กำแพงอิฐมอญสีส้มที่ถูกเรียงสลับชั้นไขว้กันอย่างแปลกตา รวมถึงทางเดินเข้าร้านที่ดูแสนลึกลับ เป็นเสน่ห์อย่างแรกที่เรียกแขกอย่างเราให้เดินเข้าไปสำรวจทักทายด้านใน ส่วนถ้าใครเป็นแฟนคลับร้านอาหารชื่อดังอย่าง The Local และ Crab and Craw นั่นยิ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลให้ต้องรีบตบเท้าเดินเข้าไปทำความรู้จักกับ Carne กริลล์บาร์เปิดใหม่ย่านอโศกแห่งนี้ เพื่อทำความรู้จักเมนูอาหารที่รับรองว่าสายเนื้อเห็นแล้วต้องกรีดร้องแรงแน่นอน


Carne (การ์เน่) คำในภาษาสเปนที่หมายถึง 'เนื้อ' ในแบบรวม ๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อไก่ ไปจนถึงเนื้อปลา ถูกหยิบยกมาใช้อธิบายวัตถุดิบทางอาหารและที่มาของกริลล์บาร์เปิดใหม่แห่งนี้ได้อย่างดีเยี่ยม โดยมีทีเด็ดอีกอย่างคือการชูคาแรกเตอร์รสชาติและเทคนิคการปรุงในสไตล์ 'อเมริกาใต้' ซึ่งถ้าใครอยากรู้จะเด็ดขนาดไหน เราคงต้องเล่าให้ฟังกันยาว ๆ

แต่เล่าเองก็คงไม่ซาบซ่าถึงเนื้อถึงหนังแบบอเมริกาใต้ได้เท่ากับการให้ Mateo Roberson เชฟลูกครึ่งเม็กซิกัน-อเมริกันเชื้อสายละติน มาเป็นคนเล่าให้ฟังเอง โดยเชฟได้บอกถึงหลักใหญ่ใจความของการเป็นอาหารสไตล์อเมริกาใต้ที่เน้นไปที่รสชาติจัดจ้านแบบ Flavorful มีการใช้เทคนิคทั้งแบบดั้งเดิมอย่างการใช้ถ่านกะลามะพร้าว มาจับเข้ากับเตากริลล์ขนาดยักษ์ที่ช่วยดึงรสชาติของเนื้อสัตว์และเครื่องปรุงแต่ละชนิดออกมาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งถ้ามาคิดดูดี ๆ แล้ว การกินอาหารรสจัดจ้านสุดทุกทางแบบอเมริกาใต้นี้ ก็เป็นอะไรที่ลงล็อกพอดีกับลิ้นปากคนไทย
รวมถึงความสนุกที่เชฟอธิบายว่าเป็นการรังสรรค์เมนูสูตรอเมริกาใต้ภายใต้คอนดิชันหลาย ๆ อย่างแบบไทย ๆ ทั้งการเลือกใช้เนื้อสัตว์จากหลากหลายแหล่งที่มา ทั้งฟาร์มในประเทศไทยและต่างประเทศ ผักอินทรีย์หลายชนิดที่เลือกคัดสรรมาในเกรดเดียวกับ The Local ซึ่งบางทีก็เป็นผักพื้นบ้านที่เชฟเพิ่งมารู้จักที่ไทย แต่ดันมีรสชาติเข้ากันดีกับอาหารละตินอเมริกัน ไปจนถึงความสนุกในการคราฟต์วัตถุดิบประจำร้าน อาทิ แป้งตอติญ่าดอกอัญชันไปจนถึงผงสมุนไพรไว้จิ้มกับสเต็ก

