ต้องบอกว่าเดี๋ยวนี้วัฒนธรรมการจิบน้ำชายามบ่ายในบ้านเราก็เริ่มเป็นที่นิยมมาสักพักแล้ว มีหลายร้านหลายแห่งที่เริ่มออกไลน์อาฟเตอร์นูนทีหลากหลายแบบให้เราได้ชวนแก๊งไปนั่งคุยกัน พลางจิบชาที่ชอบ และขนมที่ครีเอตกันสุด ๆ อย่าง Up & Above Bar ที่โรงแรม The Okura Prestige Bangkok เองก็ขยันออกเซ็ตอาฟเตอร์นูนทีตามฤดูกาลให้เราได้ลองของใหม่อยู่เรื่อย ๆ อย่างล่าสุดก็จัดชุดน้ำชายามบ่ายที่ต้อนรับฤดูใบไม้ร่วง ในยามที่ใบไม้กำลังเปลี่ยนเป็นสีส้ม เหลือง และน้ำตาลสวยงาม แม้ว่าบ้านเราจะไม่มีช่วงเวลานั้น แต่เราก็สามารถดื่มด่ำความงาม (ที่อร่อยด้วย) จากชุดน้ำชายามบ่ายนี้ได้เช่นกัน


แน่นอนว่าเมื่อนี่เป็นชุดอาฟเตอร์นูนทีที่ล้อฤดูกาลใบไม้เปลี่ยนสี จากเดิมที่เป็นสีเขียว ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีส้ม แดง และน้ำตาล ก่อนเข้าสู่ฤดูหนาวต่อไป เชฟเซบาสเตียน ฮูแกแวร์ฟ หัวหน้าพ่อครัวเบเกอรีของที่นี่จึงหยิบเอาสีสันเหล่านั้นมาครีเอตเป็นเครื่องดื่มและอาหารทั้งคาวหวาน ที่มาในกล่องไม้สีขาวน่ารักนี้ด้วย (ชุดละ 1,290++ บาทต่อคน)
ขึ้นชื่อว่าอาฟเตอร์นูนที ก็ต้องมาเลือกชาที่อยากจะแพร์ริ่งกันก่อน แน่นอนว่าชาก็มีให้เลือกหลากหลาย ไฮไลต์ไปอยู่ที่ชามาคิยาจ แฟรส์ ที่มีเอกลักษณ์ตรงกลิ่นหอมของผลไม้ตระกูลซิตรัส แฝงด้วยกลิ่นเครื่องเทศอยู่นิด ๆ ซึ่งมีให้เลือกทั้งชาขาว ชาเขียว ชาดำ และชาแดง อย่างเราขอลองเป็นชาวเขียวตัว The Sur Le Nil ที่มีความซิตรัสชัดเจน แต่ยังหอมชาเขียวอยู่ ดื่มแล้วเย็นคอชื่นใจมาก ๆ นอกจากนี้ยังมีชาซาโร เป็นชากลีบบัวและสมุนไพรออแกนิกส์ที่ไม่มีคาเฟอีน เราลอง Roselle Lotus Tea ที่สีแดงสวยมาก ๆ แถมรสชาติยังออกแนวฟลอรัล หอมสดชื่นดีจริงจัง นอกจากนี้ยังมีชาอิลลี่ให้เลือกอีกหลายตัวเช่นกันนะ



ก่อนจะไปถึงชุดขนมบนชั้น เราจะได้ลองไอศกรีมยุสุมาให้เปิดสัมผัสแห่งความชื่นใจกันก่อนเลย ใครชอบยุสุต้องบอกว่าตัวนี้น่าจะถูกใจ เพราะหอมยุสุมาก ๆ แล้วค่อยลองสโคนสูตรดั้งเดิมของทางห้องอาหาร ที่มาด้วยกันสองรสชาต คือวานิลลาสโคน และสโคนผสมเปลือกส้ม สำหรับใครที่ชอบสโคนที่เนื้อเหนียวแน่น ๆ หน่อย น่าจะถูกใจสโคนของที่นี่

