ถ้าตึกเอ็มไพร์สเตทบนเกาะแมนฮัตตันใจกลางมหานครนิวยอร์กจะมีคิงคองเกาะอยู่ได้ ที่ตึกกินดื่มสองชั้นกลางซ.สุขุมวิท 24 ก็มีปลาหมึกยักษ์มาเกาะได้ด้วยเหมือนกัน !


ใครที่ผ่านไปผ่านมาแถวนั้นในช่วงนี้อาจจะตกใจนิดหน่อย ที่อยู่ ๆ ก็มีซีฟู๊ดบาร์ไซซ์มหึมาผุดขึ้นมากลางซอย และจะช็อคไปอีกถ้าได้เห็นเจ้าปลาหมึกยักษ์ที่มาต้อนรับเราตั้งแต่ด้านหน้า บอกเลยว่าอย่าเพิ่งตกใจถ้ายังไม่ได้เห็นหุ่นหมึกยักษ์ไซซ์ราชาคราเคนตั้งตระหง่านอยู่ด้านใน

ด้วยความที่ตึกแห่งนี้ดีไซน์มาให้มีฟีลลิ่งเหมือนซากเรือที่ถูกทำให้จมลงด้วยอานุภาพของเจ้าหมึกยักษ์ เราเลยไม่แปลกใจเท่าไหร่กับหน้าต่างทรงกลมแบบเรือดำน้ำ วัสดุและโครงสร้างเหล็กดิบ ๆ นี่ยังไม่รวมโอเพ่นบาร์ขนาดใหญ่ที่เปิดโล่งเตรียมพร้อมให้เหล่าคนรักอาหารทะเลทั้งหลายไปนั่งเรียงแถวลิ้มลองความสดใหม่ของวัตถุดิบที่เหมือนเพิ่งจับขึ้นมาจากทะเลสด ๆ เลยทีเดียว


ที่เรากล้าพูดว่าวัตถุดิบของร้านนี้นั้นสดใหม่เหมือนเพิ่งขึ้นมาจากทะเล ก็เพราะว่าร้าน Octo Seafood Bar ถูกการันตีด้วยชื่อของ โกดังทะเล และ Happy Fish สองร้านซีฟู๊ดชื่อดังติดหูคนกรุงเทพฯ ซึ่งก็เป็นเครือเดียวกันกับตึกปลาหมึกยักษ์แห่งนี้นี่เอง

เมนูอาหารมาในสไตล์ผสมผสานทั้งไทยจ๋าและลูกผสมอาหารกลิ่นอายยุโรป อาทิ ปูผัดพริกไทยดำที่ใช้ปูสด ๆ มาชั่งน้ำหนักขายกันตามกิโล (1,900 บาท/กก.) หรือถ้ายังสะใจไม่พอ ที่นี่ก็มีวัตถุดิบขั้นเทพที่อิมพอร์ตตรงมาจากน่านน้ำอันไกลโพ้น อย่าง กุ้งล็อบสเตอร์จากแคนาดา (2,200 บาท/กก.) และ ปูยักษ์อลาสก้า (4,900 บาท/กก.) ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าจะเอาไปต้ม ผัด แกง ทอด นึ่ง หรือย่าง เอาที่สบายใจกันเลย เชฟที่นี่จัดให้


Soimilk Says: เราชอบความเป็นสเปเชียลตี้ด้านอาหารทะเลของที่นี่ ซึ่งไม่ใช่แค่วัตถุดิบเกรดดี แต่การปรุงออกมาให้ถูกปากแบบรสชาติคนไทยทานอร่อย ฝรั่งทานเพลิน ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องขอยกให้ แถมยังไม่ต้องขับไปไกลถึงชายทะเลที่ไหน ก็ได้กินอาหารทะเลสด ๆ ได้แบบฟิน ๆ สำหรับเรา ถึงราคาจะแรงไปหน่อย (จริง ๆ ก็ไม่หน่อย) แต่ขอเพิ่มคะแนนให้กับความครีเอทีฟของการแต่งร้านและบรรยากาศโดยรวมก็แล้วกัน
Octo Seafood Bar 88/22 ซ.สุขุมวิท 24 เวลาทำการ ทุกวัน 16:00-00:00 น. โทร. 02-261-9899 MRT ศูนย์สิริกิตติ์ www.octoseafoodbar.com