ความสนุกของการมา Carne อีกอย่างสำหรับเรา คือรสชาติใหม่ ๆ ที่จะค้นพบผ่านเนื้อวัวส่วน Secondary Cuts ที่ร้านสเต็กเฮาส์ทั่วไปไม่เลือกนำมาขาย อย่าง The Spider Cut (790 บาท) จานนี้ก็ทำเราเซอร์ไพรส์ด้วยเท็กซเจอร์เกรียมกรอบนิด ๆ ที่ด้านนอกจากการย่างไฟแรง แต่มีความชุ่มฉ่ำที่ด้านใน จุด ๆ นี้จะจิ้มคู่เกลือหรือผงจิ้มสเต็กสูตรพิเศษของทางร้านที่ทำจากสมุนไพรไทยและอเมริกาใต้รวมกันกว่า 15 ชนิด ก็เวิร์กไปซะหมด

จานที่เราขอไฮไลต์ด้วยปากกา 65 เฉดสี ว่ายังไงก็ต้องมาโดน คือ Roasted Bone Marrow (450 บาท) ไขกระดูกวัวมัน ๆ นัว ๆ ท็อปคู่กับเนื้อส่วน Brisket (เสือร้องไห้) ที่ถูกตุ๋นมาอย่างดี ให้เราได้ขูดทั้งเนื้อทั้งไขกระดูกแล้วทานคู่กับแป้งตอติญ่าโฮมเมด และซัลซาอะโวคาโดสด บอกเลยว่าเป็นคำที่เอาเข้าปากแล้วแล้วจะไม่ลืมรสชาติและความอร่อยนี้ไปอีกเป็นเดือน!

ไม่ใช่ทีเด็ดในพาร์ตเนื้อวัวเท่านั้น แต่เมนูลับที่หลาย ๆ คนคาดไม่ถึงอย่าง Pork Chuleta Con Pina (590 บาท) ก็มีดีไม่แพ้เมนูเนื้อวัวเลย แถมยังเป็นการกินหมูแดงที่จะเปลี่ยนโลกเราไปตลอดกาลอีกเช่นกัน ด้วยการหมักหมูคุโรบูตะข้ามคืนกับโกจิสีแดงก่อนจะกริลล์จนสุกนุ่มทั่วถึงทั้งชิ้น ที่ท็อปมาด้านบนคือซัลซาสับปะรดภูแลรสหวานอมเปรี้ยว เป็นการเติมเต็มรสชาติแบบครบเครื่องที่ทำให้สายหมูอย่างเราหลงรักเมนูนี้สุด ๆ ไปเลย


ปิดท้ายด้วยของหวานสไตล์ละติน-อเมริกาใต้อย่าง Brioche Zeppole (250 บาท) โดนัทเนื้อหนานุ่มสไตล์ละตินกับครีมชีสมาสคาโปเน่และถั่วพีแคน เป็นเมนูพื้นเมืองประจำบ้านเกิดที่เชฟบอกว่าอยากให้ทุกคนได้ลอง แล้วอย่าลืมสั่งดริงก์อย่าง The Huacachina (290 บาท) มาจิบกันอีกสักแก้วก่อนกลับบ้าน ความครีมมี่ของโฟมด้านบนบาลานซ์เข้ากันได้ดีกับกลิ่นเด่น ๆ ของกะทิ เบสเหล้าวอดก้า ใบเตย ตะไคร้ และแตงกวาญี่ปุ่น เป็นการปิดจ็อบจานเนื้อ ๆ ของเราได้แบบฟินาเล่
Soimilk Says: ถึงแม้เราจะไม่ได้อินในความอเมริกาใต้อะไรขนาดนั้น แต่พอได้ชิมรสชาติ เห็นความคราฟต์และส่วนผสมที่ใส่ใจและลงลึกในแต่ละเมนู มาบวกเข้ากับราคาสมเหตุสมผลแบบสุด ๆ ของแต่ละเมนู จุด ๆ นี้เลยขอเพิ่ม Carne เข้าท็อปลิสต์โพยสายเนื้อไปเลยแบบไม่มีข้อกังขาเลย!
Carne BKK ซ.สุขุมวิท 23 เวลาทำการ ทุกวัน 17:30-22:30 น. โทร.066-069-2288 fb.com/carnebkk BTS อโศก/ MRT สุขุมวิท