'ในวงการหนังนี่คุณว่างงานได้ง่ายมาก ๆ เลยนะครับ' ยอนซังโฮ ผู้กำกับพันล้านชาวเกาหลีที่พาหนัง Train to Busan (부산행) ไปประสบความสำเร็จมาทั่วโลก กล่าวประโยคนี้ด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย เพื่อตอบคำถามของพิธีกรที่ว่าทำไมเขาถึงเป็นคนที่สร้างผลงานหลากหลายประเภท แถมยังทำเองได้ในทุกหน้าที่แบบนี้ '... ผมทำงานอย่างเดียวไม่ได้หรอกครับ'
ยอนซังโฮเป็นแขกรับเชิญรายการ Because I Want to Talk (이동욱은 토크가 하고싶어서) ของนักแสดงระดับท็อป อีดงอุก ทางช่อง SBS ของเกาหลี เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยได้เล่าถึงเส้นทางอาชีพในวงการหนังของตัวเอง ที่เริ่มจากผลงานแอนิเมชัน ไปจนได้ทำผลงานคนแสดง ซึ่งที่น่าทึ่งเอามาก ๆ ก็คือ ในงานแอนิเมชันที่เขาถนัดนั้น เขาทั้งเขียนบท วาด กำกับ ตัดต่อ วางแอ็กติง พากย์เสียง และทำบัญชีรายรับรายจ่ายเอง ไม่ต่างจากงานคนแสดงที่หลัง ๆ มีโอกาสได้ทำมากขึ้น ที่ตัวเขาก็ทำได้แทบจะทุกตำแหน่งในโปรดักชันเลย

แน่นอนว่าผลงานที่ทำให้เรารู้จักกับยอนซังโฮคนนี้คือหนังซอมบี้เกาหลีที่กวาดรายได้ทั่วโลกไปเกือบ 3,000 ล้านบาท อย่าง Train to Busan แต่นั่นเป็นผลงานที่สองของเขาที่ได้ฉายในเทศกาลหนังเมืองคานส์ และเป็นที่ชื่นชมของกูรูหนังจากทั่วโลก โดยผลงานแรกบนเวทีคานส์ที่ทุกวันนี้ยังถือว่าเนื้อหาสดใหม่และเป็นผลงานที่ตัวผู้กำกับประทับใจที่สุดคือ The King of Pigs (돼지의 왕) แอนิเมชันปี 2011 ที่เล่าถึงผู้ชายที่เพิ่งฆ่าภรรยาและโมโหโกรธากับความเป็นไปในโลกใบนี้ กับการนัดพบเพื่อนสมัยเด็กของเขา ทั้งคู่เป็น 'ชนชั้นล่างสุด' ในสังคมโรงเรียนตอนนั้น ที่ถูกเรียกว่า 'หมู' และโดนรังแกอยู่ตลอด ที่น่าเศร้าคือ 15 ปีผ่านไป พวกเขาก็เหมือนจะยังอยู่ 'ล่างสุด' เช่นเดิม


ยอนซังโฮบอกว่า การที่ The King of Pigs ได้ไปฉายที่เมืองคานส์ เปรียบเสมือนการเดินทางจาก 0 ไป 1 และเป็นความยอมรับนับถือโดยผู้ชมที่สร้างขึ้นได้ยาก ส่วนผลงานถัดมาอย่าง Train to Busan นั้น ก็คือการเดินทางจาก 1 ไป 1000 ซึ่งแม้จะเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ และก้าวกระโดดสำคัญในเวทีหนังโลก แต่ก็ไม่ได้ตกค้างในใจหรือสร้างความประทับใจได้เหมือนกับ 'ก้าวแรก' ที่ยากลำบากเมื่อหลายปีก่อน
Train to Busan คือผลงานคนแสดงที่ต่อยอดจากแอนิเมชันซอมบี้ Seoul Station (서울역) ที่ความจริงแล้วเกิดขึ้นก่อนแต่เพราะเป็นงานแอนิเมชัน เลยไม่ได้รับงบประมาณโปรโมต และจะได้รับก็ต่อเมื่อมีหนังคนแสดงถูกสร้างขึ้นมาประกบ นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมคนดูถึงได้ดู Seoul Station ทีหลัง โดยมาในฐานะ Prequel หรือ เรื่องราวก่อนหน้า Train to Busan ในปี 2016


