นี่แหละคือสิ่งสายกินอย่างเรารอคอยค่ะคุณผู้โช้มมม! เพราะไม่ใช่จะมีแต่สายตื๊ดพุ่งตัวไปเที่ยว 72 Courtyard เพื่อแดนซ์ลืมโลกที่ Beam เท่านั้น แต่สำหรับคนที่ชอบแฮงก์เอาต์ที่นี่อย่างเรา ก็ต้องการอาหารการกินดี ๆ เพื่อเติมเต็มกระเพาะอาหารให้อิ่มแปล้ไปด้วยมวลสารแห่งความอร่อยด้วยเหมือนกัน


ล่าสุด ความฝันของเราก็เป็นจริงแล้ว กับการมาถึงของ Little Donkey เจ้าลาน้อยที่อยู่ ๆ ก็โผล่มาอยู่บนพื้นที่ชั้น 2 ของโครงการ 72 Courtyard พร้อมพาตัว เชฟ Steve Doucakis เชฟหนุ่มอเมริกันสุดหล่อตาน้ำข้าวที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีจากรายการ Top Chef Thailand Season 2 เฮดเชฟและเจ้าของร้านผู้คร่ำหวอดในวงการอาหารดีกรีร้านอาหารติดดาวมิชลินมาแล้ว จนเมื่อมาลงมือทำร้านเป็นของตัวเองในรอบนี้ เชฟก็งัดทุกมุก ทุกสูตร และทุกเคล็ดลับ จนเกิดเป็นเมนูอันหลากหลายจาก Little Donkey ภายใต้คอนเซปต์ 'โมเดิร์นอิซากายะนานาชาติ' ให้มนุษย์ผู้หิวโหยอย่างเราได้สั่งรัว ๆ มาลองกันแบบบ้าคลั่ง

ด้วยความผสมผสานกันจากหลากหลายวัฒนธรรม ดูได้จากรายชื่อแก๊งเชฟเจ้าของร้านอีกสองคนทั้ง Ken Oringer และ Jamie Bissonnette ก็พอจะรู้ได้เลยว่าเมนูอิซากายะนานาชาติของที่นี่ต้องสนุกมากแน่ ๆ เริ่มตั้งแต่ Beef Shortrib Kanomjeen (520 บาท) ที่ควรค่าแก่การสั่งมาแชร์กับชาวคณะมาก ๆ เพราะนางเป็นขนมจีนน้ำยาสูตรลับเฉพาะตัวของเชฟสตีฟที่มีดีตรงเนื้อซี่โครงตุ๋นจนเปื่อย (ใช่ นี่คือครั้งแรกที่กินขนมจีนน้ำยาฝีมือฝรั่ง) ชอบที่เชฟเสิร์ฟผักพื้นบ้านแปลก ๆ มาหลายชนิดแบบที่คนปกติเขาไม่ค่อยเอามากินกับขนมจีนน้ำยา ทำให้ได้รสชาติและกลิ่นสมุนไพรแบบมิติใหม่ของการกินขนมจีน จานนี้เราว่าเวิร์ก!


ต่อด้วยความฟินขั้นนิพพานของอีก 2 เมนู เอาใจคนชอบกินขนมปัง กับ Little Donkey Burger (350 บาท) เบอร์เกอร์บันสไตล์บริยอช เข้ากันดีกับแพตตี้เนื้อวัวไทย กริลล์มาพอดีแบบชุ่มซอส ที่เก๋มากคือความครีเอตของเครื่องเบอร์เกอร์ ทั้งหัวหอมที่เชฟเอาไปผัดกับฟัวกราส์ มายองเนสพริกขี้หนู รวมถึงใส่มันฝรั่งแผ่นทอดกรอบไว้ด้านในเบอร์เกอร์ให้ได้เท็กซเจอร์ใหม่ ๆ เวลาทาน
กับอีกเมนูที่เรารักมากสุด ๆ คือ Chicken Liver Mousse (190 บาท) ตับไก่บดผสมเนื้อส้มโอและพริกทอดกรอบ ให้รสชาติมัน ๆ นัว ๆ ผสมความหวานของส้มโอและความกรอบของพริกทอดที่ไม่ได้เผ็ดอย่างที่คิด เสิร์ฟพร้อมโทสต์ขนมปังให้เราได้ปาดลงไปรัว ๆ เป็นเมนูที่หมดเร็วมากตั้งแต่ 5 นาทีแรกที่มาเสิร์ฟ ใครว่าไม่อร่อยเราจะตามไปหยิก!

