จะเรียกว่าปีนี้เป็นอีกหนึ่งปีทองของวงการโกโก้เมืองไทยเลยก็ไม่ผิด เพราะหลังจากที่หลายปีก่อนเราเริ่มมีร้านสเปเชียลตี้คอฟฟี่ ไปจนถึงสเปเชียลตี้กรีนทีกันมาแล้ว ช่วงนี้ก็ถึงเวลาที่กรุงเทพมหานครจะคับคั่งไปด้วยคาเฟ่สเปเชียลตี้ช็อกโกแลตกันบ้างแล้ว! อย่างในรอบปีนี้ก็ถือเป็นปีที่มีคาเฟ่ช็อกโกแลตเปิดขึ้นมาหลายร้าน ทั้งร้าน Tempered ในย่านร่วมฤดีที่เราเคยพาไปเยือนมาแล้วเมื่อเดือนก่อน รวมถึงข่าวคราวของโกโก้ไทยที่ไปคว้ารางวัลระดับโลกมาแล้วนักต่อนัก คราวนี้ก็ถึงโซนยอดฮิตอย่างอารีย์ ที่มีร้านเปิดใหม่มาแรงในชื่อ Darq เตรียมพร้อมรอเสิร์ฟเมนูสีน้ำตาลเข้มและอ่อนจากผลิตผลทางการเกษตรไทยที่เรียกว่า 'โกโก้' ให้เหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์ในย่านนี้ได้ดื่มด่ำกันแบบฟิน ๆ ไปเลย!


ที่บอกว่าปีนี้เป็นปีทองของวงการโกโก้ไทยก็ไม่น่าจะเกินเรื่องไปสักเท่าไหร่ เพราะถ้าใครเคยได้ข่าวมาบ้าง จะรู้ว่าแท้จริงแล้วในประเทศไทยมีสวนโกโก้อยู่ในหลายจังหวัด ทั้งโซนภาคเหนืออย่าง น่าน เชียงราย ไล่ลงมาฝั่งภาคตะวันตกอย่างจังหวัดตาก ไปจนถึงภาคใต้อย่างสงขลา ก็มีสวนโกโก้เป็นของตัวเองด้วยนะ! ซึ่งเจ้าผลิตผลที่เกิดจากต้นโกโก้ในแต่ละสวน แต่ละจังหวัด ต่างก็ให้เทสต์โน้ตที่ต่างกันไป ตามรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟในแต่ละสายพันธุ์และแหล่งปลูก
นั่นจึงเป็นที่มาของความมหัศจรรย์ทางรสชาติที่จะเกิดขึ้นสำหรับชาวโกโก้เลิฟเวอร์ตัวจริง ที่จะได้เทสต์รสชาติต่าง ๆ ของโกโก้ไทยจากหลากหลายแหล่งปลูก ที่ร้าน Darq รวบรวมไว้มากกว่า 12 แหล่ง และจับมานำเสนอในรูปแบบสุดโมเดิร์นให้คนรุ่นใหม่อย่างเราเข้าใจง่าย พร้อมสเปซร้านคลีน ๆ ในโทนสีโมโนโครมที่น่าจะถูกจริตคาเฟ่ฮอปเปอร์สายมินิมอลและสายคอนเทมฯ เขาแหละ

ตัวแรกที่ได้เราได้ลองคือช็อกโกแลตเย็นจากอำเภอพบพระ จังหวัดตาก (145 บาท) ซึ่งหลังจากพาร์ตเพาะปลูกในอำเภอพบพระแล้ว ช็อกโกแลตเมกเกอร์จะนำผลโกโก้ที่ได้ไปทำเป็นคราฟต์ช็อกโกแลต เพื่อส่งต่อมาให้กับทางร้านชงต่อ อธิบายหลักการง่าย ๆ ว่าร้านนี้เปรียบเสมือนเป็นบาริสต้าที่เปลี่ยนจากชงกาแฟมาชงช็อกโกแลตนั่นเอง แต่ช็อกโกแลตในที่นี้ถือเป็นคราฟต์ช็อกโกแลตที่มีคาแรกเตอร์เฉพาะตัวสูง และมีส่วนสำคัญอย่าง Cocoa Butter ที่ไม่ถูกตัดทิ้งไปในขั้นตอนการผลิตช็อกโกแลต นอกจากนั้นยังมีการนำมาชงด้วยเครื่อง Milk Shaker เพื่อเป็นการสั่นสะเทือนโมเลกุล ทำให้ช็อกโกแลตทุกแก้วของร้านนี้ไม่ตกตะกอน แถมช็อกโกแลตในทุกแก้วยังไม่ใส่น้ำตาลเพิ่มอีกด้วย

