ถ้าการบินไกลไปถึงอิตาลีเพื่อนั่งจิบไวน์ กินพิซซ่าสไตล์นโปลี แล้วแวะไปดูละครโอเปร่าที่โรงละครในเมือง ดูจะเป็นเรื่องไกลตัวเสียเหลือเกินถ้าเทียบกับเงินเดือนในตอนนี้ (/ร้องไห้) เราขอเสนออีกทางเลือกที่ใกล้ตัวกว่าเดิม กับการเดินทางมายัง Hotel Muse โรงแรมบูทีกสุดหรูในย่านหลังสวน เพื่อสัมผัสกับความเป็นอิตาเลียนแท้ ๆ (แบบไม่ต้องบินไปอิตาลี) ที่ห้องอาหารลับที่ซ่อนอยู่ด้านล่างของโรงแรมอย่าง Medici Kitchen & Bar



หลังจากที่ได้ข่าวการแปลงโฉมและรีโนเวตครั้งใหญ่ของ Medici Kitchen & Bar เราก็รีบพุ่งตัวตรงดิ่งมาเช็กอินทันทีก่อนใคร เพราะนอกจากการตกแต่งที่ปรับมู้ดให้ดูสว่างสดใสและเป็นกันเองมากยิ่งขึ้นแล้ว เรายังได้ข่าวมาอีกว่า เฮดเชฟของที่นี่ก็ถูกเปลี่ยนมือส่งต่อให้กับพ่อครัวอาหารอิตาเลียนรุ่นใหญ่อย่าง เชฟจูเลียโน เบอร์ตา (Giuliano Berta) ที่มาพร้อมรสมือและสูตรอาหารแบบคนอิตาเลียนแท้ ๆ ซึ่งเขาได้ใช้สูตรอาหารตำรับภาคเหนือของอิตาลีที่ได้มาจากคุณแม่ มาประยุกต์เข้ากับเทคนิคแบบเชฟสมัยใหม่ จนเกิดเป็นที่สุดแห่งประสบการณ์อาหารอิตาเลียนที่ถ้าใครเป็นคออาหารชนชาตินี้จะต้องฟินข้ามวันข้ามคืนกันไปเลย!

วัตถุดิบทะเลสดใหม่คัดสรรจากน่านน้ำไทย ผสมรวมกับเครื่องเทศ ชีส และเส้นพาสต้าโฮมเมดที่เชฟจะทำสด ๆ ในครัวของ Medici ทุกวัน ถูกนำมาใช้เป็นตัวชูโรงให้ Spagetthi Di Mare (690 บาท) กลายเป็น Chef's Signature ของห้องอาหารแห่งนี้ไปโดยปริยาย เราชอบความ Al Dente ของเส้นพาสต้าที่เป็นวัฒนธรรมการลวกเส้นของชาวอิตาลีให้เหนียวหนึบที่ด้านนอก แต่ข้างในเส้นยังมีความกรุบกรึบอยู่ ความเก๋คือนางเป็นพาสต้าซอสมะเขือเทศที่เราสามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ 3 เลเวล แถมเชฟยังสาดอาหารทะเลลงมาไม่ยั้ง ทั้งหอยกาบ หอยแมลงภู่ และหมึกชิ้นใหญ่ยักษ์

อีกจานที่สายอาหารอิตาเลียนน่าจะเลิฟมาก ๆ คือ Risotto E Capaesante (790 บาท) รีซอตโต้ข้าวอิตาเลียนเม็ดอวบอ้วนที่ดูดซับไวน์และน้ำซุปจากหอยเชลล์และล็อบสเตอร์ที่เชฟใช้เป็นวัตถุดิบชูโรงสำหรับจานนี้ ตัวซอสครีมข้นเหนียว เท็กซเจอร์ดี ตามสไตล์อิตาลี ท็อปด้านบนเน้น ๆ ด้วยหอยเชลล์ฮอกไกโดตัวอวบอ้วนที่ถูกกริลล์จนด้านนอกกรอบ และเห็ดทรัฟเฟิลที่ใส่มาเพื่อความหอมหวนชวนน้ำลายสอ


