Skip to main content
AdSense

Poony Poony Coffee: โฮมคาเฟ่ในห้องนั่งเล่น ที่รันกิจการโดยบาริสต้ามือทองจากเมลเบิร์น

บาริสต้าที่ดี อยู่ที่ไหนก็คือบาริสต้าที่ดี

Poony Poony Coffee: โฮมคาเฟ่ในห้องนั่งเล่น ที่รันกิจการโดยบาริสต้ามือทองจากเมลเบิร์น
August 12, 2020 Bangkok time

ร้านกาแฟในห้องนั่งเล่น

 
ร่มสีครีมคันโตแบบที่คุณแม่คุณพ่อแทบทุกบ้านคงเคยซื้อกลับมาเป็นของฝากจากเชียงใหม่ ถูกจับมากางเด่นอยู่ในซอยเล็ก ๆ ย่านสุทธิสาร เป็นอีกหนึ่งข้อยืนยันที่ถ้าใครเห็นร่มคันนี้ ให้บอกตัวเองไว้ได้เลยว่าไม่ได้หลง! เพราะถึงแม้เราจะตะขิดตะขวงใจเล็กน้อยมาตลอดทางจากการตามกูเกิลแมปส์เข้ามาในละแวกซอยที่พักอาศัยที่ทั้งลึก และแทบจะ middle of nowhere อยู่แล้ว แต่สุดท้ายด้วยทั้งป้ายร้านที่ซ่อนอยู่หลังร่มต่อนยอนคันใหญ่ มอเตอร์ไซค์แลมเบรตต้าสีแดง การตกแต่งโรงรถหน้าบ้านด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่บางคนอาจบอกว่ารกชะมัด! แต่ถ้าเป็นเราคงให้นิยามว่านี่แหละคือความคูลแบบสุดโต่ง แถมด้วยเพลงแจ๊ซยุค 60s ที่ดังคลอออกมาเบา ๆ จากบ้านเก่ายุค Mid-century หลังนี้ ทุกอย่างคือข้อยืนยันและความประทับใจแรกที่คุณจะได้พบจาก Poony Poony Coffee
 
 
 
ถ้าจะตั้ง Tagline ร้าน Poony Poony Coffee ให้ซับซ้อนเหมือนหนัง คริสโตเฟอร์ โนแลน คงต้องบอกว่ามันคือ 'ร้านกาแฟที่ซ่อนอยู่ในบ้านหลังเล็กที่ซ่อนอยู่ในซอยตันที่อยู่ในย่านที่ไม่น่ามีอะไรฮิป ๆ แบบนี้ที่สุทธิสาร' ซึ่งจริง ๆ แล้วเรื่องราวทั้งหมดนี้มันไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้นหรอก แค่ได้เริ่มหย่อนก้นลงบนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์บาร์กาแฟฉบับบ้าน ๆ ที่ทำขึ้นมาจากโต๊ะไม้ตัวเก่า แล้วเปิดบทสนทนากับพี่พูน ผู้เป็นทุกอย่างของ Poony Poony Coffee แห่งนี้ 
 
 
'ประเทศมันปิด เลยกลับไม่ได้อะ' พี่พูนยักไหล่ตอบแบบสบายใจเฉิบ หลังจากที่เรายิงคำถามที่คิดว่าทุกคนที่รู้ภูมิหลังของหนุ่มคนนี้คงถามมาก่อนเราแล้วเป็นร้อย ๆ รอบ แต่ถ้าใครไม่รู้เราจะบอกให้ก็ได้ว่าทำไมเราถึงต้องดั้นด้นตามกูเกิลแมปส์เข้ามาในซอยแคบ ๆ ที่ลึกสุดเบอร์ขนาดนี้ ทั้งหมดก็เพราะชื่อเสียงในวงการกาแฟที่รวมแล้วกว่า 8 ปี ของบาริสต้า 'พูนนี่' ที่หลังจากหอบเอาความฝันและประสบการณ์เรื่องกาแฟในไทยกว่า 2 ปี ไปเรียนภาษาที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย จากความฝันและแพชชันเลยเป็นสิ่งดึงดูดให้เขาใช้เวลาที่เหลืออีก 6 ปี ติดหนึบอยู่กับวงการกาแฟในเมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีทั้งร้านกาแฟและโรงคั่วดีที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกอย่างนครเมลเบิร์นนั่นเอง
 
