แน่นอนว่าชื่อของ Nicholas Haw เป็นชื่อที่ฟังคุ้นหู และด้วยลุคเท่ ๆ ของฝรั่งผมหยิกสีทองก็เป็นอะไรคุ้นตาเช่นเดียวกันสำหรับสายคาเฟ่ฮ็อปเปอร์ผู้หลงใหลการดื่มกาแฟสเปเชียลตี้ในช่วงหลายปีมานี้ เพราะเขาคือหนึ่งในบาริสต้าและนักคั่วกาแฟผู้บุกเบิกหนทาง Specialty Coffee ในเมืองไทย และเป็นชายผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Red Diamond สถานดื่มกาแฟที่เราเคยพาไปเยี่ยมมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน (อ่านต่อ: Red Diamond อาจจะเป็นร้านกาแฟที่จริงจังที่สุดแห่งปี)


และก็แน่นอนไปกว่านั้นอีกที่ชื่อของ ยิปซี - คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์ จะเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดงมากฝีมือ หากแต่อีกในบทบาทหนึ่ง หลายคนคงยังไม่รู้ว่าเธอมีแพชชันเรื่องกาแฟพอ ๆ กับการแสดง ซึ่งพออาร์ตติสต์ทั้งสองมาเป็นแฟนกัน บวกกับความรักสันโดษ ชอบทำอะไรด้วยตัวคนเดียวทั้งคู่ เลยเป็นที่มาให้ Solos Coffee กลายเป็นโรงงานกาแฟขนาดย่อมที่บ่งบอกทั้งความเป็นตัวตนนักคั่วกาแฟมือฉมังของนิก และความลุ่มลึกแบบนักดื่มกาแฟสาวของยิปซี ภายใต้การดีไซน์ร้านให้ไม่เจ๊าะแจ๊ะกับลูกค้า อย่างที่เราจะเห็นได้จากช่อง Take Away หน้าบ้าน รวมถึงการเป็นร้านกาแฟที่มีแค่ 6 ที่นั่ง และต้องจองล่วงหน้ามาก่อนเท่านั้น!
บาริสต้าสายสันโดษ
เราเฝ้าติดตามชีวิตแสนสมบุกสมบันของนิกมาตั้งแต่แรกเริ่มฟันผ่าเข้าป่าเข้าดงบุกไร่กาแฟของชาวดอยที่ภาคเหนือ จวบจนการเริ่มทำร้านใหม่เป็นของตัวเองที่ลงทุนถึงขนาดลงไปนั่งประกอบแผ่นโลหะ ทาสี และเชื่อมเหล็กทุกข้อด้วยสองมือ รวมถึงภาพถ่ายสวย ๆ จากในไอจีของยิปซีที่ดูจริงจังกับการก้าวเท้าเข้ามาทำกาแฟอย่างเต็มตัว การเดินทางมาร้าน Solos Coffee ในเช้าวันพุธที่แดดแรงสุด ๆ ในเดือนธ.ค.นี้ เลยเป็นหนึ่งในเรื่องที่เราเฝ้ารอมาเป็นสัปดาห์!

ประตูโรงรถสีดำค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างอัตโนมัติทันทีที่เรากดกริ่ง Intercall แล้วแจ้งว่ามาตามนัดของ Sometimes บาร์กาแฟที่จะเปิดแค่ Sometimes ล้อไปชื่อของร้าน Solos Coffee ที่แบ่งออกเป็น 4 รอบต่อวันและ 6 ที่นั่งต่อรอบเท่านั้น
โรงรถหน้าบ้านถูกแปลงสภาพจนกลายเป็นโรงคั่วกาแฟขนาดย่อมพร้อมเครื่องจักรขนาดยักษ์ที่นิกเอาไว้ใช้คั่วเมล็ดพืชเขตเมืองร้อนให้กลายเป็นวัตถุดิบหลัก เป็นพระเอกของร้านนี้ ตัวบ้านด้านในอุทิศพื้นที่ชั้นล่างเป็นเคาน์เตอร์บาร์ ประกอบจากแผ่นเหล็กขนาดใหญ่ มีเครื่องมือทำมาหากินอย่างเครื่องเอสเพรสโซชนิดฝังใต้เคาน์เตอร์สัญชาติอเมริกัน แบรนด์ Mavam สีทองเหลืองวางโชว์ไว้แบบคูล ๆ รวมถึงสารพัดเครื่องแก้ว กาน้ำร้อน และเมล็ดตัวอย่างกาแฟให้ลูกค้าเลือกดมวางเรียงไว้ เก้าอี้ที่นั่งจำนวน 6 ตำแหน่ง สามารถมองเห็นบาริสต้ายืนชงกาแฟได้อย่างถนัดตาที่ฝั่งตรงข้าม ส่วนพื้นที่ชั้นบนที่ตอนนี้ยังคงใช้เป็นที่สต็อกเก็บของและเมล็ดกาแฟคั่วสดใหม่ที่นิกจะลงมือคั่วด้วยตัวเองทุกอาทิตย์ แต่แว่ว ๆ มาว่าพี่ยิปซีกั๊กพื้นที่ด้านบนไว้ทำเป็นที่นั่งจิบกาแฟในแบบของตัวเอง และกำลังจะเปิดให้บริการในเร็ว ๆ นี้ด้วย

