หลังจากการกักตัวมาร่วม 2 เดือน เลเวลความอยากกินเนื้อของเรา ณ จุด ๆ นี้ก็พุ่งสูงซะจนแตะเพดานยอดหอคอย ชนิดที่ว่าถ้าขนเนื้อวัวมาให้กินทั้งตัวเลยก็ยังไหว! นี่เลยถือเป็นโอกาสดีให้เราได้ฤกษ์จองคอร์สโอมากาเสะเนื้อที่ร่ำลือกันไปทั่วปฐพีว่าจัดเต็มจริงอะไรจริงที่ Kuro House หนึ่งในร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมที่ซ่อนตัวอยู่ชั้นบนของ DND เอกมัย


หากมองแค่ระดับสายตาโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นไป ใคร ๆ ก็คงคิดไม่ถึงว่าจะมีร้านอาหารขนาดยักษ์ที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นคฤหาสน์ญี่ปุ่นหลังงามทั้งหลังซ่อนตัวอยู่ที่ชั้นบนของ DND (พิกัดไนต์ไลฟ์ที่ชาวเอกมัยรู้จักกันดี) หากแต่บรรยากาศข้างบนกลับตรงข้าม ด้วยการเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสุดหรูที่ให้กลิ่นอายแบบลัทธิเซนนิ่ง ๆ สงบ ๆ ด้วยการใช้ไม้สีอ่อนทั้งร้าน มีแบ่งโซนเป็นห้องทานชาบู โซนร้านซูชิ โซนเอาต์ดอร์กึ่งสวนในร่มที่ด้านหลัง และไฮไลต์คือโซนยากินิคุที่เสิร์ฟเป็นคอร์สโอมากาเสะเท่านั้น
และเพื่อให้คุ้มค่าแก่การรอคอยมาเนิ่นนาน เราเลยขอจัดเต็มวันพิเศษที่ได้ออกจากบ้าน ด้วยคอร์สโอมากาเสะยากินิคุเนื้อในชื่อ Kuro Yakiniku Omagase (4,800 บาท) ที่ใครก็ตามที่เป็นสายเนื้อต้องไม่ควรพลาดคอร์สนี้อย่างเด็ดขาดด้วยประการทั้งปวง!



จานเรียกน้ำย่อย 3 คอร์สแรก เริ่มจากสลัดผักโขม Baby Spinach Blue Cheese Salad ที่แอบเซอร์ไพรส์เราด้วยรสชาติไม่คุ้นปากของมะละกอไทยและบลูชีส เพื่อเปิดต่อมรับรส ถัดมาคือ Iberico Sandwich Toast แซนด์วิชหน้าตาพื้น ๆ แต่รสชาติถูกใจเด็กอ้วนอย่างเราด้วยการสอดไส้ด้วยแฮม Iberico จากสเปน ซึ่งเป็นแฮมที่ใช้ส่วนพุงหมูมาทำ โดยเชฟบอกว่านี่เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยที่ลูกค้าทุกคนเลิฟมาก ๆ และถึงแม้คอร์สนี้จะเปลี่ยนเมนูไปบ้างในแต่ละซีซันเพื่อให้เข้ากับฤดูกาลของวัตถุดิบ แต่เมนูแซนด์วิชนี้จะต้องอยู่เอาใจลูกค้าเสมอในทุกครั้ง
ปิดท้ายการเรียกน้ำย่อยด้วย Rib-Eye Wagyu Yukke เนื้อวากิวดิบที่เสิร์ฟมาในสไตล์ยุเกะแบบญี่ปุ่น พร้อมไข่นกกระทาให้คลุกเคล้าจนเข้ากันเพื่อความชุ่มฉ่ำ ส่วนใครที่ไม่ไหวจะเคลียร์กับเนื้อดิบ ก็สามารถส่งให้เชฟเอาไปเบิร์นไฟด้านบนได้นะ


มาต่อกันฝั่งเมนคอร์สที่แน่นอนว่าเป็นเนื้อล้วน ๆ เน้น ๆ ยาวไปอีก 9 คำ ซึ่งไฮไลต์ที่ทำให้เราต้องดั้นด้นมากินโอมากาเสะเนื้อที่นี่ ไม่ใช่แค่ทุกเมนคอร์สทำด้วยสไตล์ยากินิคุหรือปิ้งย่างบนเตาถ่านเท่านั้น แต่ไฮไลต์จริง ๆ คือเนื้อวัวที่ทางร้านเลือกใช้แค่เนื้อวัวจากฟาร์มฟุราโนะ (Furano) จังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น โดยสาเหตุที่เลือกใช้เนื้อวัวจากที่นี่คือคาแรกเตอร์หลักของตัวเนื้อวัวที่ลีนไขมันมาพอเหมาะ ทำให้ไม่ติดมันจนเลี่ยนเกินไปสำหรับการปิ้งย่าง ซึ่งทางร้านเล่าให้เราฟังว่าวัวที่ฟาร์มนี้จะกินเฉพาะกากเต้าหู้และกากเบียร์เท่านั้น
พาร์ตต่าง ๆ ของเจ้าวัวฟุราโนะเลยถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดีเพื่อเสิร์ฟเป็นดาวเด่นของในแต่ละเมนคอร์ส คำที่เราชอบเป็นพิเศษขอยกให้กับคำที่ 6 ที่ทางร้านเลือกใช้เนื้อวากิวฟุราโนะส่วนสันคอมาย่างจนได้ความ Medium Rare ที่พอดิบพอดี ท็อปด้านบนด้วยไข่หอยเม่นและคาเวียร์ ทานคู่กับซอสเรดไวน์ที่ตัดบาลานซ์ด้วยกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นของซอสพอนสึ


