อยู่ในจุดที่ถูกล็อกดาวน์มานานจนคิดถึงการไปไฟน์ไดนิ่งแบบสุด ๆ ขนาดที่แค่ได้ยินข่าวว่าหนึ่งในห้องอาหารไฟน์ไดนิ่งติดอันดับประเทศอย่าง TAAN Bangkok บนโรงแรม Siam@Siam เขากลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง หลังปิดตัวช่วงโควิดไปเกือบปี เราก็พุ่งตัวจองคิวไปลิ้มรสคอร์สใหม่ของห้องอาหารแห่งนี้ทันทีแบบไม่ต้องคิดนาน!



ด้วยความที่ TAAN Bangkok เป็นห้องอาหาร ณ ชั้นบนสุด (ไม่นับรูฟท็อป) ของโรงแรม Siam@Siam ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพเมืองฟ้าอมร ในระยะทางที่เดินจากสยามสแควร์มายังไม่ทันเหนื่อยก็ถึงแล้ว ใครที่จองร้านนี้ตั้งแต่ช่วง 6 โมงเย็น ก็จะได้เห็นความงามของวิวพระอาทิตย์ตกดินจากกระจกบานใหญ่ที่โอบล้อมห้องอาหาร พร้อมแสงไฟสุดตระการตาระยิบระยับจากตึกสูงระฟ้าในยามพลบค่ำ
นอกจากวิวสุดเอ็กซคลูซีฟที่เป็นจุดเด่นของ TAAN Bangkok มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว การกลับมาเปิดอีกครั้งในรอบนี้ยังมาพร้อมการตกแต่งภายในใหม่ทั้งหมด พร้อมพกพากิมมิกใหม่มาจากภาคเหนือ ด้วยการนำร่มล้านนาในสีคุมโทนขาว-เหลือง มาแต่งเพดานด้านบน เพื่อเพิ่มกลิ่นอายความเป็นไทยในแบบฉบับดัดแปลงตามคอนเซปต์โรงแรมสุดชิคแห่งนี้ พร้อมเพิ่มต้นไม้สีเขียวที่ให้ฟีลทรอปิคัล ช่วยให้ร้านไฟน์ไดนิ่งแห่งนี้ดูเฟรนด์ลี่และสดใสกว่าเดิมหลายเลเวล


ไม่แค่การตกแต่งรูปโฉมใหม่เท่านั้น แต่ไฮไลต์หลักของการกลับมาเปิดทำการอีกครั้งในรอบปีนี้ คงต้องยกให้กับคอร์สซิกเนเจอร์อย่าง Prode (โปรด) ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาใหม่หมดภายใต้โจทย์หลักคือการนำอาหารจานโปรดของ เชฟเทพ มนต์เทพ กมลศิลป์ Executive Chef ประจำห้องอาหาร TAAN ที่ยังคงรับตำแหน่งหัวเรือใหญ่ของห้องอาหารนี้เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือการก้าวกระโดดทางฝีไม้ลายมือ และคอนเซปต์ที่จัดจ้านขึ้นกว่าเดิม
อย่างที่จะสังเกตได้ตั้งแต่คำออร์เดิร์ฟที่เสิร์ฟมาในห้องรับรองพิเศษก่อนย้ายไปทานที่โต๊ะอาหารจริง ซึ่งเชฟเทพบอกว่า 2 คำแรกนี้ ถือเป็นคำที่เชฟ 'โปรด' เป็นอันดับต้น ๆ ของคอร์สนี้เลยก็ว่าได้ เพราะเป็น 2 คำที่ไม่ตายตัวที่สุด วันไหนมีวัตถุดิบอะไรก็เอามาทำ อย่างที่เราได้ลองจะเป็นปลากะมงพร้าว วัตถุดิบไฮไลต์หลักของคอร์สนี้ โดยเชฟจับมาเอจเพื่อไล่ความชื้น และเสิร์ฟคู่กับไข่ผำ ซึ่งเป็นแหนน้ำจืดจากภาคอีสาน และไส้กรอกปลาแนมเสิร์ฟบนหนังปลาทอดกรอบ แถมด้วยเครื่องดื่มสุดพิเศษเป็นยาดองสูตรลับที่ผสมน้ำผึ้งป่ามาจนดื่มง่ายคล่องคอเพื่อเป็นเวลคัมดริงก์ก่อนไปชิมคอร์สหลัก



คำแรกของคอร์ส Prode เริ่มจากอะไรที่เข้าใจง่ายอย่างการเอากุ้งมังกรจากทะเลระนองมาแช่น้ำปลา ออนท็อปด้วยไข่ปลาคาเวียร์จากโครงการหลวง ต่อด้วยเมนู Pla Bu ที่จับ 'ปลาบู่' มาทอดทั้งเกล็ด เสิร์ฟกับซุปหน่อไม้เผาสไตล์อีสานแท้ ๆ พร้อมซอสใบย่านาง และต่อด้วย Golae Talay เมนูที่จับเอาวัตถุดิบทะเลสดใหม่ที่เชฟเทพทำงานร่วมกับชาวประมงชายฝั่งระนอง-สุราษฯ คัดสรรพันธุ์ปลาท้องถิ่นที่จับด้วยมือเพื่อสนับสนุนการประมงพื้นบ้าน มาย่างด้วยสมุนไพรเป็นเมนู 'กอและ' พร้อมแถมหอยนางรมตัวฉ่ำ ๆ มาคู่กับซอสสะตอและผักเหนาะ


