Skip to main content
AdSense

Labyrinth Cafe สโลว์บาร์ที่โอบรับตำหนิและจิตวิญญาณเดิมของสามย่านเอาไว้

ทะลุประตูสีดำเข้าไปเลย!

Labyrinth Cafe สโลว์บาร์ที่โอบรับตำหนิและจิตวิญญาณเดิมของสามย่านเอาไว้
October 19, 2019 Bangkok time
ประตูร้านสีดำสนิททำจากเหล็กแผ่นใหญ่และหนา เป็นเหมือนแลนด์มาร์กหน้าด่านของตึกอาร์ตสเปซอย่าง Shophouse 1527 ที่ตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวส่วนหนึ่งของพื้นที่สามย่านแห่งนี้ (อ่านต่อ: The Shophouse 1527 อาร์ตสเปซที่โชว์กระบวนการเกิด แก่ เจ็บ ตายของตึกแถวในสามย่าน )
 
 
และถึงแม้ว่าประตูสีดำสนิทนี้ดูจะไม่เข้าพวกสักเท่าไหร่กับตึกแถวเก่าแก่อายุกว่า 70 ปีที่อยู่รอบข้าง แต่ก็เป็นข้อพิสูจน์ชั้นดี ว่าเราได้เดินทางมาถึงอาร์ตสเปซแหงนี้แล้วจริง ๆ ไม่ได้ไปผิดที่แน่นอน! ซึ่งนอกจากความพิเศษในชั้นบนของ Shophouse 1527 ที่เราเคยพาไปเยี่ยมเยือนกันมาแล้วรอบหนึ่ง ยังมีความพิเศษใหม่ที่ชั้นล่างสุดรออยู่หลังประตูบานนี้อีกด้วย
 
Labyrinth Cafe มีชื่อภาษาไทยที่อ่านว่า 'แล็บลิ้น คาเฟ่' โดยแก๊งเจ้าของร้านอย่างคุณเดช-สิทธิเดช ตั้งสัมฤทธิ์กุล, คุณยิ้ม-วรัญญู มาลสุขุม และ คุณเฟย์-ณทพน จารุวัชระพน เฉลยปัญหาคาใจให้เราฟัง ว่าจริง ๆ แล้วชื่อร้านไม่ได้ตั้งใจให้ลิงก์กับดีไซน์เขาวงกตตามตัวสะกดภาษาอังกฤษแต่อย่างใด แต่ได้มาจากชื่อ 'แล็บลิ้นสตูดิโอ' ของหนึ่งในหุ้นส่วนร้านนั่นเอง ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้นอย่างที่หลายคนเข้าใจซะหน่อย!
 
 
 
เราชอบความเปิดโล่งของพื้นที่เพดานสูง ไม่มีฝ้ากั้นเพดานระหว่างชั้น ทำให้แสงธรรมชาติทั้งจากด้านบนและจากด้านหน้าตึกสาดเข้ามาในตัวร้านได้แบบไม่โจ่งแจ้งแต่ก็เล่นกับทิศทางแสงได้ดี พื้นคาเฟ่ถูกโรยด้วยหินกรวดเม็ดหยาบ ตรงกลางมีการวางเคาน์เตอร์บาร์ทำจากเหล็กดิบ ๆ ไว้ให้ลูกค้าได้นั่งเรียงตามความยาวตึก เพื่อพูดคุยกับบาริสต้าและเจ้าของร้านที่ยืนดริปกาแฟและเดินเสิร์ฟขนมอยู่ที่อีกฝั่ง 
 
 
ที่มาของการเลือกใช้ 'เหล็ก' เป็นวัสดุหลัก สืบความได้ไปจนถึงเรื่องที่มาของตึกแถวแห่งนี้ซึ่งเดิมเคยเป็นโรงกลึงเหล็กเก่าอายุราว 50-70 ปี พอเปลี่ยนมือมาทำเป็นอาร์ตสเปซอย่างทุกวันนี้ ทางคาเฟ่ที่ชั้นล่างเลยอยากหยิบเอาเรื่องราว ความรู้สึก และจิตวิญญาณเดิมของความเป็นโรงกลึงเอาไว้ พร้อมนำเอามาเสนอใหม่ผ่านแท่นดริปกาแฟ เคาน์เตอร์บาร์ และผนังปูนเปลือยแบบดิบ ๆ ที่ยังคงทิ้งร่องรอย รวมถึงตำหนิเดิมที่โรงกลึงทิ้งเอาไว้ผ่านกาลเวลาเป็นสิบ ๆ ปีไว้อยู่
 
 
 
ความที่ทางเจ้าของร้านอยากให้ทุกคนที่มาได้สัมผัสกับจิตวิญญาณและเรื่องราวของตึกแถวเก่าแห่งนี้ ดีไซน์เครื่องดื่มแบบสโลว์บาร์เลยเป็นทางเลือกอย่างเดียวที่จะทำให้ทั้งลูกค้า พนักงาน และเจ้าของร้านได้มีเวลาแลกเปลี่ยนพูดคุยกันอย่างออกรส โดยมีเมล็ดกาแฟคัดสรรจากทั่วโลกให้นักดื่มเลือกสั่ง ทั้งเมล็ดออกแนวฟรุ๊ตตี้นิด ๆ จากโรงคั่ว 3FE ที่ไอซ์แลนด์ รวมถึงเมล็ดเอธิโอเปียคั่วอ่อนจาก Or Roastery โรงคั่วชื่อดังในเมืองบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม หรือใครชอบเมล็ดไทยก็มีของดอยสะเก็ดให้ลองชิมทั้งแบบดริปร้อนและดริปเย็นด้วยเหมือนกัน สนนราคาของกาแฟดริปตกอยู่ที่ 100-120 บาท ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของเมล็ดกาแฟในแต่ละรอบ
 
 
 
ส่วนถ้าถามถึงเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่เพิ่งออกวางขายแบบจริงจังเมื่อไม่นานมานี้ ก็คงต้องพูดถึง Black Magic (90 บาท) ที่ใช้ช็อตเอสเพรสโซ่จากเมล็ดกาแฟเบลนด์พิเศษของดอยสะเก็ดและลาว มาอินฟิวส์กับลิ้นจี่ ท็อปด้วยโฟมนมเบา ๆ จิบแล้วคิดถึงความทรงจำวัยเด็กของกาแฟโอเลี้ยงแถวบ้าน กินคู่กับขนมทีเด็ดของร้านนี้อย่างขนมเปี๊ยะไข่เค็ม (40 บาท) ก็คือฟินมากเวอร์
 
Soimilk Says: เราชอบความฉลาดในการใช้แสงธรรมชาติมาตัดกับความดำของดีไซน์ร้าน แต่ที่รักสุด ๆ เลยคือการเลือกเก็บเอารอยตำหนิของตึกนี้ไว้แบบไม่ทาสีหรือแปะวอลเปเปอร์ทับ ทำให้ทุกคนที่มาร้านยังสามารถสัมผัสถึงสตอรี่ ที่มา และจิตวิญญาณของย่านนี้ได้อย่างเต็มเปี่ยมถึงแม้วาหลาย ๆ อย่างในสามย่านจะถูกเปลี่ยนผ่านและสร้างใหม่ไปตามกาลเวลาก็ตาม
 
Labyrinth Cafe แลบลิ้นคาเฟ่ ถ.พระราม 4 เวลาทำการ อังคาร-อาทิตย์ 11:00-19:00 น. (ปิดวันจันทร์) โทร. 099-145-9563 MRT สามย่าน fb.com/Labyrinth-Cafe
AdSense
AdSense
AdSense