หากมีบ้านอยู่แถวบางซื่อ หรือเตาปูน เราอยากให้ลองเดินไปถามผู้หลักผู้ใหญ่แถวนั้นว่าถ้าอยากกินไอศกรีมอร่อย ๆ ต้องไปร้านไหน เราเชื่อว่าส่วนใหญ่จะต้องตอบว่า ร้านทิพย์รส แน่ ๆ แต่กับคนรุ่นอย่างเราน่าจะไม่คุ้นชื่อและคิดภาพไม่ออกว่าร้านทิพย์รสขายไอศกรีมแบบไหน หรือว่าเป็นเจ้าของเดียวกับแบรนด์น้ำปลาชื่อดังหรือเปล่า หน้าตาร้านน่าจะดูโบราณตามอายุที่เปิดให้บริการ แต่ที่จริงแล้วเปล่าเลย เพราะเมื่อเราไปถึงร้านย่านเตาปูน ก็ต้องพบว่าหน้าตาของร้านใหม่กิ๊งและโมเดิร์นชวนให้เดินเข้าไปสุด ๆ

ต้องบอกว่าที่จริงแล้วร้านทิพย์รสในปัจจุบัน ถูกเปลี่ยนผ่านมือมาตั้งแต่ผู้ก่อตั้ง มาจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานในปัจจุบันแล้ว จึงไม่แปลกที่จะต้องเปลี่ยนหน้าตาใหม่หมดให้สมกับยุคสมัย ทั้งดีไซน์ของตัวร้าน ไปจนถึงเมนูไอศกรีมที่ครีเอตออกมาได้น่ากินและลืมไอศกรีมกะทิเดิม ๆ ไปเลย คุณตรีทศพล วิจิตรกุล บอกกับเราว่าร้านทิพย์รสเปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2513 แล้ว ก่อนหน้านี้ร้านอยู่หน้าปากซอยเลย แต่ตอนนี้ตัวร้านได้ย้ายเข้ามาอยู่ในซอยแทน (ซึ่งเข้ามาในซอยนิดเดียวแค่ 20 เมตรเท่านั้น) ซึ่งทิพย์รสก็ยืนหยัดอยู่ที่ย่านเตาปูนนี้มาตั้งแต่เริ่มต้น และสมัยก่อนเตาปูนก็เป็นอีกย่านหนึ่งที่มีของอร่อยขึ้นชื่อรวมกันอยู่เยอะแยะ และทิพย์รสก็เป็นหนึ่งในร้านเหล่านั้น พอมาถึงการบริหารงานของรุ่นปัจจุบันจึงไม่คิดที่จะย้ายร้านไปไหน เพราะอยากทำให้ย่านเตาปูนกลับมาคึกคัก และเป็นจุดหมายปลายทางของใครหลาย ๆ คนเหมือนดังอดีตอีกครั้ง

แน่นอนว่าที่นี่เป็นที่ยอมรับเรื่องความอร่อยของไอศกรีมที่เป็นรสแบบไทยแท้ดั้งเดิมมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไอศกรีมกะทิและไอศกรีมนมที่มีความหวานมัน เนื้อละมุน เข้มข้นอันเป็นเอกลักษณ์ ส่วนหนึ่งมาจากความตั้งใจในการเลือกวัตถุดิบที่นำมาใช้ด้วย อย่างกะทิ ทางร้านก็ใช้กะทิคั้นสดจากมะพร้าวทับสะแก หรือไอศกรีมทุเรียน ก็เลือกใช้แต่ทุเรียนหมอนทองคัดพิเศษมาทำ แถมแต่ละวันยังทำไอศกรีมในจำนวนจำกัดอีก เพื่อให้เหลือไอศกรีมคงค้างในแต่ละวันให้น้อยที่สุด เพราะเขาต้องการให้เราได้อร่อยกับไอศกรีมสดใหม่อยู่เสมอยังไงล่ะ
แน่นอนว่าไหน ๆ ก็ถูกบริหารด้วยคนรุ่นใหม่แล้ว ร้านรวงที่ยกเครื่องหน้าตาให้ดูเก๋เก๋ขึ้น แต่ยังคงความเป็นไทยไว้ด้วยวัสดุและการตกแต่ง ทั้งหน้าโต๊ะหินอ่อน หรือการเลือกใช้ลายฉลุแบบไทยโบราณมาประดับร้าน ไปจนถึงการหยิบเอาของเก่าต่าง ๆ มาตกแต่ง ทั้งนาฬิกาแขวน หรือภาพร้านในสมัยแรกเริ่ม ก็เข้ากับตัวเมนูไอศกรีมไทย ๆ ดีเชียวแหละ แต่ขอบอกว่าตัวเมนูไอศกรีมก็ถูกเปลี่ยนหน้าตาใหม่หมดเลยเช่นกันนะ เริ่มตั้งแต่เมนูระดับตำนานทั้ง 5 ที่เป็นเมนูบ้าน ๆ แต่หน้าตาดีกว่าที่คิด ทั้งทิพย์รสไข่แข็ง (49 บาท) เมนูดั้งเดิมของทางร้านที่เราคุ้นเคยในแบบเอาไข่แดงไปละเลงในไอศกรีมจนแข็งแล้วตักรวมกันมา แต่นี่เขาเอาไข่เป็นใบ ๆ มาทำให้เป็นไข่แข็ง เลยได้รับรสชาติหอมมันไปเต็ม ๆ กินคู่กับไอศกรีมรวมมิตรที่เนื้อเยอะเวอร์ แถมยังมีซุปข้าวโพดราดอีก อีกตัวที่น่าสนใจคือกะทิทรงเครื่อง (59 บาท) เขาบอกว่าถ้วยนี้คือถ้วยที่สร้างชื่อให้กับทางร้านมาเลยนะ ไอศดรีมรวมมิตรที่เสิร์ฟมาพร้อมเครื่องเคียงทั้งลูกชิด เม็ดบัว มะยมเชื่อม มะม่วงเชื่อม เยลลี่ และถั่วลิสงคั่ว ใครชอบกินเครื่อง ถ้วยนี้คือฟินแน่นอน อีกถ้วยที่อยากแนะนำคือ ข้าวเหนียวทุเรียน (69 บาท) ไอศกรีมทุเรียนหมอนทองตักมาแบบมินิสกู๊ป 4 ลูก กินคู่กับข้าวเหนียวมูน โรยหน้าด้วยมะพร้าวขูด คนรักทุเรียนน่าจะอยากกินแล้วแน่ ๆ ตอนนี้


