Skip to main content
AdSense

ใน Josh Hotel มีอะไรบ้าง เรารวมมาให้หมดแล้วทุกซอกทุกมุม

เห็นเป็นโรงแรมเล็ก ๆ แต่ข้างในเด็ด ๆ ทั้งนั้นนะ

ใน Josh Hotel มีอะไรบ้าง เรารวมมาให้หมดแล้วทุกซอกทุกมุม
July 16, 2018 Bangkok time
ใช่แล้วจ้าทุกคน นี่จะเป็นบทความที่ครบครันที่สุดจากทีม Soimilk ที่เราจะพาไปบุก Josh Hotel โรงแรมดังสไตล์ Wes Anderson แห่งซอยอารีย์  ใครที่ยังไม่เคยไป หรือยังไปไม่ครบทุกส่วน เราบอกเลยว่าต้องไปซ้ำให้ครบ เพราะถึงจะเป็นโรงแรมไซซ์เล็ก แต่ทีเด็ดข้างในเพียบเลยนะ !
 
 
 

Marigold

 
ใครที่ฮ็อปปิ้งคาเฟ่รอบ ๆ อารีย์จนเบือ แล้วอยากให้ลองมาหามื้อหนักท้องทานบ้าง จุด ๆ นี้ขอให้เดินดิ่งเข้าไปในล็อบบี้ของ Josh Hotel แล้วเลี้ยวขวาได้เลย เพราะเราจะได้เจอกับห้องอาหารไทยหนึ่งเดียวของโรงแรมนี้ ที่มาพร้อมสูตรอาหารปักษ์ใต้สูตรสมุยแท้ ๆ ที่แม้กระทั่งวัตถุดิบอย่างผัก ผลไม้ ไปจนถึงเครื่องแกง ยังสั่งตรงมาจากเกาะสมุยเลยทีเดียว
 
 
 
นอกจากชื่อ 'Marigold' จะมีที่มาจากดอกดาวเรือง หนึ่งในดอกไม้พิเศษอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญแทนในหลวงรัชกาลที่ 9 แล้ว ทาง คุณนอย-ยิหวา ภูสีห์รัตน์  สาวเก่งผู้ดูแลแบรนด์ดิ้งทั้งหมดให้โรงแรมแห่งนี้ยังบอกกับเราอีกว่าอยากใส่คาแรกเตอร์ให้ 'นางดาวเรือง' มีความอินเตอร์ขึ้นมาอีกนิด ด้วยการพลิกเป็นชื่อ Marigold บวกกับดีไซน์แบบ Mid-Century จากฝั่งยุโรปในอัตราส่วนที่ลงตัวจนไม่มีรู้จะหาอะไรไปติได้เลย
 
 
ถึงจะเดินทางข้ามทะเลอ่าวไทยมาอยู่ที่ซอยอารีย์ รสชาติทุกอย่างก็ยังเป็นรสแบบสมุยแท้ ๆ ทุกเม็ด โดยอาหารของที่นี่ได้สูตรลับฉบับโลคัลมาจาก ร้านตำหรับหมุย ที่หาดละไม เกาะสมุยนั่นเอง เริ่มจากเมนูเอาใจเด็กอ้วนอย่างเราคือ อวนหมูทอด (160 บาท) ที่ใช้เนื้อส่วนหัวหมูมาหมัก โรยด้วยข้าวคั่ว แล้วนำไปทอด เป็นเมนูที่จะหากินได้เฉพาะที่สมุยเท่านั้น รวมถึงเมนูง่าย ๆ แต่หรอยแรงอย่าง ใบเหลียงผัดไข่ (250 บาท) ผัดเผ็ดหมูป่า (180 บาท) และปลาจาระเม็ดดำม่วนน้ำ (360 บาท) ซึ่งเป็นสูตรลับรุ่นต่อรุ่นที่ได้มาจากฝั่งต้นตระกูลของเจ้าของโรงแรมแห่งนี้นั่นเอง
 
 
 
ส่วนใครที่เคยไปสมุยมาแล้ว ยังไงก็ต้องติดใจ ขนมจีนน้ำยาปู (250 บาท) ของเด็ดของดีแห่งสมุยแน่นอน ซึ่งที่ร้านนี้ก็จริงจังถึงขั้นตำเครื่องแกงเอง แถมยังเสิร์ฟมาพร้อมยำมะละกอรสเปรี้ยวหวาน เอาไว้ตัดรสเผ็ดของเครื่องแกง
 
