Skip to main content
AdSense

Yingsita เชฟส์เทเบิลกึ่งพิพิธภัณฑ์ ที่เสิร์ฟอาหารไทยรสร้อนแรงในแบบเชฟหญิงสิตา

แค่เข้าไปดูของสะสมของเชฟก็ฟินแล้ว!

Yingsita เชฟส์เทเบิลกึ่งพิพิธภัณฑ์ ที่เสิร์ฟอาหารไทยรสร้อนแรงในแบบเชฟหญิงสิตา
August 5, 2020 Bangkok time

จากของสะสม สู่โต๊ะอาหาร

 
 
ไม่ต้องตกใจถ้าก้าวแรกที่เข้ามาด้านในของร้าน Yingsita เชฟส์เทเบิลเปิดใหม่ล่าสุดในซ.อารีย์ แล้วจะคิดว่ามาผิดที่! (เชื่อเถอะว่าเราก็คิดเหมือนกัน!) ถ้าไม่รู้หรือไม่เคยเห็นรูปข้างในมาก่อน เราคงต้องช็อกเบอร์แรงมากแน่ ๆ เพราะพื้นที่ด้านในทุกกระเบียดนิ้วของห้องกระจกไซซ์ไม่เล็กไม่ใหญ่ ณ ใจกลางย่านที่คราคร่ำด้วยวัยรุ่นแบบนี้ กลับเต็มเอี้ยดไปด้วยของสะสมยุคเก๋ากึ้กที่ถูกวางเรียงรายอยู่ตามตู้โชว์กระจกใส และเรียงรายจนแน่นเต็มชั้นวางของรอบ ๆ ร้าน แถมด้วยเพลงลูกกรุงเบอร์เก่าที่เปิดคลอไว้ จุด ๆ นี้เชื่อว่าใครที่ไม่ได้ดูรีวิวมาก่อน อาจจะเผลอคิดว่ากำลังเปิดประตูเข้ามาพิพิธภัณฑ์ของโบราณก็เป็นได้!
 
จริง ๆ จะเรียกที่นี่ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวเลยคงไม่ผิด เพราะตั้งแต่ถ้วยชามเบญรงค์ลายครามสมัยอยุธยาที่บางชิ้นก็อายุปาไปร่วมร้อยปี ไปจนถึงตำราปรุงอาหารสมัยรุ่นคุณทวด แถมด้วยขวดน้ำพริกน้ำปลายี่ห้อไม่คุ้นตาที่ เชฟหญิงสิตา-ฟ้ามณัณญา ฉัตรภูติ ค่อย ๆ เก็บสะสมมาร่วม 10 ปี  ก็แทบจะเอาไปทำเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมได้เลยทีเดียว
 
 
 
จุด ๆ นี้ใครที่อินกับถ้วยโถโอชามลายครามเตรียมตัวกรี๊ดแรง ๆ ได้เลย เพราะในทุก ๆ คอร์สของ Yingsita เราจะได้พบกับเซตจานชามที่ไม่เหมือนกันเลยสักคอร์ส อาทิ ชามเบญรงค์ลายกุหลาบน้ำทองสั่งทำพิเศษ วาดมือโดยศิลปินแห่งชาติ ซึ่งจะถูกใช้เสิร์ฟพร้อมกับคอร์สขนมหวานคอร์สสุดท้ายอย่าง ‘ลอยแก้วตามฤดูกาล’ และในหลาย ๆ คอร์สก็มีการยกเครื่องมือทำขนมโบราณมาให้ลูกค้าอย่างเราได้ลองลงมือทำเองกันถึงโต๊ะ อย่างเช่นคอร์ส ‘เรไรหน้าปู’ และ ‘เผือกทับมะพร้าวอ่อน’ 
 
 
ไม่ใช่แค่ภาชนะจานชามที่อลังการงามสร้างเท่านั้น แต่เชฟส์เทเบิลของเชฟหญิงสิตายังแอบซ่อนกิมมิกไว้ในทุก ๆ ดีเทล ที่เราชอบมากคือกระดาษรองแก้วฉลุลายเกลียวเมฆ ซึ่งจะเสิร์ฟมาพร้อมกับคอร์สเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยอย่าง ‘น้ำมะม่วงพริกเกลือ’ ที่เป็นการนำเอามะม่วงน้ำดอกไม้ไปปั่นรวมกับพริกเกลือ แล้วกรองจนกลายเป็นน้ำผลไม้รสแซ่บ และในอีกหลาย ๆ คอร์สที่มีการแจกของที่ระลึกอย่างซอสพริกโฮมเมด และน้ำอบทำมือ ใส่ไว้ในขวดเล็ก ๆ ให้เราได้เอากลับบ้านอีกด้วย
 
 
 

ศุภลักษณ์ ศุภรส แม่หญิงสิตา

 
 
ชื่อบทกลอน 'ศุภลักษณ์ ศุภรส แม่หญิงสิตา' ที่แต่งโดยอาจารย์สอนการทำอาหารไทยของเชฟหญิงสิตา ถูกนำมาใช้เป็นชื่อเต็ม ๆ ของร้านก่อนจะลดทอนมาให้เหลือแค่ 'Yingsita' ซึ่งเป็นทั้งชื่อร้าน และชื่อของเฮดเชฟที่ถึงไม่บอกก็รู้ว่าอาหารไทยทั้ง 14 คอร์สจากร้านนี้ จะต้องจัดจ้านและบ่งบอกความเป็นตัวตนของเชฟหญิงสิตาได้อย่างครบเครื่องทุกกระเบียดนิ้ว
 