แต่ทิพย์รสเวอร์ชั่นใหม่นี้ไม่ได้มีแค่ 5 เมนูตำนานเท่านั้น เพราะเขายังอยากนำเสนอความเป็นไทยยุคใหม่ผ่านไอศกรีมสุดคลาสสิคเหล่านี้ให้มากกว่าเดิม จึงออกมาเป็นอีก 10 เมนูใหม่ที่หน้าตาเกินราคาไปมาก อย่าง จตุมงคลจารึก (119 บาท) ที่ได้ไอเดียมาจากขนมไทย 4 ชนิดแรกตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช คือ ไข่กบ (เม็ดแมงลัก) นกปล่อย (ลอดช่อง) บัวลอย (ข้าวตอก) และอ้ายตื้อ (ข้าวเหนียวดำ) เสิร์ฟโดยเครื่อง 3 อย่าง ส่วนแมงลักนั้นมาในรูปแบบไอศกรีม ราดด้วยน้ำกะทิหอมมันเข้มข้น อีกถ้วยคือ น้ำเต้าหู้โบราณ (109 บาท) รสชาติคลาสสิคของน้ำเต้าหู้ที่เรากินกันทุกเช้าจะไม่เป็นเครื่องดื่มเชย ๆ อีกต่อไป เพราะเขาดัดแปลงด้วยการเสิร์ฟไอศกรีมงาดำ พร้อมเครื่องเคียงที่เห็นได้ในน้ำเต้าหู้อย่างแปะก๊วย วุ้น สาคู ลูกเดือย ถั่วแดง เม็ดบัว และโก๋กรอบ เวลากินก็ราดน้ำเต้าหู้ลงไปให้ท่วม รับรองว่าจะรักน้ำเต้าหู้ขึ้นอีกเยอะ

ถังทอง (99 บาท) ทางร้านหยิบเมนูที่เราแทบไม่ค่อยได้เห็นในปัจจุบันอย่างขนมถังแตกมาสร้างสรรค์ใหม่ ด้วยการเอาขนมถังแตกมารองใต้ไอศกรีมรวมมิตร ที่โรยมะพร้าวอ่อนขูด น้ำตาล งาขาว งาดำคั่ว อีกถ้วยก็เป็นขนมไทย ๆ เหมือนกันอย่าง ปรากริมไข่เต่า กะทิหอม (89 บาท) ขนมแรากริมไข่เต่าโปะด้วยไอศดรีมเผือก และเผือกทอดกรอบแบบแผ่นชิปส์ เสียดายที่เรารู้สึกว่าเผือกทอดยังแข็งไปหน่อย แต่ตัวปลากริมไข่เต่าคือเริ่ด ก็เลยให้อภัยได้

