เย็นย่ำตะวันตกดินในค่ำคืนวันศุกร์แบบนี้ เราเปิดประตูเข้าสู่พิกัดลับแห่งหนึ่งบนถนนสายไนต์ไลฟ์ของกรุงเทพมหานครอย่าง ซ.สุขุมวิท 11 ที่หมายมั่นปั้นมือว่าเข้าไปแล้วจะต้องเจอกับบรรยากาศแบบร้านอาหารไทยสไตล์วอล์กกิ้งสตรีทแน่ ๆ แต่ที่ไหนได้ เรากลับพบว่าตัวเองเหมือนก้าวหลุดเข้าไปอยู่อีกโลกใบหนึ่งที่ให้ทั้งความรู้สึกเร้นลับ เข้มขรึม และน่าค้นหา กับการเนรมิตห้องแถวแนวลึกในแถบนี้ให้กลายเป็นขบวนรถไฟสุดหรูได้อย่างไม่น่าเชื่อ


Burapa Eastern Thai Cuisine & Bar By Sri Trat คือโปรเจ็กต์ใหม่ล่าสุดของทีมงานร้านอาหารไทยที่ทุกคนรักอย่าง Sri Trat (ศรีตราด) นำทีมโดย คุณแอ็ค-วงศ์วิชญ์ ศรีภิญโญ ผู้ซึ่งหลงใหลในโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมและการตกแต่งแบบยุค 40s จนเป็นที่มาของการนำโทนสีของนกยูง (น้ำเงินคราม, เขียว, ทอง) มาใช้เป็นแพนโทนหลักที่รังสรรค์ให้โบกี้รถไฟขบวนนี้หรูหราและเอ็กซ์คลูซีฟกว่าใคร

และเช่นเดียวกับการเดินทางด้วยขบวนรถไฟในชีวิตจริง ที่นั่งในชั้นสองและชั้นสามของร้านนี้จึงถูกแบ่งออกด้วยกิมมิกการตกแต่งให้เป็น ชั้น Business Class และชั้น First Clas ที่นั่งภายถูกทำเป็นเก้าอี้พนักพิงสูงบุด้วยเบาะหนังมันขลับ มีการจำลองหน้าต่างรถไฟไว้ตามแต่ละโต๊ะให้บรรยากาศการเดินทางด้วยรถไฟดูสมจริงขึ้นไปอีก ซึ่งที่เราชอบที่สุดคือการคุมแสงไฟให้ริบหรี่อย่างมีนัยยะซ่อนเร้น เพื่อให้การเดินทางนี้ดูลึกลับและเป็นส่วนตัวเหมาะกับเราเป็นที่สุด

อาหารไทยสไตล์ภาคตะวันออกที่มีเบสหลักอยู่ที่จังหวัดตราด จันทบุรี ไล่เลยไปจนถึงกลิ่นอายจากภาคอีสาน ถูกนำมาวางเสิร์ฟให้เราได้ชิมกันในค่ำคืนนี้ ได้แก่ สำรับทานเล่น (350 บาท) เมนูออร์เดิร์ฟสไตล์ภาพตะวันออกที่ประกอบด้วยเนื้อแดดเดียวทอด ไส้กรอกอีสานจากอุบลราชธานี ข้าวเหนียว และน้ำพริกหมูชะมวงผักสดที่เป็นเมนูขายดีมาจากร้านศรีตราด ซึ่งถ้าใครกลัวไม่อิ่ม ก็สามารถสั่ง ยำหัวปลีกุ้งสด (220 บาท) มาเป็นออร์เดิร์ฟด้วยได้เหมือนกัน ที่นี่เขาใช้หัวปลีกรอบ ๆ มายำพร้อมกุ้งสดตัวใหญ่ ๆ หอมเจียว พริกแห้ง ไข่ต้ม และปรุงรสด้วยน้ำมะขามที่ทำให้รสชาติของยำหัวปลีจานนี้โดดเด้งขึ้นมาจากจานอื่น ๆ


