ชุบชีวิตโรงพิมพ์ 127 ปี ตึกเก่าที่ไม่เคยมีใครเคยได้เข้า

เป็นเวลากว่า 127 ปีแล้วนับจากปีพุทธศักราช 2438 ที่ตึกเก่าแห่งนี้ถูกก่อสร้างขึ้นในยุคที่การสร้างอาคารก่ออิฐถือปูนแบบยุโรปยังเป็นเรื่องยาก
ด้วยจุดประสงค์เพื่อสร้างเป็นโรงพิมพ์อันแสนทันสมัยในยุคนั้นภายใต้ชื่อ 'โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจ' ซึ่งมักตีพิมพ์หนังสือสำคัญทางราชการ อาทิ หนังสือราชกิจจานุเบกษา หนังสือหลวง และหนังสือแบบเรียนต่าง ๆ ที่ต้องใช้เทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ระบบ 'น้ำมัน' ที่ทันสมัยและดีที่สุดในช่วงเวลานั้น อาคารสองชั้นแห่งนี้จึงถูกสร้างขึ้นด้วยงบประมาณมหาศาลของภาคเอกชน ถึงขนาดที่คานเหล็กของตึกยังถูกสั่งทำและส่งตรงมาจากเกาะอังกฤษ และยังคงอยู่ในสภาพดีเยี่ยมจวบจนปัจจุบัน รวมถึงสถาปัตยกรรมลูกผสมระหว่างคลาสสิกและวิกตอเรียน (Eclectic Style) ที่ก่อสร้างโดยช่างชาวยุโรป จึงทำให้นี่เป็นหนึ่งในอาคารโบราณไม่กี่แห่งที่ยังคงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม

หลังจากถูกทิ้งร้างมานานเมื่อครั้งโรงพิมพ์ย้ายกิจการ ตึกแห่งนี้จึงถูกปิดตายห้ามคนภายนอกเข้า อีกทั้งยังถูกตัดออกจากโลกภายนอกด้วยการมีตึกสมัยมามาสร้างล้อมพื้นที่ฝั่งติดถนนบำรุงเมืองเอาไว้ ทำให้อาคารเก่าอายุกว่าร้อยปีแห่งนี้ ถูกซุกซ่อนหลบสายตาผู้คนมาเป็นเวลานานหลายสิบปี จนกระทั่งโปกเจกต์การอนุรักษ์พื้นที่เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่มรดกทางประวัติศาสตร์ได้เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว อาคารแห่งนี้จึงถูกแนะนำตัวสู่สายตาคนรุ่นใหม่อีกครั้งด้วยการเปิดเป็น Pop-Up Cafe ที่ชวนทีม Craftsman Roastery เข้ามาทำให้อาคารนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
กาแฟจากทีมโรงคั่วสายคราฟต์ที่นิยมตึกเก่า
ถึงแม้เจ้าของโรงคั่วอย่างคุณแวว-เนตรนภา นราธัศจรรย์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Craftsman Roastery จะบอกว่ามันเป็นเรื่องของความบังเอิญล้วน ๆ แต่ทุกโปรเจกต์ที่ผ่านมือมาไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟในบ้านอาจารย์ศิลป์ พีระศรี คาเฟ่กาแฟสเปเชียลตีในเรือนไม้โบราณย่านเย็นอากาศ จนย้ายมาเปิดป๊อปอัปคาเฟ่ที่โรงพิมพ์เก่าอายุอานาม 127 ปีแห่งนี้ ก็ถือเป็นเรื่องบังเอิญของคนคั่วกาแฟที่นิยมชมชอบตึกเก่าจนความชอบพามาเจอตึกเหล่านี้ทั้งสิ้น

และด้วยความหลงรักในสถาปัตยกรรมที่หาไม่ได้อีกแล้วใปปัจจุบัน รวมถึงการนับถือในคุณค่าของตึกเก่า ป๊อปอัปคาเฟ่ที่ตั้งใจจะไม่ทำลายแม้แต่เศษปูนที่ผนัง ไม่เดินเจาะท่อเดินไฟบนเพดาน หรือแม้แต่ยึดน็อตสักตัวระหว่างเคาน์เตอร์บาร์กับพื้นเดิม จึงเกิดขึ้นเพื่อทำให้ทุกตารางนิ้วของ Craftsman at Bamrungmueng เต็มไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังกรุ่นกลิ่นอายเมล็ดกาแฟคั่วหอม ๆ เบเกอรี่อบใหม่ และภาพในอดีตที่เหมือนจะจับจ้องได้ยามทอดสายตามองช่องหน้าตาและดีเทลสึกกร่อนบนผนังกำแพง