ขณะที่ Seoul Station เล่าถึงโสเภณีที่ถูกคนรอบข้างบังคับตลอดมาพยายามจะหนีจากชีวิตขายบริการ แต่ดันไปตกอยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้ติดเชื้อประหลาด หนังคนแสดงอย่าง Train to Busan กลับพูดถึงตัวละครพ่อที่มีทางเลือกในการกำหนดชะตาชีวิตตัวเองมากกว่า แต่ยังคงคอนเซปต์คนกลุ่มน้อยหนีซอมบี้กลุ่มใหญ่ไว้เหมือนเดิม โดยที่ยอนซังโฮเคยพูดถึงเสน่ห์ของคาแรกเตอร์ซอมบี้ไว้ว่า เป็นสิ่งนอกสายตา ไม่สำคัญ ไร้ความสามารถ อ่อนแอ และถูกฆ่าได้ง่าย แต่เมื่อพวกมันอยู่รวมกันกลับมีพลังอย่างไม่น่าเชื่อ แถมยังขยายจำนวนจนครองเมืองได้อีก ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับเขาแล้ว ซอมบี้ยัง 'พิเศษ' กว่าผีปีศาจหรือสิ่งอื่นที่คนเราจะอยากวิ่งหนี ตรงที่ซอมบี้ทั้งหลายล้วนแต่เคยเป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง เป็นคนรักอยู่เมื่อนาทีก่อน ซึ่งความสัมพันธ์แบบนี้เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมาก ๆ


อีกผลงานที่สืบทอดความเป็นยอนซังโฮได้ดี สำหรับคนดูอย่างเรา แม้เสียงตอบรับจากคนในประเทศจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คือหนังที่เขาบอกว่าต้องผลิตออกมาเพราะตัวเองไม่อยากหยุดนิ่งหลังโปรเจกต์ปังอย่าง Train to Busan นั่นก็คือหนังฮีโร่พลังวิเศษสไตล์เกาหลีแบบบ้าน ๆ Psychokinesis (염력) ที่ถึงเส้นเรื่องหลักจะเล่าเรื่องพ่อที่พอมีพลังวิเศษก็คิดอยากจะเข้าไปกอบกู้สถานการณ์อับจนหนทางในชีวิตลูกสาว แต่สิ่งที่ดูจะสะท้อนตัวตนของผู้กำกับคนนี้ได้ชัดเจนที่สุดก็คือเส้นเรื่องรองอย่างการพยายามต่อกรกับภาครัฐและนายทุน เป็นการนำเสนอเรื่องคนตัวเล็กตัวน้อยในสังคมสู้กับอำนาจยิ่งใหญ่ในทำนองเดียวกับคนวิ่งหนีฝูงซอมบี้นั่นแหละ


ปิดท้ายกันด้วยผลงานที่เราชอบมาก ๆ ถึงคุณยอนจะไม่ได้กำกับเอง ก็คือซีรีส์ 12 ตอนทางช่อง tvN เรื่อง The Cursed (방법) โดยเขารับหน้าที่เขียนบท และสามารถผสมผสานความลี้ลับกับการสืบสวนคดีเข้าด้วยกันอย่างลงตัวสุด ๆ เป็นซีรีส์ที่ทั้งระทึกขวัญ สยองขวัญ น่าติดตาม และน่าเรียนรู้ (ในเชิงคติชนวิทยา - ตำนานพื้นบ้าน) ไปพร้อมกันในคราวเดียว เนื้อเรื่องเล่าถึงเหล่าคนทรงเจ้าที่ 'ทำของ' ใส่คนอื่นโดยอาศัยวิญญาณปีศาจในตัวเอง ซึ่งการเล่นของนี้กลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสืบสวนคดีบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ในเวลาต่อมา เป็นการหยิบประเด็นต่อสู้กับนายทุนมาเล่นได้อย่างน่าสนใจอีกแล้ว


ด้วยเรซูเมสวย ๆ งาม ๆ และน่าเชื่อถือของผู้กำกับยอนซังโฮตามที่เราเล่ามา ตั้งแต่งานเขียนและกำกับ The King of Pigs, Seoul Station, Train to Busan, Psychokinesis มาจนถึงงานเขียนชิ้นยาวอย่าง The Cursed (ยังไม่นับผลงานเว็บตูนประเด็นแรงที่มาพร้อมกับลายเส้นดุดันฉูดฉาดอีกจำนวนมาก) ก็ทำให้เรายิ่งอยากดูผลงานใหม่ของเขา Peninsula จักรวาลซอมบี้ที่ต่อยอดจาก Train to Busan มากขึ้นเป็นทวีคูณแล้ว เชื่อว่าคอหนังบ้านเราและชาวซอยมิลค์หลายคนก็คงต้องเตรียมตัวไปดูในโรงกันเต็มที่แล้วใช่มั้ยล่ะ?
Psychokinesis สตรีมทาง Netflix
The Cursed สตรีมทาง Viu
Train to Busan เข้าฉาย (อีกรอบ) 16 ก.ค. ในโรงภาพยนตร์
Peninsula เข้าฉาย 23 ก.ค. ในโรงภาพยนตร์