 
และนั่นก็เลยเป็นเหตุผลให้ใครก็ตามที่เห็นโปรไฟล์จัดจ้านขนาดนี้แล้วจะไม่อยากรู้ว่าทำไม ณ ตอนนี้ ในบ้านเล็ก ๆ ที่จับห้องนั่งเล่นมาทำเป็นร้านกาแฟแห่งนี้ ถึงได้กลายมาเป็นที่ลงหลักปักฐานของบาริสต้ามือทองอย่างพี่พูน 
 
ก็อย่างที่บอกไปว่า 'ประเทศมันปิด เลยกลับไม่ได้อะ' คำตอบนี้จากพี่พูนไม่ใช่แค่อธิบายสถานการณ์ฉุกเฉินของการกลับมาอยู่กรุงเทพฯ ยาว ๆ ในครั้งนี้จากฤดูโควิดเท่านั้น แต่ยังอธิบายความเรียบง่ายและตัวตนหนุ่มบาริสต้าคนนี้ ที่เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าพี่เขาไปได้ความชิลล์นี้มาตั้งแต่สมัยเป่าแคลริเน็ตในวงออร์เคสตราติดอันดับโลก สมัยเป็นผู้ช่วยฝึกสอนดำน้ำ จากประสบการณ์เต็ม ๆ 6 ปี ในเมืองสโลว์ไลฟ์อย่างเมลเบิร์น หรือจะเป็นเพราะตัวพี่พูนเองที่ขนาดคนเขาเครียดกันทั่วบ้านทั่วเมือง แต่ก็ยังดึงตัวเองให้มูฟออนไปได้ด้วยการเปิดโฮมคาเฟ่ในบ้านตัวเองมันซะเลย!

 

I did it my way

 
 
 
เสียงร้องทุ้มลึกในท่อน 'I did it my way' จากบทเพลงของ แฟรงก์ ซินาตรา ดังมาพอดีกับจังหวะที่พี่พูนร้องประสานเสียง (ที่ไม่ค่อยเพราะเท่าไหร่) ไปด้วย พร้อมกับยืนทำ Babyccino ให้เราชิมไปด้วย จังหวะนั้นก็รู้สึกได้เลยว่า เออแฮะ! นี่มันก็เป็นเพลงที่ใช้แทนการทำกาแฟในแทบทุกมิติของพี่พูนได้เลยจริง ๆ เพราะตั้งแต่การกลับมาอยู่กรุงเทพฯ และเริ่มทำกาแฟสกัดเย็นในแบบฉบับของตัวเองภายใต้โลโก้รูปน้าหนวดที่แปะอยู่บนขวดแก้ว ส่งเดลิเวอรี่ไปตามบ้านลูกค้าในช่วงโควิดยุคแรก ๆ จนมาถึงการเลือกชิมเมล็ดกาแฟที่ชอบจากโรสเตอร์ทั้งหลายในกรุงเทพฯ และมาจบที่การตัดสินใจเปิดร้านกาแฟในแบบของตัวเอง (ที่บ้านตัวเอง) ยิ่งทำให้เราเข้าใจเลยว่าทำไม Poony Poony Coffee ถึงเป็นร้านกาแฟที่มี Way เป็นของตัวเองได้ขนาดนี้
 
ส่วนเจ้า Babyccino ที่กำลังทำอยู่นั้น พี่พูนก็อธิบายว่ามันเป็นเมนูนมร้อนแก้วซิกเนเจอร์ที่ทำมาตั้งแต่สมัยอยู่เมลเบิร์น ซึ่งจะเสิร์ฟมาพร้อมโฟมนมตะมุตะมิลายสัตว์โลกน่ารักอย่างหมี กระต่าย และแมว เป็นทีเด็ดที่พี่พูนเอาไว้ล่อหลอกได้ทั้งเด็ก ๆ และสาว ๆ ซึ่งถ้าสาว ๆ คนไหนอยากโดนตก เราก็ขอแนะนำให้เดินมาสั่งที่หน้าบาร์แล้วนั่งจ้องหน้าบาริสต้าระหว่างทำได้เลย
 