นอกจากพาสต้าเส้นโฮมเมดกับรีซอตโต้ที่เราชอบมาก ๆ แล้ว ไฮไลต์อีกอย่างหนึ่งของที่นี่คือครัวเปิดที่เราสามารถมองเข้าไปเห็นเชฟจูเลียโนง่วนอยู่งานครัวและอบพิซซ่าอยู่ด้านใน ซึ่งรอบนี้เราเลือกสั่งเป็น Pizza Tartufata (690 บาท) เมนูแนะนำจากเชฟจูเลียโนที่ประกอบด้วยวัตถุดิบหลักอย่างมาสคาโปเนชีส จากแคว้นลอมบาร์ดี อาสิกาโกชีส ชีสท้องถิ่นจากเขตเทรนทิโน่ เห็ดพอร์ชินีสดที่หาได้เฉพาะบนเทือกเขาแถบอิตาลี และปิดท้ายด้วยกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์จากเห็ดทรัฟเฟิลดำ
ส่วนใครที่ตั้งใจใส่ชุดสวยมาจิบไวน์สัญชาติอิตาลีของที่นี่ เราแนะนำให้สั่ง Affettati E Formaggi (750/1380 บาท) โคลด์คัตจานใหญ่ที่มีให้เลือกในไซซ์สำหรับ 2 คนและ 4 คน เน้นหนักไปที่ชีสและอิตาเลียนโคลด์คัตระดับพรีเมียมสั่งตรงจากอิตาลี จับคู่แพร์ริ่งกับไวน์ตัวไหนก็เวิร์ก! หรือใครจะลองสั่งค็อกเทลแก้วพิเศษของบาร์ที่นี่มาลองจับคู่ด้วยก็ได้ไม่ว่ากัน
อีกส่วนที่เราไม่อยากให้ใครก็ตามพลาดเด็ดขาด คือการแสดงในดนตรีสดในเกือบทุกค่ำคืนของบาร์แห่งนี้ โดยเขามีไฮไลต์อยู่ที่วง Fivera วงดนตรีป็อปโอเปร่าวงแรกและวงเดียวในประเทศไทยที่จะมาเปล่งเสียงประสานที่ไพเราะจนเราขนลุกให้แขกได้ฟังกันแบบใกล้ชิดติดขอบโต๊ะ ในทุกคือวันศุกร์และเสาร์ ส่วนวันอื่น ๆ ก็จะมีดนตรีไลฟ์แจ๊ส บรอดเวย์ รวมถึงร็อก ให้ได้เลือกฟังกันด้วย
Soimilk Says: เราชอบการปรับมู้ดครั้งใหม่นี้ของ Medici Kitchen & Bar ที่ดูเข้าถึงง่ายและสว่างกว่าแต่ก่อน แต่ก็ยังชอบที่นี่ที่เขายังเสมอต้นเสมอปลายกับการเป็นห้องอาหารอิตาเลียนที่จริงจังที่สุดแห่งหนึ่งในไทยด้วย นอกจากนี้ก็ต้องขอบวกคะแนนให้ความสวยหรูของห้องไพรเวตทั้งสองอย่าง Caterina และ Lorenzo ที่เหมาะมาก ๆ กับการจัดปาร์ตี้ส่วนตัว รวมถึงประสบการณ์การชมโอเปร่าแบบใกล้ชิดติดขอบที่หาดูไม่ได้ที่ไหนในกรุงเทพฯ ทั้งหมดทั้งมวลคือความเอ็กซคลูซีฟ ที่เราอยากแนะนำให้รีบมาจับจองที่นั่งช่วงเทศกาลปลายปีแบบนี้อย่างด่วน ไม่ต้องรอให้เพื่อนคอนเฟิร์มนัดแล้วจ้ะ!
Medici Kitchen & Bar ชั้น LG โรงแรม Hotel Muse Bangkok ถ.หลังสวน เวลาทำการ ทุกวัน 12:00-14:00 น. (มื้อเที่ยง) และ 18:00-22:30 น. (มื้อเย็น) โทร. 02-630-4000 medici-italian-restaurant-bangkok.com/th