Skip to main content
AdSense

สิ้นสุดการรอคอย The Alley ชานมไข่มุกชื่อดังจากไต้หวันเปิดเต็มตัวแล้ว 25 ต.ค. นี้

เมนูเยอะจนเลือกไม่ไหว

สิ้นสุดการรอคอย The Alley ชานมไข่มุกชื่อดังจากไต้หวันเปิดเต็มตัวแล้ว 25 ต.ค. นี้
October 23, 2018 Bangkok time
แม้ทุกวันนี้ความฮอตฮิตของชานมไข่มุกในบ้านเรา (และทั่วโลก) จะกลับมาอีกครั้งแบบงง ๆ ว่าทำไมถึงกลับมาฮิตระเบิดระเบ้อกันอีกรอบ เพราะที่จริงแล้วเราก็ยิงดื่มมันอยู่แทบทุกวันอยู่แล้ว แต่เราก็ยังเห็นแบรนด์ชานมไข่มุกใหม่ ๆ เกิดขึ้นในบ้านเราอยู่เรื่อย ๆ ในเวลานี้ และหนึ่งแบรนด์ที่เราตื่นเต้นมาก ๆ เมื่อรู้ว่าเขาจะมาเปิดที่บ้านเรา คือแบรนด์ที่มีโลโก้รูปกวางอย่าง The Alley นั่นเอง
 
 
ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่าทำไมเราถึงตื่นเต้นที่ The Alley จะมาเปิดที่บ้านเรานักหนา นั่นเพราะแบรนด์น้องกลางแบรนด์นี้ค่อนข้างมีชื่อเสียงมาก ๆ ในแถบเอเชียบ้านเรา ด้วยรสชาติที่อร่อย กลมกล่อม และโดดเด่นที่ไข่มุกที่ว่ากันว่ามีเทคนิคการต้มที่ต่างจากแบรนด์อื่น ทำให้แบรนด์นี้เป็นที่นิยมในวงกว้างอย่างรวดเร็ว แม้ The Alley จะมีต้นกำเนิดที่ไต้หวัน ดินแดนแห่งชานมไข่มุกอยู่แล้ว แต่ในบ้านของตัวเองอาจไม่ค่อยได้ยินถึงเสียงลือเสียงเล่าอ้างสักเท่าไหร่ แต่กับประเทศอื่น ๆ ที่แบรนด์นี้ไปเปิดสาขานี่สิ เรียกว่าฮิตกันระเบิดระเบ้อไปถ้วนทั่ว ทั้งฮ่องกง เวียดนาม จีน (เราได้ไปปักกิ่งมาเมื่อไม่นานนี้ ร้าน The Alley นี่คนต่อแถวกันยาวมาก ๆ) จนมาถึงกรุงเทพฯ นี่ก็เป็นประเทศที่ 13 แล้วที่ The Alley มาเปิด
 
 
สำหรับ The Alley สาขาประเทศไทยนี้ ได้คุณยูมิ และสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งสิ้น 4 คนนำแบรนด์เข้ามา สืบเนื่องจากที่คุณยูมิเองได้ไปลองชิม The Alley ที่ฮ่องกง และรู้สึกชื่นชอบในความที่เป็นชานมไข่มุกที่ไม่เหมือนแบรนด์อื่น สิ่งหนึ่งที่คุณยูมิรู้สึกได้ชัดก็คือ ตัวไข่มุกที่มีความหวานอยู่ข้างในด้วย ซึ่งแตกต่างจากยี่ห้ออื่นที่เคยลองชิมมา จึงคิดว่าอยากนำแบรนด์นี้ดข้ามาเปิดในบ้านเราบ้าง ซึ่งก็ใช่ว่าจะคิดปุ๊บได้ปั๊บเลยที่ไหน เพราะคุณยูมิบอกว่าต้องใช้เวลาติดต่อนานกว่า 3 เดือนระหว่างเขากับเจ้าของกิจการเลยทีเดียว ตั้งแต่กาคติดต่อธุรกิจกันผ่านทาง WeChat ไปจนถึงบินไปที่ไต้หวันเพื่อพูดคุยอย่างชัดเจน ทำสัญญา ไปจนถึงการลงมือศึกษาการทำชานมไข่มุกสูตรของ The Alley ที่ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองอีกด้วย 
 