 
My Way ของพี่แกอีกอย่างที่เราชอบมาก ๆ คือการพาเอากลิ่นอายของความเป็นบาริสต้าฉบับออสซี่มาใช้กับที่ไทยได้แบบไม่ดึงและไม่ตึง แต่มาแบบชิลล์ ๆ อย่างที่จะเห็นได้จากเมนูกาแฟที่คนออสเตรเลียชอบสั่ง อาทิ Magic (80 บาท) ลาเต้ร้อนเข้ม ๆ ที่เสิร์ฟนมเพียงแค่ 3/4 ของแก้วเท่านั้น ซึ่งก็เข้ากันได้ดีมากกับเมล็ดกาแฟเบลนด์พิเศษโทนนัตตี้จาก อ.ปางขอน และเมล็ดจากประเทศบราซิล ที่ร้านนี้เลือกมาใช้ 
 
หรือถ้าใครเป็นสายดาร์กไปเลย ก็มีทั้ง Long Black (80 บาท) และ Espresso On Ice (80 บาท) ให้ได้สั่งตามวิถีชาวเมลเบิร์นด้วยเหมือนกัน
 
 
 
ที่ตลกคือถึงจะมาเป็นเวย์กาแฟคลาสสิก แต่พี่แกก็ไม่ลืมคิดเมนูพิเศษมาสำหรับลูกค้าที่ถามหาเมนูซิกเนเจอร์ซะหน่อย อย่างตอนนี้ก็มีทั้ง Dirty (100 บาท) ตามสูตรในแบบพี่พูนเอง ไว้สำหรับคนดื่มกาแฟสายหอม ๆ มัน ๆ และ Yakuza Sour (100 บาท) ที่ใช้ผงมัทฉะเข้มกำลังดี เสิร์ฟคู่กับน้ำมะนาวรสซ่า แต่ก็ยังบาลานซ์รสชาติให้สดชื่นและดื่มง่ายได้อยู่
 
 
ปิดท้ายด้วยขนมที่ตอนนี้ยังไม่มีชอยส์ให้เลือกมากนัก (เพราะที่บ้านพี่เขาไม่มีตู้เค้ก!) แต่ก็จัดว่าเด็ดใช่เล่น เพราะเป็นของหวานที่ทำโดยฝีมือเชฟมือดีอีกคนที่กลับมาจากเมลเบิร์นเช่นกัน ตอนนี้ก็มีให้เลือกสั่งทั้ง Cheesecake (80 บาท) Brownie (60 บาท) และ Canale (60 บาท) ส่วนใครโชคดีก็จะแรนด้อมไปเจอเค้กตัวใหม่ ๆ ที่เวียนมาขาย 
 
Soimilk Says: ถ้าไม่นับว่าต้องคาดหวังความเป็นบาริสต้าเทพจากเมลเบิร์นอะไรขนาดนั้น Poony Poony Coffee คือสถานที่ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนมานั่งกินกาแฟบ้านเพื่อน (แต่บังเอิญเพื่อนเป็นโปรบาริสต้า) ทำตัวตามสบายแบบที่ทำในร้านกาแฟทั่วไปไม่ได้ ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบแล้วเดินออกไปสูบบุหรี่สักมวนในสวนข้างบ้าน ก่อนจะเข้ามาสั่งกาแฟอีกสักแก้วก่อนกลับบ้าน เป็นร้านที่ทำให้รู้สึกว่าใช้โควต้ากาแฟ 2 แก้วต่อวันของตัวเองไปแบบมีคุณภาพมาก ๆ คือได้ทั้งบูสต์ร่างให้ตื่น แถมบูสต์หัวใจให้อิ่ม เชื่อว่าใครหลงไปแล้วครั้งนึงต้องมีครั้งสองตามมาแน่นอน!
 
Poony Poony Coffee ซ.สบายใจ 4 สุทธิสาร เวลาทำการ วันธรรมดา 9:00-17:00 น. และเสาร์-อาทิตย์ 10:00-17:00 น. (ปิดวันพฤหัสบดี) โทร. 098-799-8331 MRT สุทธิสาร fb.com/poonypoonycoffee
AdSense
AdSense
AdSense