ถัดมาเป็นคำไฮไลต์ที่เราชอบมาก ๆ อย่าง Pak Moh Sao Nam เมนูไฮบริดที่เชฟเทพจับความละมุนของข้าวเกรียบ 'ปากหม้อ' มาเจอกับความเครื่องเยอะของขนมจีน 'ซาวน้ำ' จนได้มาเป็นคอร์สพิเศษที่รวมเอาของโปรดเชฟมาไว้ในคำเดียว พร้อมแถมปลากะมงพร้าวชุบข้าวพองทอดมาให้ตัดเลี่ยน และถัดมาคือ Run Juan หนึ่งในคอร์สที่ทุกคนชิมแล้วบอกตรงกันว่าอร่อย! เพราะเป็นการนำแกง 'รัญจวน' ไปเคี่ยวอย่างยาวนานจนซุปใส แต่รสชาติหนักแน่น เพิ่มรสด้วยตะไคร้ดองน้ำส้มสายชู และนำเอ็นหมูมาห่อเป็นเกี๊ยว เพื่อเพิ่มเทกซเจอร์กรุบกรอบให้คำนี้ได้อย่างลงตัว


Kua Ham คืออีกคำที่เราโปรดมาก ๆ เพราะเป็นการเปิดโลกไฟน์ไดนิ่งของเราแบบเซอร์ไพรส์สุด ๆ โดยเชฟเทพจับน่องกบนามาเป็นวัตถุดิบหลัก ผัดกับใบโสนเพื่อเสิร์ฟเป็นเมนู 'คั่วแฮ่ม' แบบเหนือ พร้อมข้าวจี่และหมูสามชั้นทอด ต่อด้วย Jaew Hon ซุปชามโปรดของใครหลาย ๆ คนที่เชฟเทพเอาไปผ่านหลายขั้นตอนจนเกิดเป็น 'แจ่วฮ้อน' สไตล์ Surf& Turf มีโปรตีนหลักเป็นเนื้อไทยสายพันธุ์ศรีเชียงใหม่วากิวและไข่ปลาหมึก (ไม่เคยคิดมาก่อนว่า 2 สิ่งนี้จะกินคู่กันได้) และเพิ่มรสชาติสะดุดลิ้นด้วยซอสมันกุ้งรสเปรี้ยวที่แอบใส่มาเป็นก้อนเล็ก ๆ ในชาม


เมนูเมนคอร์สถูกเสิร์ฟมาในคอร์สสุดท้ายอย่าง Black Chicken Congee เมนูที่จับเอาโจ๊กมาแยกองค์ประกอบและประกอบเข้าไปใหม่ เริ่มจากเสิร์ฟโจ๊กข้าวเหนียวแดงและไก่ดำที่มาแบบเย็น เพื่อให้ตัดกับความร้อนจากหมูกรอบย่างสูตรเมืองตรัง ซึ่งเชฟเลือกใช้หมูที่เลี้ยงแบบไบโอไดนามิก ปราศจากสารเคมี พร้อมเพิ่มความเซอร์ไพรส์ด้วยไข่เยี่ยวม้าที่ถูกจับมาทำเป็นซอสแทนการเสิร์ฟแบบเป็นลูก ท็อปด้านบนด้วยไข่แดงดอง
ปิดท้ายด้วยของหวานที่เชฟบอกว่าเป็นคำที่โปรดที่สุด เพราะเป็นการจับทุกอย่างที่เชฟชอบทานมาผสมรวมกัน แถมยังเปลี่ยนไปในแต่ละวันให้ลูกค้าเซอร์ไพรส์เล่น ๆ อีกด้วย อย่างของรอบวันนี้เป็นเต้าทึงงาดำ เสิร์ฟคู่กับไอศกรีมข้าวเหนียวใบเตย และเพิ่มความกรุบกรอบด้วยครัมเบิ้ลขนมเบื้อง โดยทุกอย่างต้องทานคู่กับขนมหน้านวล (เมอแรง) ที่ทำจากลำใย เพิ่มรสหวานให้จานนี้ลงตัวกลมกล่อม
Soimilk Says: เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของอาหารแต่ละจานของ TAAN Bangkok คือความเซอร์ไพรส์ที่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเขาจะหยิบอะไรมาผสมกับอะไรบ้าง ซึ่งถึงแม้จะเป็นอาหารพื้นบ้านที่เรารู้จักกันดี แต่ด้วยวัตถุดิบลับที่เชฟไปสรรหามาจากทั่วทุกสารทิศ (แม้แต่ในป่าในดง พี่เชฟเขาก็ดั้นด้นไปขุดมาจนได้) รวมถึงเทคนิคการทำอาหารขั้นสูง รวมถึงการฉีกทุกกฎเดิม ๆ ไม่ยึดติดตามสูตรอาหาร ทำให้เราเชียร์คอร์ส Prode นี้สำหรับนักชิมที่อยากเปิดอีกโลกของไฟน์ไดนิ่ง ให้ได้มาลิ้มรสที่ไม่เคยชิมมาก่อนในชีวิตกันที่นี่ได้เลย!
คอร์ส Prode ราคา 2,890++ บาท (จองล่วงหน้าเท่านั้น)
TAAN Bangkok ชั้น 25 โรงแรม Siam@Siam Design Hotel Bangkok ถ.พระราม 1 เวลาทำการ ทุกวัน 18:00 - 00:00 น. โทร. 065-328-7374 BTS สนามกีฬาฯ taanbangkok.com