เสิร์ฟกาแฟสไตล์ Chef's Table

นอกจากที่เราตกตะลึงกับอินทีเรียร้านชั้นล่างในแบบดิบ ๆ แมน ๆ แล้ว อีกอย่างที่ทำให้เราทึ่งมาก ๆ คือการที่บาร์พิเศษเฉพาะกิจอย่าง Sometimes มีเมนูกาแฟในสไตล์ Chef's Table หรือแบบโอมากาเสะให้เราได้ลองทำตัวเป็นลูกค้านักชิม และให้นิกได้กลายร่างเป็นเชฟในช่วงเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อเสิร์ฟกาแฟแบบตามใจตัวเองมาเซอร์ไพรส์ต่อมรับรสของลูกค้า สนนราคาที่ 2 แก้ว 900 บาท และ 3 แก้ว 1,200 บาท

หน้าที่พูดคุยหลัก ๆ จะตกอยู่ที่ยิปซี ซึ่งเริ่มถามเราไล่มาตั้งแต่รสชาติกาแฟที่ชอบ สายพันธุ์ที่ถูกจริต และเมนูที่อยากดื่ม ซึ่งในคอร์สกาแฟแบบโอมากาเสะตามใจบาริสต้านี้ จะมีเมนูลับซ่อนอยู่อีกหลายเมนูที่ไม่มีขายแบบ Take Away ให้เลือกสั่งมาลองกันได้รัว ๆ

ถ้าอยากรู้ว่านางเอกขวัญใจหลายคนอย่างยิปซี มีผลต่อการปรุงกาแฟของนิกแค่ไหน เราอยากให้ลองสั่ง Dirty Kitten มาชิมดู เพราะกาแฟแก้วซิกเนเจอร์นี้เป็นหนึ่งในกาแฟนมไม่กี่แก้วที่หุ้นส่วนร้านคนสวยหลงรัก ถึงขนาดที่นิกตั้งชื่อพิเศษให้ว่า Kitten ต่อท้ายจากการมองว่าคนรักเป็นเหมือนลูกแมวน้อยนั่นเอง ซึ่งความพิเศษของแก้วนี้อยู่ที่การไม่ใส่ครีมเพิ่มลงไป แต่เลือกจะขูดช็อกโกแลตรสส้มท็อปลงไปแทน

อีกแก้วที่เราลองสั่งมาชิมคือเจ้า Flower Garden ซึ่งมาในรูปแบบกาแฟดำที่นิกเลือกเบลนด์เมล็ดจากเอธิโอเปีย 3 สายพันธุ์ไว้ด้วยกัน เพื่อให้เกิดรสชาติโทนฟลอรัล ตามมาด้วยความหวานแบบน้ำผึ้งแฝงอยู่นิด ๆ เหมาะกับการจิบเบา ๆ ตอนเช้าที่แดดแรงแบบนี้ที่สุด

สำหรับใครที่ไม่ได้จองมาล่วงหน้า เราบอกเลยว่าการจะได้ก้าวเท้าเข้าไปเยือนโรงงานกาแฟและโต๊ะจิบกาแฟด้านในของทั้งคู่นั้นเป็นไปได้ยากมาก เนื่องด้วยความรักสันโดษของเจ้าของร้านหัวใจศิลปิน ลูกค้าที่ Walk-in เลยทำได้แค่สั่งกาแฟนมหรือกาแฟดำกลับบ้านผ่าน Intercall ที่หน้าประตูแล้วยืนรอรับเท่านั้น
Soimilk Says: นี่น่าจะเป็นหนึ่งในร้านกาแฟที่ดีและจริงจังที่สุดแห่งปีนี้เลยก็ว่าได้ เมล็ดกาแฟหายากแต่ละตัวที่นิกเลือกมาคั่วดีงามตามมาตรฐานสายสเปเชียลตี้ ส่วนที่ชอบสุด ๆ คือความจริงจังและลุ่มลึกด้านกาแฟของทั้งคู่ที่ดูออกได้ผ่านการพูดคุยและรสชาติที่สกัดออกมาแต่ละแก้ว ใครที่อยากมาแลกเปลี่ยนบทสนทนาภาษากาแฟกับทั้งสองคน ก็คงต้องมือไวสักหน่อย แล้วรีบกดจองรอบล่วงหน้าให้ทันนะ!
Solos Coffee ถ.เสรี 9 (ตรงข้าม ซ.เสรี 7) เวลาทำการ ทุกวัน 8:00 - 17:00 น. โทร. 083-865-8294 fb.com/solos.coffee Line ID: @solos.coffee