ซึ่งแน่นอนว่ามีดีกรีเป็นถึงโรงคั่วเก๋าเกม บวกกับฝีมือฉกาจฉกรรจ์ด้านเครื่องดื่มคาเฟอีน ซิกเนเจอร์ของร้านนี้อย่าง Mocha Yuzu (150 บาท) Dirty (125 บาท) และ Spiced Latte (145 บาท) เลยเป็นอะไรที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ที่เราชอบมากขอยกให้ตัว Spiced Latte ที่หอมเครื่องเทศและสมุนไพรที่แฝงเข้ามาพร้อมโฟมนมเบา ๆ ที่ท็อปมาด้านบน ซึึ่งเป็นผลมาจากการใช้กาแฟคั่วเองของ Craftsman Roastery ในเบลนด์พิเศษจากเมล็ดไทยและบราซิล ทำให้เกิดความนัตตี้นวล ๆ เหมาะกับการนำมาทำเป็นกาแฟนมเอาซะมาก ๆ

ในส่วนของเบเกอรี่ที่ออกแบบมาให้กินคู่กับกาแฟก็ถูกดีไซน์มาในไซซ์กำลังอิ่ม โดยขนมส่วนใหญ่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตำราขนมฝรั่งของหม่อมเจ้าสิบพันพารเสนอ โสณกุล ที่คิดค้นสูตรไว้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2483 มีให้เลือกทั้ง ปายมันฮ่อ (135 บาท) ที่เป็นพายถั่ววอลนัต และพายไก่ (150 บาท) ที่สอดไส้ด้วยไวท์ครีมซอส และเค้กกล้วยหน้าคว่ำ (135 บาท) สำหรับคนชอบรสชาติเค้กกล้วยหอมแบบยุคคุณยาย
ค็อกเทลน้ำผลไม้จากตัวละครยุค Peaky Blinders

อีกหนึ่งความสนุกของป๊อปอัปคาเฟ่แห่งนี้ คือการมาพร้อมเมนูค็อกเทลที่ได้พี่กานต์-กานต์ เลียงศรีสุข จากร้านแดก มาครีเอตดริ้งก์แรง ๆ ให้เราได้สั่งมานั่งจิบเบา ๆ ในอาคารเก่าหลังนี้ โดยมีคอนเซปต์เป็นการนำคาแรกเตอร์จากตัวละครในซีรีส์มาเฟียอังกฤษชื่อดังอย่าง Peaky Blinders ที่เป็นตัวแทนของเพลย์บอยในยุคเดียวกับตึกเก่าแห่งนี้มาเป็นโจทย์หลัก พร้อมตบท้ายด้วยส่วนผสมพิเศษอย่าง 'น้ำผลไม้สกัดเย็น' ที่ใส่เข้าไปด้วยในค็อกเทลทุกแก้ว กลายเป็นที่มาของ Juice Pairing Cocktail (280 บาท) ที่เริ่มกันด้วยตัวแรกในชื่อ Sabini ที่เหมาะสำหรับวันฤดูร้อนช่วงนี้มาก ๆ เพราะใช้น้ำฝรั่งกิมจูเป็นเบสหลัก เติมความเปรี้ยวหวานด้วยเลมอนเนด

ต่อกันที่แก้วโปรดของเราอย่าง Changretta ที่จับเอาน้ำแคร์รอต พริกหยวกเหลือง น้ำสับปะรด และสไปซ์รัมมาผสมกันจนเป็นเครื่องดื่มรสชาติแปลกใหม่ เปิดมิติจากการจิบค็อกเทลขึ้นไป 10 เลเวล ปิดท้ายด้วย Tommy (400 บาท) ซิกเนเจอร์พระเอกของร้านที่แยกออกมาจากตระกูล Juice Pairing ด้วยการเติมส่วนผสมลับอย่าง Clarified Milk Punch ที่เป็นเทคนิคการนำนมไปแยกโปรตีนออกเพื่อความใสกิ๊งของเครื่องดื่ม แถมยังเติมความเข้มขมของกาแฟโคลด์บริวเข้มข้นลงไปตัดกับน้ำสับปะรดภูแล และใส่ความหอมของใบไทม์ลงไปด้วย
Soimilk Says: ถึงแม้จะเป็นแค่ป๊อปอัปคาเฟ่แค่ 8 เดือน แต่ถือว่าทีม Craftsman เขาไม่ได้มาเล่น ๆ เด้อ! เราเห็นได้ถึงความตั้งใจในการรักษาคุณค่าของตึกเก่าแห่งนี้ไว้ผ่านดีเทลการตกแต่งที่ไม่ทำร้ายตัวตึกเลยแม้แต่น้อย รวมถึงการวางคอนเซปต์เมนูกาแฟ ขนมอบ และค็อกเทลที่ลิ้งก์เข้ากันกับยุคสมัยของตึกนี้ได้อย่างแยบยล บวกคะแนนเพิ่มให้กับตัวค็อกเทลน้ำผลไม้ที่ถ้าใครไม่อยากดื่มแอลกอฮอล์ก็สามารถสั่งเป็นแบบม็อกเทลธรรมดาได้เลย เฮลท์ตี้ไปอีก!
Craftsman at Bamrungmuang Pop-up Café ถ.บำรุงเมือง เวลาทำการ จันทร์-พฤหัสบดี 7:30-18:00 น. และ ศุกร์-อาทิตย์ 7:30-00:00 น. โทร. 085-820-4010 fb.com/craftsmanroastery