อีกแก้วที่เราเลือกชิมคือThang Kwean (145 บาท) ดาร์กช็อกโกแลตที่ให้เทสต์โน้ตแบบผลไม้เขตร้อน เนื่องจากปลูกใกล้สวนผลไม้ในพื้นที่จังหวัดระยอง เราชอบที่ถ้าสั่งแบบร้อน ทางร้านก็จะโรยคาเคานิบส์มาให้ด้านบนด้วย ซึ่งช็อกโกแลตทุกแก้วของร้าน สามารถจับไปดื่มคู่กับขนมหวาน (แน่นอนว่าทำจากช็อกโกแลต!) ตัวไหนของทางร้านก็ได้เลย อาทิ French Dark Chocolate Croffle (85 บาท) เมนูไม้ตายประจำคาเฟ่ทุกหัวระแหง โดยมีการใส่ช็อกโกแลตไว้ด้านในตัวครอฟเฟิลด้วย และ French Double Chocolate & Raspberry Tart (175 บาท) ที่ตัดความขมของทาร์ตช็อกโกแลตสไตล์ฝรั่งเศสด้วยไส้แยมราสป์เบอร์รีที่ซ่อนอยู่ด้านใน

ไม่ใช่เครื่องดื่มแบบ non-coffee และ non-alcohol เท่านั้น แต่ด้วยความที่เจ้าของร้านคือเซียนคราฟต์เบียร์ในตำนาน ดีกรีหุ้นส่วนร้าน Jim's Burger & Beer และ Wraptor เพราะฉะนั้นคาเฟ่แห่งนี้เลยมีเบียร์แท็ปพ่วงเข้ามาให้เหล่านักดื่มได้สั่งมาชิมกันด้วย โดยเบียร์ทั้งหมดที่ขายในร้านนี้จะเป็นดาร์กเบียร์ที่ทำให้จากช็อกโกแลต ทั้ง Stout และ Porter ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสไตล์เบียร์ที่หาดื่มยากและเฉพาะตัวมาก ๆ แถมยังสามารถจับคู่ดื่มพร้อมช็อกโกแลตบาร์ที่มีขายในร้าน จนเราอยากชี้เป้าให้นักดื่มคอแข็งหลาย ๆ ทุกคนได้แวะมาลอง!
ปิดท้ายด้วยคอนเซปต์ 'Bean to Bar' และ 'Bar to Bean' ของที่นี่ เราเลยจะได้เห็นแพ็กเกจจิงกระดาษ ที่ตั้งใจให้กลับคืนสู่ธรรมชาติและย่อยสลายได้ง่าย เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมเมืองไทย ให้สามารถปลูกโกโก้ไปได้อีกนาน ๆ หลายสิบปี
Soimilk Says: ถึงแม้เราจะไม่สามารถปลูกโกโก้ได้หลากหลายสายพันธุ์เท่าฝั่งแอฟริกา รวมถึง know how เรื่องช็อกโกแลตในประเทศฝั่งเอเชียก็มีอย่างจำกัดเนื่องจากไม่ใช่พืชท้องถิ่น แต่ก็ถือว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขยายตลาดพืชผลชนิดใหม่นี้ในเมืองไทย เชื่อว่านี่เป็นอีกหนึ่งร้านที่สายช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ควรค่าแก่การปักหมุดมาเยือนอย่างจริงจัง ขอหักคะแนนนิดเดียวตรงที่ช็อกโกแลตทุกแก้วต้องชงกับนมหรือนมถั่วเหลืองเท่านั้น ไม่มีแบบชงกับน้ำร้อนเด้อ!
Darq ซ.อารีย์สัมพันธ์ 4 เวลาทำการ ทุกวัน 11:00 - 23:00 น. BTS อารีย์ fb.com/darqbkk