ต่อกันด้วยอาหารจานหลักที่ทยอยมาเสิร์ฟไม่ขาดสาย อาทิ หมกหม้อไก่ไข่อ่อน (250 บาท) ที่หน้าตาอาจดูโลคัล แต่รับรองว่ารสชาติต้องถูกใจทั้งชาวกรุงเทพฯ และชาวต่างชาติแน่ ๆ ที่สำคัญคือเขาไม่ได้ใส่ปลาร้าลงไปต้มด้วยนะ ใครที่ทานปลาร้าไม่เป็นก็ไม่ต้องกลัวไปล่ะ รวมถึง เมี่ยงปลาทับทิม (200 บาท) ที่รสชาติถึงเครื่องถึงใจจนถ้าไปคราวหน้าก็คงต้องสั่งเมนูนี้อีกรอบ

เมนูจำพวกแกงอีกอย่างที่น่าลอง คือ ต้มเปรตเนื้อ (280 บาท) ที่ถ้าจะให้อธิบายคงต้องบอกว่ารสชาติจะคล้าย ๆ ซุปหางวัว แต่มีเอกลักษณ์อยู่ที่เครื่องแกงเฉพาะจากภาคตะวันออกอย่างหน่อกระวานและขมิ้นขาว เป็นต้น


ปิดท้ายการเดินทางสุดแสนพิเศษนี้ด้วย เรื่องกล้วย ๆ (250 บาท) เซ็ตขนมหวานที่ประกอบมาจาก 'กล้วย' ล้วน ๆ ถึง 3 ชนิด คือ กล้วยไข่เชื่อม กล้วยปิ้งหอมกลิ่นน้ำตาลไหม้นิด ๆ จากซอสคาราเมลที่เสิร์ฟมาคู่กัน และหนุมานคลุกฝุ่นที่ใช้กล้วยน้ำว้ามาต้ม แล้วคลุกเคล้าด้วยมะพร้าว น้ำตาลทรายขาว และน้ำตาลทรายแดง กับอีกเมนูที่เราชอบมากคือ ข้าวเหนียวมูนหน้าจาวตาลเชื่อม (100 บาท) ซึ่งใช้จาวตาลสด ๆ หอม ๆ มาเชื่อมในรสชาติแบบหวานน้อย เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวมูนทำเอง


และสำหรับใครที่อยากจบค่ำคืนแห่งการเดินทางไปภาคตะวันออกนี้อย่างสมบูรณ์แบบ เราขอแนะนำให้แวะนั่งจิบดริงก์เบา ๆ ที่บาร์ชั้นล่างก่อนกลับบ้านได้เลย โดยรอบนี้เราได้ลอง Amarit (350 บาท) ค็อกเทลเบสเหล้าเวอร์มุธ และเหล้าสไปซ์รัมจากเบลเยี่ยม มีการเพิ่มกลิ่นดอกบัวและผงทองคำลงไปเพื่อเพิ่มกิมมิกความเป็นน้ำอมฤตให้เครื่องดื่มแก้วนี้ดูศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาอย่างกระทันหัน

เราจบการเดินทางในค่ำคืนนี้ด้วยด้วย Koy-Preaw (350 บาท) เครื่องดื่มที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก 'ก้อย' อาหารยอดฮิตของภาคตะวันออก มีเบสเหล้าเป็นดรายเวอร์มุธและคราฟต์จินจากเมืองฮิโรชิม่า ผสมกับสมุนไพรไทยอย่างหอมแดง ผักชีฝรั่ง และวัตถุดิบลับอย่างกะปิ โดยรวมแล้วเหมือนซดน้ำต้มยำที่สามารถทำให้เราเมาได้ดี ๆ นี่เอง



Soimilk Says: ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์แปลกใหม่ให้เราได้ดื่มด่ำไปกับความจัดเจนทั้งในแง่ของการตกแต่ง สูตรอาหาร การคัดเลือกวัตถุดิบ ไปจนถึงสัมผัสกับคอนเซ็ปต์สุดพิเศษของขบวนรถไฟสายนี้ ยิ่งถ้าใครชอบอาหารไทยรสจัดด้วยก็น่าจะถูกใจเป็นพิเศษ เราแนะนำให้จองที่มาล่วงหน้าสักหน่อย เพราะด้วยความจำกัดของพื้นที่ร้านและความพิถีพิถันในการปรุง เราอาจจะต้องรอนานนิดหน่อยถ้าไม่จองมาก่อนล่วงหน้าเด้อ
Burapa Eastern Thai Cuisine & Bar By Sri Trat ซ.สุขุมวิท 11 เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ 18:00-01:00 น. โทร. 02-012-1423 BTS นานา https://www.facebook.com/BurapaEasternThai