Marigold ซ.พหลโยธิน 7 (อารีย์ 4 ฝั่งเหนือ) ถ.พหลโยธิน เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 11:00-14.30 น. และ 17:00-22:00 น., เสาร์-อาทิตย์ 11:00-22:00 น. โทร. 02-102-4999

Ari Recipe

 
อาคารชั้นเดียวหลังเล็ก ๆ ด้านซ้ายมือของ Josh Hotel ถูกดีไซน์ให้มีความ Cozy เหมือนอยู่บ้านคนญี่ปุ่นจริง ๆ ซึ่งเราก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี เลยขอเรียกแนวนี้ว่า Japanese Retro ก็แล้วกัน ผนังสีเหลืองตุ่น ๆ ให้ฟีลลิ่งแบบ Warm Welcome มาก ๆ แถมยังเข้ากันดีกับเฟอร์นิเจอร์ไม้สไตล์ยุ่น ๆ ปิดท้ายด้วยบาร์ยาวที่ผนังด้านหนึ่งของร้าน ซึ่งถูกตกแต่งด้านหลังด้วยกระดาษป๊อบอัพ กับลวดลายที่สื่อถึงจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่น
 
 
 
กิตติศัพท์ของร้านนี้คือความ 'จืดแต่อร่อย' ที่ไม่ปรุงอาหารด้วยผงชูรส แต่ชูรสชาติของวัตถุดิบคุณภาพดีออกมาเต็ม ๆ อาทิ Dashimaki Tamako (180 บาท) ทำใหม่สด ๆ ทุกจาน ที่เลือกใช้ไข่ไก่ออร์แกนิกส์เท่านั้น และ Tebasaki Combo (240 บาท) เลือกใช้ไก่บ้านไทยที่เลี้ยงแบบ Free Range ตามธรรมชาติ มาหมักกับซอสสองสูตรคือซอสหวานสไตล์นาโกย่าและซอสเผ็ดที่ผสมโคชูจังเข้าไปด้วย
 
 
ทีเด็ดที่สุดขอยกให้ Ari Zuke Chazuke (320 บาท) ข้าวต้มชาเขียวอันโด่งดังจากการใช้ปลาดิบเกรดซาชิมิพรีเมียมไปคลุกกับซอสถั่วเหลือง พร้อมท็อปปิ้งด้วย Arare แป้งข้าวเหนียวเคี้ยวกรุบ เราถึงกับเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับอาหารสายคลีนสไตล์ญี่ปุ่นไปเลย เพราะนอกจากจะไม่ได้จืดอย่างที่คิด แต่เป็นรสชาติสบายปากที่กินไปแล้วรู้สึกถึงความมีมิติของรสชาติจากวัตถุดิบสดใหม่และความใส่ใจในการทำ 
 
 
นอกจากนั้นก็ยังมีเมนูหลักประจำวันอย่าง Gozen Set (420 บาท) ซึ่งจะเริ่มขายไปจนถึงห้าโมงเย็น โดยครั้งนี้เราเลือกชิมเซ็ต Ham-Bar-Gu ที่ใช้เนื้อหมูและเนื้อวัวบดมาทำเป็นสเต็กแฮมเบิร์ก เสิร์ฟพร้อมข้าวคลุกสาหร่าย ซุปประจำวัน เครื่องเคียง และขนมหวานประจำวัน อย่างวันที่เราไปก็มีพานาคอตต้าเต้าหู้ถั่วเหลืองราดซอสยูซุและน้ำตาลทรายแดง 
 
Ari Recipe ซ.พหลโยธิน 7 (อารีย์ 4 ฝั่งเหนือ) ถ.พหลโยธิน เวลาทำการ อาทิตย์-พฤหัสบดี 11:00-23:00 น. และ ศุกร์-เสาร์ 11:00-00:00 น. โทร.065-385-5565 BTS อารีย์ www.fb.com/arirecipe.th

