Skip to main content
AdSense

Secret Zoo กับความเบาสมองที่ทาบทับด้วยเงาสะท้อนของปัญหาชนชั้น

ตลกดีขำจะตาย ตลกร้ายขำไม่ออก

Secret Zoo กับความเบาสมองที่ทาบทับด้วยเงาสะท้อนของปัญหาชนชั้น
January 28, 2020 Bangkok time
"ทำยังไงถึงจะบริหารสวนสัตว์ที่ไม่มีสัตว์ให้รอด?" คือโจทย์ที่นำมาสู่เรื่องราววุ่นวายในหนังเกาหลี Secret Zoo ที่ได้ชื่อไทยว่า เฟค Zoo สู้โว้ย! เมื่อทนายหนุ่มต้องมารับหน้าที่กอบกู้สวนสัตว์ที่กำลังจะเจ๊ง ร่วมกับพนักงานกลุ่มสุดท้ายที่แทบไม่เหลือใจจะทำงาน จนเกิดเป็นแผนป่วน ๆ ที่ทำให้พวกเขาต้องปลอมตัวเป็นสัตว์ซะเอง เพื่อเรียกลูกค้า
 
ภารกิจไร้สตินี้ดูจะเป็นสูตรสำเร็จหนึ่งของหนังเบาสมองที่เน้นสร้างความบันเทิงทั่วไป แต่เมื่อเพ่งดูหนังเรื่องนี้อย่างจริงจังแล้วจะพบว่าเมสเสจแฝงที่สอดแทรกมากับเส้นเรื่องหลักกลับแข็งแรงและตีแสกหน้าเราได้จัง ๆ แน่นอนว่าจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากประเด็นช่องว่างระหว่างชนชั้น ที่ถูกผลิตซ้ำในหนังเกาหลีมาแล้วหลายต่อหลายเรื่อง
 
 
 
"เขาโตมาอย่างวัชพืช เอาตัวรอดได้แน่" เป็นประโยคหนึ่งในช่วงแรก ๆ ของหนังที่สะดุดใจเรามาก ซึ่งเมื่อประกอบกับเอเลเมนต์ความรวย ความจน และความเป็นชนชั้นกลางอื่น ๆ ที่มีอยู่เต็มไปหมดแล้ว ยิ่งทำให้เมสเสจด้านชนชั้นมันชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จากที่เริ่มต้นเป็นแค่ใจความระหว่างบรรทัด กลับลงท้ายกลายเป็นแกนหลักที่ขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครไปในที่สุด
 
สิ่งที่ล้ำไปกว่าการนำเสนอภาพของชนชั้นสูงกับชนชั้นล่างก็คือการที่หนังเลือกจะให้ตัวเดินเรื่องเป็นคนหนุ่มชนชั้นกลางที่แสนจะไม่น่าจดจำ (และคนดูทั่วไปก็สามารถแทนค่าตัวเองลงไปได้) ซึ่งต้องมารับหน้าที่เป็นกันชนระหว่างผู้บริหารกับพนักงานระดับปฏิบัติการ และสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะทำดีสุดความสามารถต่อฝ่ายไหน ก็ดูจะไม่ถูกใจใครทั้งสิ้น
 
YouTube video
 
YouTube video
 
ที่สุดแล้ว "กรงคอนกรีต" ในสวนสัตว์ที่ถูกเอ่ยถึงมากกว่าหนึ่งครั้งในเนื้อเรื่องดูจะไม่ได้หมายความโดยตรงถึงการจำกัดเขตแดนของเหล่าสรรพสัตว์อย่างผิดธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายความโดยอ้อมถึงการจำกัดเขตแดนระหว่างชนชั้นที่เกิดจากมาตรฐานสังคมที่ผิดรูปผิดฟอร์มด้วย ทำให้คนกลุ่มหนึ่ง ๆ ต้องทนอยู่แต่ในพื้นที่ของตัวเองที่สังคมจัดสรรไว้ให้
 
ถึงตรงนี้ ชาวซอยมิลค์อาจคิดไปว่า Secret Zoo เป็นหนังชีวิต แต่เปล่าเลย เราอยากบอกว่าเนื้อหาทั้งหมดที่บอกไปอยู่ภายใต้เส้นเรื่องที่ตลกทิ้งตลกขว้างอย่างหน้าด้าน และเป็นความหน้าด้านที่เวิร์กซะด้วย เท่ากับว่าการที่หนังพยายามจะตลกจริง ๆ พร้อมกับที่พยายามจะตลกร้าย เป็นส่วนผสมที่ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะงั้น จะเลือกดูแบบเอาฮาหรือจะดูแบบเอาไปตอบสอบวิชาวิพากษ์สังคม ก็ถือว่าตอบโจทย์ทั้งนั้น
 
ถ้าไม่เชื่อ ไปพิสูจน์เองเลยดีกว่า 30 ม.ค. ทุกโรง (เช็กรอบเสียงซาวนด์แทร็ก/เสียงไทยให้ดีนะ!)
AdSense
AdSense
AdSense