เมนูอาหารคาวจานสุดท้ายที่เราสั่งมาลอง (เพราะหลังจากนั้นคืออิ่มจนสั่งต่อไม่ไหวแล้ว) คือ Mama Donut (280 บาท) ซิกเนเจอร์เมนูที่ใครมาร้านนี้ก็ต้องสั่ง นอกจากหน้าตาเย้ายวนต่อการถ่ายรูปลงไอจีสุด ๆ แล้ว รสชาติยังติดใจเรามาจนถึงทุกวันนี้ด้วยการเอาเส้นมาม่าไปทอดจนเป็นโดนัทขนาดใหญ่กรอบนอกนุ่มใน ด้านในยัดไส้ด้วยซีฟู้ดจากเกาะสีชังที่เชฟดีลมาโดยตรง ท็อปข้างบนด้วยไข่แดงเยิ้ม ๆ เป็นมิติใหม่แห่งการกินมาม่าต้มยำทะเลที่ใครมา Little Donkey แล้วไม่สั่งถือว่าผิด!

จุด ๆ นี้ขอแอบตบท้ายด้วยเครื่องดื่มอีก 2 แก้ว ที่จับคู่เข้ากับอาหารโมเดิร์นอิซากายะของร้านนี้ได้ดีมาก ๆ เริ่มจาก Jarhead Smash (280 บาท) ค็อกเทลเบสเหล้าวอดก้า เติมเอกลักษณ์ด้วยรสชาติจากผลไม้ทรอปิคัลอย่างลิ้นจี่ สับปะรด และโหระพา กับอีกตัวคือ The Asian Connection (320 บาท) เหล้าจินที่ถูกนำมาจับคู่กับตะไคร้และโทนิกส้มยูซุ ถือเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยเติมความสดชื่นให้เราได้ดีมาก ๆ หลังจากอิ่มแปล้กับเมนูอาหารสุดอลังการเต็มโต๊ะ
Soimilk Says: เรียกได้ว่าลาน้อยตัวนี้คือมิติใหม่แห่งร้านกินดื่มที่ไม่ได้จำกัดภายใต้คำว่า 'อิซากายะ' แล้วต้องเป็นแค่อาหารญี่ปุ่นเสมอไป แต่ที่นี่กลับเลือกเสิร์ฟเมนูรังสรรค์ฉบับใหม่หมดทุกอย่างที่ผสมผสานเทคนิคการทำอาหารทั้งจากไทย จีน อเมริกัน ญี่ปุ่น ไปจนถึงเม็กซิกัน เราขอบวกคะแนนให้ตรงที่เชฟเลือกใช้วัตถุดิบง่าย ๆ จากท้องถิ่นไทยเรา ตั้งแต่สมุนไพรพื้นบ้าน จนถึงเนื้อวัวไทยฟาร์มโลคัล และอาหารทะเลจากเกาะสีชัง ทำให้การมาแฮงก์เอาต์ที่นี่กลายเป็นเรื่องตื่นเต้นที่จะได้ท้าทายต่อมรับรสและสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ แทบทุกครั้งที่มา ขอยกให้เป็นอีกหนึ่งร้านที่ครีเอทีฟที่สุดในย่านทองหล่อนี้เลยแบบไม่มีข้อแม้เลยจ้า
Little Donkey BKK ชั้น 2 โครงการ 72 Courtyard ซ.สุขุมวิท 55 เวลาทำการ ทุกวัน 17:00-02:00 น. โทร. 02-392-7790 BTS ทองหล่อ fb.com/littledonkeybkk