 
 
สาขาแรกของ The Alley ตั้งอยู่ที่สยามสแควร์วัน ตัวร้านอยู่ในส่วนโอเพ่นแอร์ และมีพื้นที่ของร้านค่อนข้างใหญ่ แถมยังมีที่นั่งให้เราได้ดื่มชานมไข่มุกกันอย่างสบายใจอีกด้วย คุณยูมิบอกว่าดีไซน์ร้านทั้งหมดเกิดจากไอเดียทั้งของครอบครัวทั้ง 4 คนรวม ๆ กับตัวเจ้าของแบรนด์ด้วย เพราะเจ้าของแบรนด์เองเขาก็เป็นดีไซน์เนอร์ และพี่สาวของคุณยูมิเองก็เป็นดีไซน์เนอร์เหมือนกัน ทั้งคู่จึงมีเคมีที่เข้ากันได้ดี หลาย ๆ ส่วนของร้านนั้นเป็นข้อกำหนดจากทางแบรนด์ใหญ่อยู่แล้ว เช่น กำแพงอิฐ ต้นไม้ในร้าน หรือการที่ต้องมีที่นั่งให้ลูกค้าในทุกสาขา ส่วนเรื่องเลย์เอาต์ การเลือกใช้สีดำและสีโรสโกลด์มาตกแต่ง ก็ถือว่าเข้ากับตัวร้านได้เป็นอย่างดี แถมยังดูหรูหราขึ้นกว่าเดิมด้วย ในขณะเดียวกันก็มีความร่มรื่น และเชื้อเชิญให้ลูกค้าเข้ามานั่งอย่างเป็นกันเองด้วย
 
 
ในช่วง Soft Opening นั้น ทางร้านมีเครื่องดื่มให้บริการเพียง 5 เมนูก่อน และจำกัดอยู่ที่เพียง 500 แก้วต่อวันเท่านั้น เราได้ลองเมนูซิกเนเจอร์ที่หากมาครั้งแรกก็ขอให้ลองสั่งกันเลยอย่าง Brown Sugar Deerioca & Fresh Milk (100 บาท) ที่พระเอกของแก้วจะเป็นไข่มุกที่นำไปต้มกับน้ำตาลทรายแดง หอม ๆ หวาน ๆ โดยทางร้านจะต้มไข่มุกที่อิมพอร์ตเข้ามาจากไต้หวัน ส่งตรงจากแบรนด์แม่ เข้ากับน้ำตาลทรายแดงในปริมาณที่เป็นสูตรเฉพาะ เคี่ยวจนเข้าเนื้อ เวลาเสิร์ฟจะตักไข่มุกที่ชุ่มไปด้วยไซรัปน้ำตาลทรายแดงราดรอบ ๆ แก้วให้สวยงาม จากนั้นใส่นมสด 100% เข้าไป นมจืดที่ได้ความหวานตามไซรัปน้ำตาลทรายแดงในไข่มุกนั้นดข้ากันได้ดีมาก อีกอย่างคือตัวไข่มุกหวานกำลังดีถึงเนื้อในอย่างที่ว่าจริง ๆ แต่สำหรับแก้วนี้จะไม่สามารถเลือกระดับความหวานได้นะ หากใครไม่ชอบกินหวานอาจต้องค่อย ๆ กินสักหน่อย แต่ส่วนตัวเราว่าหวานตามแบบฉบับน้ำตาลทรายแดงนั่นแหละ
 