ดึงลิ้นชักออกมาจะเจอเหล่าอาหารคาวปุ๊กปิ๊กน่ารักที่จัดเซ็ตและเลือกวัตถุดิบได้คุมโทนสีสันมาก ๆ เริ่มตั้งแต่แซนด์วิชแฮมชีส เสิร์ฟกับแยมรสส้ม ที่เข้ากันเฉยเลย แถมเห็นชิ้นเล็ก ๆ แบบนี้ แต่เขาอัดชีสมาหนาสะใจมาก ต่อด้วยขนมปังหน้าแซลมอนรมควัน เสิร์ฟกับไข่ปลาแซลมอนและต้นกระเทียม, ขนมปังไส้ไข่มิโมซ่า มาในไซซ์พอดีคำ และขนมปังเซียบัตต้าไส้ซอสเพสโต้ มะเขือเทศ และมอสซาเรลล่าชีส ท็อปด้วยมะเขือเทศที่นำไปตุ๋นในน้พมันมะกอก ตัวนี้อร่อยมาก ๆ ได้ความเปรี้ยวจากมะเขือเทศ ตัดด้วยความมันของชีส เวิร์กดีจริง ๆ


ต่อด้วยของหวานเซ็ตใหญ่ด้านบนที่มาในโทนสีส้ม แดง เหลือง น้ำตาล ทั้งหมด และดึงเอารสซิตรัส และยุสุมานำเสนอเป็นหลัก เริ่มที่มาการองที่พิมพ์ลายใบไม้เปลี่ยนสี, ครีมวานิลลารสยุสุ, แยมโรลไส้กาแฟ กับถั่วอัลมอนด์เคลือบน้ำตาล ที่เขาบอกว่าเป็นไส้กาแฟอาราบิก้าด้วย, เค้กมะนาวและวานิลลา ที่เปรี้ยวสะใจ กินแล้วตาตื่นเลยแหละ สุดท้ายกับทาร์ตช็อกโกแลตผสมส้มคิงคัน ขนมทุกชิ้นรสชาติคุมโทนมาเป็นอย่างดี มีการเบรกรสซิตรัสและความเปรี้ยวด้วยกาแฟกับช็อกโกแลตในบางชิ้น ทำให้มีมิติของรสชาติในเซ็ตขนมหวานนี้เพิ่มขึ้นได้เป็นอย่างดี

นอกจากชุดอาฟเตอร์นูนทีแล้ว ในส่วนของบาร์ก็มีค็อกเทลแก้วใหม่ที่ออกมาต้อนรับฤดูกาลใบไม้เปลี่ยนสีนี้ด้วยเช่นกัน โดยมิกโซโลจิสต์จะจับเอาสมุนไพรต่าง ๆ มาเป็นตัวเชื่อมโยงของเหล่าค็อกเทลทั้งหลายนี้


เราขอเลือกค็อกเทลกนึ่งในสามแก้วมาลองอย่าง Dycc To Taste (380 บาท) ชื่อ Dycc ก็มาจากส่วนประกอบทั้ง 4 ตัวที่ผสมกันในค็อกเทลแก้วนี้อย่าง Drambuie, Canadian Club 6 Years, Cardamom Green Seed และ Yuzu Juice นั่นเอง ความเก๋คือเขาจะเสิร์ฟมาพร้อมกับ Orange Sphere แยกกัน วิธีการคือให้ดื่มค็อกเทล แล้วตักสเปียร์ส้มใส่ปากตามไปด้วย เป็นกิมมิกที่ทำให้การดื่มค็อกเทลแก้วนี้สนุกขึ้น
ส่วนใครไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ก็ลองเป็นม็อกเทลอย่าง Winter Honey Pomegranate (250 บาท) ได้ แก้วนี้ได้ไซรัปทับทิม มาบันเดิลกับใบโรสแมรี่ เพิ่มความเปรี้ยวหวานชื่นใจด้วยน้ำผึ้ง และน้ำมะนาว ใครชอบเครื่องดื่มรสเปรี้ยวนำ หวานตาม น่าจะติดใจแก้วนี้ได้ไม่ยาก
ทั้งชุดอาฟเตอร์นูนที และค็อกเทล จะมีให้ลิ้มลองเพียงช่วงนี้ จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. นี้เท่านั้นนะ โดยชุดอาฟเตอร์นูนทีจะให้บริการในช่วงเวลา 14:00-17:00 น. หลังจากนั้นก็จัดค็อกเทลต่อได้เลยจ้า
Up & Above Bar โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ชั้น 24 อาคารปาร์คเวนเชอร์ กรุงเทพฯ ถ.วิทยุ โทร. 02-687-9000 BTS เพลินจิต รายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ของ The Okura