Hello Summer 

 
อีกหนึ่งไฮไลท์เด็ดที่อยู่ติดกันกับร้าน Ari Recipe ที่เราเชื่อว่าสายอินสตาแกรมเมอร์ทั้งหลายต้องเคยแวะเวียนมาถ่ายรูปกับมุมปัง ๆ หน้าร้านไอศกรีมไซซ์ป๊อบอัพเล็ก ๆ แห่งนี้ในชื่อร้านว่า Hello Summer แน่นอน ! ที่โดดเด่นด้วยโทนสีแดงสด ตัดกันกับพื้นหลังสีฟ้าที่ตั้งใจระบายให้ดูเหมือนสระว่ายน้ำ อารมณ์เหมือนยกร้านไอศกรีมในวันเดอร์แลนด์มาตั้งอยู่ในนี้เลย
 
 
 
ด้วยความที่เป็นร้านป๊อบอัพเล็ก ๆ เมนูเลยมีแค่ 3 อย่างเท่านั้น คือ Classic Soft Serve (89 บาท) Special Summer Soft Serve (139 บาท) Signature Milk Shake (150 บาท) เหมาะกับไว้สั่งมากินในวันอากาศร้อน แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าซอฟต์เสิร์ฟที่นี่ละลายเร็ว ถ้ามัวแต่ถ่ายรูปไม่รีบกิน ระวังจะเลอะเต็มมือ (เหมือนเรา)
 
 
ซึ่งเจ้าซอฟต์เสิร์ฟที่ว่าก็มาพร้อมสองรสชาติคือ Premium Creamy Milk และ Yoghurt Strawberry ซึ่งเราสามารถเพิ่มท็อปปิ้งได้ตามใจชอบและตามกำลังศรัทธา ทั้งมินิเพรสเซลและสตาร์เฟลคสีสันสดใส เป็นมิตรกับอินสตาแกรมแบบมีสิบให้สิบ
 
Hello Summer ซ.พหลโยธิน 7 (อารีย์ 4 ฝั่งเหนือ) ถ.พหลโยธิน เวลาทำการ พุธ-จันทร์ 11:00-19.00 น. (ปิดวันอังคาร) BTS อารีย์

Pool Bar

 
ในโซนเดียวกันกับ Marigold ตอนนี้ได้ขยับขยายเปิดบาร์ต้อนรับสายไนท์ไลฟ์เพิ่มขึ้นมา ในชื่อง่าย ๆ ว่า Pool Bar ซึ่งถึงจะมาในขนาดเล็กกะทัดรัด แต่คุณภาพไม่เล็กตามตัว เพราะได้บาร์เทนเดอร์ระดับเวิลด์คลาสมารันบาร์แห่งนี้ด้วยตัวเอง
 
 
ช่วงเวลาตั้งแต่ 5 โมงเย็น ไปจนถึง 1 ทุ่ม เป็นช่วงเวลาของ Happy Hours ซึ่งคลาสสิคค็อกเทลทั้ง 15 ตัว อาทิ Ginfizz, Mojito, Maitai, Cosmopolitan และ Whisky Sour จะขายในราคาแค่ 200 บาทต่อแก้วเท่านั้น 
 
 
 
แต่ถ้าใครอยากลองซิกเนเจอร์ของที่นี่ก็เด็ดไม่แพ้กัน ทั้ง El Presidente Twist (390 บาท) เบสเป็นเหล้ารัมขึ้นชื่อจากเวเนซุเอล่าอย่าง Diplomatico Exclusiva Reserva มาผสมกับเหล้า Dry Vermouth ที่ได้รับการ infused กลิ่นใบไทม์เข้าไป และผสมกับโทนิคโฮมเมดกลิ่นมะตูม เป็นอีกแก้วที่เราประทับใจมาก ๆ
 
 
 
ส่วนใครที่เป็นสายหวาน ๆ หน่อย เราแนะนำให้สั่งซิกเนเจอร์อย่าง Roselle Fairy (420 บาท) ที่ใช้กระเจี๊ยบเป็นส่วนผสมหลัก บวกกับความหวานของไซรัปน้ำตาลทรายแดงและความละมุนของไข่ขาว เชื่อว่าสาว ๆ น่าจะชอบแก้วนี้แบบจริงจัง ซึ่งจุด ๆ นี้เราจะสั่งดริ้งก์มานั่งจิบที่โซนเอ้าท์ดอร์ด้านนอกริมสระน้ำก็ได้ เพราะตกเย็นทางบาร์จะเอา Bean Bag มาวางไว้รอบ ๆ สระ หรือจะนั่งจิบแบบไฮไซ ๆ ในพื้นร้าน Marigold ก็ได้เหมือนกัน
 