และก็ไม่ใช่แค่ของสะสมรุ่นลายครามตามตู้โชว์เท่านั้น แต่อีกอย่างที่เชฟหญิงสิตาเก็บสะสมมาร่วม 10 ปี คือประสบการณ์ในด้านการทำอาหาร ซึ่งนอกชื่อเสียงเรียงนามจากการเป็นเฮดเชฟผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของร้าน Flat Marble รวมถึงการเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้เข้าแข่งขันรายการ Top Chef Thailand Season 2 แล้ว ในแง่ของการทำอาหารไทยที่เชฟหญิงสิตาให้ความสนใจมาตั้งแต่สมัยเด็ก ก็ได้ตกผลึกจากการเก็บสะสมประสบการณ์ทั้งหลาย จนออกมาเป็นเมนูอาหารไทยแบบฉบับ 'Yingsita' ที่เราได้ข่าวมาว่าเขาปลุกปั้นคอนเซปต์และรายละเอียดของร้านนี้ร่วมกันหุ้นส่วนกันมานานกว่า 2 ปีเลยทีเดียว
 
 
 
 
นอกจากกิมมิกของสะสมและของที่ระลึกต่าง ๆ ที่จะเผยโฉมออกมาแบบไม่ยั้งระหว่างคอร์สเรียกน้ำย่อยและขนมหวานปิดท้าย ซึ่งเราได้เล่าให้ฟังคร่าว ๆ มาตั้งแต่ตอนต้นแล้ว เราขอชวนไปดูเมนูเต็ม ๆ ของ 'สำรับจานหลัก' ทั้ง 5 สำรับ ที่ลูกค้าทุกคนที่จองคอร์สเชฟส์เทเบิลของเชฟหญิงสิตาจะได้ลองลิ้มชิมรสไปพร้อม ๆ กันทีเดียว 5 อย่าง!
 
เริ่มจาก 'หลนปู น้ำพริกไข่ปู ปลาร้าสับ' จานกลางหลากหลายรสชาติให้ได้เลือกตักมาทานเคียงกับผักสดจานยักษ์ ต่อด้วย 'คอหมูข้าวคั่ว' ที่ใช้หมูคุโรบุตะมาย่างพร้อมข้าวคั่วให้ได้เทกซเจอร์กรอบ ๆ กรุบ ๆ และ 'แกงจืดลูกบอม' ซุปใสสไตล์ลูกครึ่งไทย-จีนที่เกิดจากการตุ๋นเท้าไก่และสัันคอหมูแบบ slow cook จนได้น้ำซุปที่เข้มข้น อัดแน่นไปด้วยคอลลาเจน เสิร์ฟพร้อมลูกบอมหมูสับที่ปั้นเป็นก้อนโตพร้อมเครื่องแน่น ๆ ทั้งเนื้อปู กุ้ง และเห็ดหอม
 
 
หลังจากชิมสำรับรสเบา ๆ กันไปแล้ว เราขอให้เตรียมลิ้นไว้ให้พร้อมรับความเผ็ดระเบิดระเบ้อของสำรับสองจานหลักที่เหลือ ได้แก่ 'แกงเนื้อคั่วแห้ง' ที่ถึงสีในชามจะดูไม่รุนแรงนัก แต่ด้วยความเข้าเนื้อของการนำส่วนน่องลายไปตุ๋นกับเครื่องพริกแกงและหางกะทินาน 6-8 ชั่วโมง ทำให้แกงเนื้อคั่วแห้งชามนี้รสชาติเข้มข้นถึงใจ และปิดท้ายเมนคอร์สด้วย 'แกงเหลืองปลาตะเพียน' เมนูพิเศษที่เชฟหญิงสิตาใช้ทำประกวดตอนแข่งขันในรายการ Top Chef Thailand Season 2 ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่ปลาตะเพียนสานจากมะละกอ ด้านในยัดไส้ด้วยเนื้อกุ้งสับ เป็นแกงเหลืองรสจัดจ้านที่นอกจากใช้เวลาตำเครื่องแกงนานแล้ว ยังสานปลาตะเพียนนานกว่าไปอี๊ก!
 
 
 
Soimilk Says: เราชอบความจัดจ้านที่ไล่มาตั้งแต่รสชาติอาหารไทยเผ็ดร้อนแรงแบบฉบับตามรสปากของเชฟหญิงสิตา ไปจนถึงความเปรี้ยวจี๊ดของคอสตูมเชฟที่เลือกใช้ผ้าขาวม้าทอมือจากกะเหรี่ยงกลุ่มสุดท้ายที่ราชบุรี และขอบวกคะแนนให้กับการลงดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ ของถ้วยโถจานชามยันกระดาษรองแก้ว ถ้าจะบอกว่าการมานั่งชิมอาหารไทยจานต่อจาน ภายใต้บรรยากาศการแต่งร้านสุดสนุกเหนือจินตนาการของเชฟส์เทเบิล Yingsita ในครั้งนี้ คือการเติมเต็มทั้งอาหารตาและอาหารใจก็ดูจะไม่ผิดนัก เพราะทุกคอร์สที่เขาเลือกมาเสิร์ฟคือสตอรี่เต็มแน่นมากจริงอะไรจริง! สนนราคาคอร์สนี้ที่ 3,000+ บาท ถ้าถามเรา เราก็ว่าคุ้มเด้อ! 
 
Yingsita ซ.อารีย์ 4 (ฝั่งเหนือ) เวลาทำการ 19:00 น. เป็นต้นไป (จองล่วงหน้าเท่านั้น) ig.com/yingsitar BTS อารีย์
AdSense
AdSense
AdSense