วิจิตรไข่ฝอย หมี่กรอบส้มซ่า (109 บาท) ชื่อเมนูอลังการขนาดนี้ เกิดจากส่วนผสมของไอศกรีมรวมมิตร โรยหน้าด้วยไข่ฝอย รายล้อมด้วยขนมสุดฮิตในรัชกาลที่ 5 อย่างหมี่กรอบส้มซ่าที่หวาน ๆ เปรี้ยว ๆ กรุบกรอบเข้ากับไอศกรีมได้อย่างไม่น่าเชื่อ อีกจานเป็น หอมหมื่นไมล์ (109 บาท) จานนี้ทางร้านบอกว่าทำไมฮันนี่โทสต์จากต่างประเทศดังจัง ทั้ง ๆ ที่เราเองก็มีขนมปังปิ้งอร่อย ๆ เหมือนกัน เลยพัฒนามาเป็นจานนี้ที่ผสานกันระหว่างขนมปังปิ้งเนยสด กับไอศกรีมนมสด ราดด้วยซอสใบเตยเมเปิ้ล ได้อารมณ์ทั้งไทย ๆ แบบขนมปังสังขยา และฮันนี่โทสต์ไปพร้อม ๆ กัน

แตงโมปลาแห้งสังขยาเคี่ยว (99 บาท) เมนูโบราณเวอร์ที่เรากลับกินจานนี้แบบเกลี้ยงยิ่งกว่าเกลี้ยง จานนเสิร์ฟด้วยไอศกรีมนมสด ราดด้วยสังขยาเคี่ยวสูตรเฉพาะของทางร้าน มีเครื่องเคียงเป็นข้าวเหนียวแตงโมปลาแห้ง ที่เขามูนข้าวเหนียวได้อร่อยจริง ๆ นะ อีกจานเป็น รสแห่งสยาม (119 บาท) ทางร้านบอกว่าจะเสิร์ฟต้มยำไทยให้เราชิมแบบไอศกรีม ในจานมีทั้งไอศกรีมนมสด พริกหอมทอดกรอบ และเยลลี่ตะไคร้ใบเตย ซึ่งก็ได้ความเป็นต้มยำแบบน่าทึ่งเลยแหละ ดูเป็นเมนูดีคอนสตรัคเก๋ ๆ ถ้าสามารถเพิ่มรสเปรี้ยวในต้มยำเข้าไปได้ด้วยน่าจะเพอร์เฟคกว่านี้

สองจานสุดท้ายคือบานาน่า ไทยสไตล์ (89 บาท) ที่คิดต่อยอดมาจากเมนูไอศกรีมยอดนิยมระดับสากลอย่างบานาน่าสปลิต ไอศกรีมวานิลลาที่เสิร์ฟคู่กล้วยตากทอดหนุบหนับ แถมยังมีกล้วยฉาบกรอบเพิ่มมิติ ราดด้วยน้ำกล้วยปิ้ง ไทยกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว และ เหินห่าวซือ (109 บาท) ไหน ๆ ย่านเตาปูนก็มีคนไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เยอะ เมนูชื่อจีนที่แปลว่า "อร่อยมาก" นี้คือไอศกรีมไข่เค็ม นำไอศกรีมชาไทยรสเข้ม รองด้วยซอสไข่เค็มสูตรเฉพาะของทางร้าน เสิร์ฟพร้อมขนมโบราณอย่าง "ยิ้มเสน่ห์" และไข่แดงเค็มมัน ๆ จานนี้ใครชอบไข่เค็ม (ที่กลายเป็นไอเทมครองเมืองในปัจจุบันไปแล้ว) น่าจะชอบ อร่อยอย่างชื่อเลยแหละ


นอกจากไอศกรีมรสมาตรฐานที่มีมาตั้งแต่เปิดร้านอย่างกะทิ รวมมิตร ทุเรียน ชาไทย เผือก แมงลัก และข้าวโพดแล้ว ตอนนี้ทิพย์รสผุดไอศกรีมรสชาติใหม่ ๆ เอาใจคนรุ่นนี้มาอีกตรึม เช่น ช็อกโกแลต รัมเรซิ่น วานิลลาชิป หรือซอร์เบต์ลิ้นจี่ เราสามารถเลือกรสชาติของไอศกรีมได้ตามชอบด้วยนะ
Soimilk says: เราชอบที่เขากล้าคิดอะไรใหม่ ๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้ทันปัจจุบัน แต่ในขณะเดียวกันก็รู้ว่าอะไรคือจุดแข็งของตัวเอง และไม่ตามโลกไปจนขาดเอกลักษณ์ที่ตัวเองมี การคิดเมนูใหม่ที่หน้าตาแบบอยู่ในร้านหรู ๆ แต่กินแล้วรสชาติยังคุ้นเคยแบบไทย ๆ ถือว่ามาถูกทางจริง ๆ อีกอย่างหนึ่งคือที่ร้านไม่หวงเครื่องเลย ใส่มาแบบไม่ยั้งจริง ๆ น่าจะเป็นอีกร้านที่ใครชอบกินเครื่องมากกว่าไอศกรีมคงฟินน่าดูเลยแหละ
ร้านไอศกรีมทิพย์รส เปิดทุกวัน เวลาทำการ 8:00-20:00 น. ซ.กรุงเทพ-นนทบุรี 2 เตาปูน โทร. 02-585-0415, 02-585-0209 MRT เตาปูน www.fb.com/thipparoticecream