Pool Bar ซ.พหลโยธิน 7 (อารีย์ 4 ฝั่งเหนือ) ถ.พหลโยธิน เวลาทำการ ทุกวัน 17:00-23.00 น. BTS อารีย์

Sunbath and Pool Only

 
 
นี่คือร้านมัลติแบรนด์สโตร์ที่ไม่ขายอย่างอื่นนอกจาก Beach Wear เท่านั้น ซึ่งเราว่ามันเวิร์กมาก ๆ สำหรับใครที่กำลังจะมีทริปเที่ยวทะเล มาร้านนี้ครั้งเดียว ได้กลับบ้านครบทุกอย่าง ตั้งแต่ชุดจั๊มพ์สูทเอาไว้ใส่ถ่ายรูปสวย ๆ เสื้อฮาวายลายอะโลฮ่าทั้งหลายแหล่ แว่นตากันแดดชิค ๆ ไปจนถึงหมวกและกระเป๋าสาน และที่ขาดไม่ได้เลยคือบรรดาชุดว่ายน้ำจากหลากหลายแบรนด์ไทยดีไซน์เนอร์
 
 
 
นอกจากนั้นยังมีเสื้อผ้าที่ทางแบรนด์ Sunbath and Pool Only ทำออกมาขายเองเป็นคอลเลกชันพิเศษ รวมถึงเสื้อผ้าลินินต่าง ๆ จาก Laminim ที่เหมาะกับทั้งใส่ไปทะเล หรือใครจะใส่แบบเป็น Everyday Wear ก็ได้ไม่ว่ากัน 
 
Sunbath And Pool Only ซ.พหลโยธิน 7 (ซ.อารีย์ 4 เหนือ) เวลาทำการ อาทิตย์-พฤหัสบดี 11:00-20:00 น. และศุกร์-เสาร์ 11:00-21:00 น. BTS อารีย์

Josh Hotel

 
 
ไม่ใช่แค่บรรดาร้านอาหารและชอปเสื้อผ้า Beach Wear เท่านั้น แต่ในส่วนของตัวโรงแรมเองก็เต็มไปด้วยดีเทลเก๋ ๆ และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเจนใหม่แบบเต็มสตรีม ทั้งห้องดูหนังส่วนตัว ที่ลูกค้าของโรงแรมสามารถมาใช้บริการได้แบบฟรี ๆ รวมถึงห้องประชุมที่บางเสาร์-อาทิตย์ก็มีทีม Bits and Pieces มาใช้เป็นห้องเวิร์กชอปสอนวาดรูป ทำขนม ชงกาแฟ เก๋เว่อร์ ๆ ไปอีก
 
 
 
รวมถึงมุมไฮไลท์อย่างสระว่ายน้ำด้านหน้าที่ลูกค้าโรงแรมสามารถกระโดดลงน้ำตู้มได้ทุกเมื่อ และบริเวณรีเซปชั่นเก๋ ๆ ที่ด้านหลังวางขายแผ่นเสียงมือ 1 ที่ส่วนใหญ่เป็นเพลงอินดี้สากล รวมถึงเพลง Oldies จากวงดัง ๆ ทั่วโลกจากร้าน 8 Musique 
 
 
 
ห้อง JOSH Room
 
บนชั้น 2-4 ถูกแบ่งเป็นห้องพักในสไตล์ Mid-Century มากถึง 71 ห้อง ประกอบด้วย 4 Room Types คือ Deluxe Room, Family Room, Superior Room และทีเด็ดสุดคือ JOSH Room ห้องพักขนาด 50 ตร.ม. ที่มาพร้อมเตียงคิงไซซ์และอ่างอาบน้ำ
 
 
ใครที่กำลังหาโรงแรมเอาไว้ Staycation เบา ๆ เราว่านี่น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ฮิปและเจ๋งที่สุดในกรุงเทพมหานครเลยทีเดียว ซึ่งเราสามารถเช็คราคาและดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับห้องพักใน Josh Hotel ได้ที่ www.joshhotel.com
 
 
 
AdSense
AdSense
AdSense