหมายถึงในที่นี้ไม่ใช่เรื่องเพศนะ แต่เราพูดถึงความเป็นผู้หญิงที่โดดเด่นในภาพยนตร์เรื่องนี้ อย่างที่เห็นชัดๆ เลยก็คือตัวเอกที่เดินเรื่องด้วยผู้หญิง ทั้งแม่ และลูก ผีอะเหม่จัม (คือผีนัตตนหนึ่งที่คนเมียนมาเคารพ อะเหม่ แปลว่าแม่ จัม แปลว่าหยาบ ก็คือผีแม่ที่ดุร้ายนั่นเอง) ก็เป็นผู้หญิง ซึ่งมันก็สะท้อนกับความเชื่ออีกว่า ความเป็นผู้หญิงมักอยู่ในความสนใจอยู่เสมอ คนอีสานบ้านเรา รวมไปถึงชาวบ้านนา หรือคนเมียนมาเอง ก็จะคุ้นเคยกับการเลี้ยงผี ผีปู่ ผีย่า แล้วผีเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็ต้องเป็นผู้หญิงด้วยนะ พอพูดถึงเรื่องนี้ก็ชัดเจนอีกอย่างหนึ่งว่า ผีที่ประสบความสำเร็จมักเป็นผีผู้หญิง ผีผู้ชายก็น่ากลัว แต่ไม่จำฝังใจเท่าไหร่ หนังผีเลยต้องเป็นผีผู้หญิงเสียมาก ขนาดผีคู่บุญอย่างกระสือ กับกระหัง ก็ยังเห็นชัดเลยว่ากระสือติดท็อปไฟว์ผีไทยน่ากลัว แต่กระหังนี่เงียบจังเลยจ้า 
 
มาร-ดา (The Only Mom) ฉายแล้ววันนี้ที่โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพระรามเก้า เซ็นทรัลแม่สอด เซ็นทรัลมหาชัย เมญ่าเชียงใหม่ เดอะมอลล์บางกะปิ บิ๊กซีบางพลี House RCA และ MVP บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ และเลย ติดตามรอบฉายและรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Documentary Club