 
อีกหนึ่งแก้วที่มีความน่าสนใจคือ Jasmine Green Tea Latte (100 บาท) เครื่องดื่มที่มาเป็นเลเยอร์สวย ๆ โดยชั้นล่างจะเป็นไข่มุกสูตรต้นตำรับ (ไม่ได้ต้มกับน้ำตาลทรายแดง) ชั้นตรงกลางจะเป็นนมสด และชั้นบนสุดจะเป็นชาเขียวมะลิที่อิมพอร์ตใบชาเข้ามาเช่นกัน ตัวชามะลิกลิ่นหอมไปสามบ้านแปดบ้าน ผสมกับไข่มุกที่ไม่หวาน ก็เป็นอีกแก้วที่ชื่นใจไม่น้อยหลังจากที่ได้ลองชิม อ้อ สำหรับเมนูอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ตัว Brown Sugar Bubble นั้นสามารถเลือกระดับความหวานได้
 
 
หากชอบดื่มชานม (ที่ผ่านมามีแต่นมสดและชาใสกับนมสด) ลองเป็น Assam Black Milk Tea (100 บาท) ก็ได้ รสชาติมาตรฐานชานมไข่มุก แต่เพิ่มเติมที่ตัวชาที่ใช้ใบชาอัสสัมคัดเกรดนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ชานมของ The Alley พรีเมียมขึ้น และมีกลิ่นหอมมากกว่าที่อื่นด้วย
 
 
การดื่มเครื่องดื่มของ The Alley นั้นมีสูตรเฉพาะของเขาอยู่ด้วยเช่นกันนะ คืออยากให้ลองดื่มแบบไม่ต้องคนก่อน เพื่อให้ได้รสชาติของเครื่องดื่มจริง ๆ จากนั้นลองดื่มแบบคน 9 ครั้ง เพื่อเปลี่ยนรสชาติจากการผสมกันระหว่างเครื่องดื่มและไข่มุก ถือว่าเป็นอีกมิติแห่งการดื่มที่แปลกใหม่และสนุกอยู่เหมือนกันนะ
 
 
Soimilk says: ต้องบอกว่าเราตื่นเต้นจริง ๆ ที่ได้รู้ว่า The Alley จะมาเปิดสาขาที่บ้านเรา เพราะเรามีโอกาสได้ไปชิมที่จีนแล้วก็ชอบมาก ๆ เช่นกัน แม้ตอนนี้ร้านชานมไข่มุกบ้านเราจะมีหลาย ๆ ร้านที่เริ่มขาย Brown Sugar Bubble กับเขาบ้างแล้ว แต่นี่ถือเป็นร้านแรก ๆ เลยมั้งที่ขายเมนูนี้ และรสชาติของที่สาขาบ้านเราก็อร่อยเหมือนกับสาขาอื่น ๆ อีก 12 ประเทศ นั่นเพราะเชฟจากสาขาใหญ่ที่ไต้หวันลงทุนบินมาควบคุมคุณภาพด้วยตัวเองถึงที่นี่กันเลย ได้ยินแว่ว ๆ มาว่าพอเปิดเต็มตัวในวันที่ 25 ต.ค. นี้ จะมีเมนูให้ชิมมากกว่า 20 เมนูทีเดียว รวมถึง Seasonal Menu เพิ่มเติมในแต่ละเดือน แถมอนาคตอาจมีแก้ว 2 ไซซ์ คือไซซ์กลางที่ขายอยู่ตอนนี้ และไซซ์ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย อ้อ ! ภายในปีนี้เห็นสาขาใหม่เพิ่มอีก 1 สาขาแน่ ๆ และจะมีถึง 3 สาขาภายในปีหน้า แต่จะเป็นที่ไหนนั้นขออุบไว้ก่อน คราวนี้ก็ไม่ต้องต่อคิวยาว ๆ แค่ที่เดียวอีกแล้วนะ
 
The Alley เปิดทุกวัน 10:00-21:00 น. ชั้น 4 ข้างร้านสมบูรณ์โภชนา ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน โทร. 061-414-2222 www.fb.com/thealleythailand
 
AdSense
AdSense
AdSense