เราชอบที่ Kuro House เพิ่มลูกเล่นให้การกินยากินิคุเนื้อที่ไม่ใช่การปิ้ง ๆ ย่าง ๆ แล้วเอาเข้าปาก อย่างเช่นในคอร์สที่ 7 ซึ่งเสิร์ฟซุปเนื้อที่ตุ๋นกับเป๋าฮื๊อมาจนเข้มข้นแล้วกรองเหลือเพียงซุปใส ด้านบนวางแผ่นเนื้อวากิวสไลซ์ส่วนสตริปลอยน์ลงไป แล้วเบิร์นไฟเบา ๆ ก่อนเสิร์ฟ เมื่อจุ่มเนื้อร้อน ๆ ลงไปในซุปแล้วกินคู่กัน คือความฟินนาเล่ที่หาได้แค่ที่ร้านนี้เท่านั้น


ต่อด้วยอีก 2 เมนคอร์ส เราชอบมาก ๆ ตรงที่เขาเอาทีเด็ดอย่างลิ้นวัวมาเล่น โดยคำแรกจะเป็นเนื้อลิ้นวัวฟุราโนะสไลซ์บาง ท็อปด้านบนด้วยเห็ดทรัฟเฟิลดำและคาเวียร์ นอกจากจะถ่ายรูปสวยตั้งแต่ตอนก่อนย่างแล้ว ความฟินหลังจากเชฟย่างและม้วนรวมกันก่อนเสิร์ฟก็น่าประทับใจพอกัน ส่วนอีกคำคือลิ้นวัวเวอร์ชันหนา ซึ่งเป็นส่วนที่ได้มาจากโคนลิ้นวัว หั่นออกมาขนาดพอดีสำหรับย่างไฟแรงแบบสเต็กญี่ปุ่นเพื่อให้ข้างนอกกรอบ และด้านในยังนุ่มเหนียวได้ที่


แม้ว่าถึงตอนนี้ทุกคนจะเริ่มอิ่มจุกกันแล้ว แต่เราไม่อยากให้พลาดความฟินขึ้นสวรรค์ของ 2คอร์สสุดท้าย ที่เสิร์ฟเนื้อสตริปลอยน์หมักซอสสุกี้ยากี้มาให้จิ้มทานคู่กับไข่ดิบสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ และคำสุดท้ายที่รสชาติติดตาตรึงใจเรามาจนถึงทุกวันนี้ กับการนำพาร์เมซานชีสไปทอดจนกลายเป็นแผ่นแป้งทรงทาโก้ ใส่ไส้ด้านในด้วยรีซอตโต้เท็กซเจอร์ครีมมี่ ที่เข้ากันดีกับสเต็กเนื้อเทนเดอร์ลอยน์ชิ้นพอดีคำและเห็ดทรัฟเฟิลดำสไลซ์บาง


และไหน ๆ ก็มาถึง Kuro House ทั้งที เราเลยขอพาแวะไปชิมเซตชาบูที่อีกฝั่งกันสักหน่อย เพราะได้ข่าวมาว่าใครที่เป็นสายรักเนื้อต้มก็ไม่ควรพลาดโซนชาบูของที่นี่ด้วยประการทั้งปวงเช่นกัน ทีเด็ดของชาบูที่นี่คือเบสน้ำซุปที่เคี่ยวมาจากปู สามารถสั่งได้ทั้งเซตเนื้อ หมู หรือแม้แต่ปลาที่ใช้เกรดเดียวกับปลาดิบในโซนซูชิ ทานเสร็จอย่าลืมตอกไข่ออร์แกนิกลงไปในหม้อพร้อมข้าว เพื่อปิดจ็อบรอบสุดท้ายเป็นข้าวต้มซุปปูให้อิ่มท้องก่อนกลับบ้าน
Soimilk Says: ใครที่เป็นสายเนื้อแบบจัด ๆ เราบอกได้คำเดียวว่าที่นี่คือนิพพานที่แท้จริง โดยเฉพาะสำหรับใครที่ชอบเนื้อวัวญี่ปุ่นสไตล์นุ่ม ๆ หอม ๆ ละลายในปาก เคี้ยวง่าย ๆ และมันแทรกไม่เยอะเกิน เราขอแนะนำว่าคอร์สโอมากาเสะ Kuro Yakiniku Omagase เป็นหนึ่งใน Wish List ที่ทุกคนควรปักหมุด ขอเพิ่มคะแนนให้การตกแต่งแบบเซน ๆ โล่ง ๆ ไม่ยุ่งยาก ทำให้การออกจากบ้านมากินเนื้อของเราครั้งนี้ผ่อนคลายกว่าครั้งไหน ๆ
Kuro House ซ.สุขุมวิท 63 เวลาทำการ อังคาร - อาทิตย์ 11:00 - 22:00 น. โทร. 094-446-6269 BTS เอกมัย fb.com/kurohouse.bkk