"เธอไม่ใช่นาซี เธอเป็นแค่เด็กสิบขวบที่ชอบสวัสติกะ" เป็นประโยคหนึ่งของตัวละครในเรื่อง Jojo Rabbit ต่ายน้อยโจโจ้ ที่ติดอยู่ในหัวเราที่สุดหลังดูจบ และเราก็ดีใจมาก ๆ ที่หนังเรื่องนี้มาเข้าฉายโรงใหญ่ในบ้านเราให้คอหนังได้ดูกันสักที หลังจากที่คว้าออสการ์ครั้งล่าสุดในสาขาบทดัดแปลงยอดเยี่ยมไปได้ แม้ว่าโปรแกรมฉายในไทยจะจำกัดโรงเอามาก ๆ ก็เถอะ
Jojo Rabbit เป็นหนังดรามาผสมตลกและตลกร้ายที่พาคนดูย้อนกลับไปมองภาพสงครามโลกครั้งที่ 2 และความคลั่งชาติอย่างไม่ลืมหูลืมตาของประชาชนกลุ่มหนึ่ง ผ่านสายตาของ โจโจ้ เด็กน้อยสมาชิกกลุ่มยุวชนนาซี ซึ่งจุดพลิกผันของชีวิตเด็กคนนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาค้นพบว่าแม่ตัวเองซ่อนชาวยิวไว้ในบ้าน ซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมาย จนทำให้เขาต้องคำถามกับสิ่งรอบตัว รวมถึงคำนิยามความดีความชั่วที่ได้เรียนรู้มาตลอดชีวิตด้วย




หนังเรื่องนี้ดำเนินเรื่องอย่างใสซื่อ ตรงไปตรงมา ตามจริตตัวละครหลักอย่างน้องโจโจ้ ขณะเดียวกันก็ขมขื่นและเสียดแทงหัวใจเป็นระยะ ๆ ตามความเป็นจริงในการถ่ายทอดเรื่องราวช่วงสงครามโลก แต่ที่เจ๋งสุด ๆ คือบทฉลาด ๆ ที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใครของ ไทกา ไวติติ (ที่เคยฝากฝีมือไว้กับ Hunt for the Wilderpeople และ Thor: Ragnarok) ที่รวบตึงเขียนบท กำกับ และแสดงเองแบบเน้น ๆ ผสมกับแคสต์สุดเพอร์เฟกต์ที่แสนจะเป็นธรรมชาติ แต่สะกดคนดูไว้ได้ตลอดเรื่อง
เป็นเรื่องที่น่าประหลาดดีเหมือนกันที่ Jojo Rabbit เข้าโปรแกรมบ้านเราล่าช้า ตกลูปจากเมืองนอกเมืองนาเขา แต่กลับถือเป็นไทมิงที่ดีไปซะอย่างงั้น เพราะสถานการณ์การเมือง สังคม และมวลความรู้สึกของประชาชนช่วงนี้ดูจะซิงก์กับเหตุการณ์ในหนังได้แบบไม่น่าเชื่อ
สุดท้ายแล้วสิ่งที่เราถูกสอนมา สิ่งที่เรารู้ สิ่งที่เป็นจริง และความดีงามที่แท้ในโลกนี้ มันเป็นจริงตามนั้นหรือไม่กันนะ? หรือความจริงแล้วเราทุกคนคือเด็กสิบขวบที่พยายามตั้งคำถามและหาคำตอบไปเรื่อย ๆ กันแน่? (หรือเราคือเด็กสิบขวบที่ไม่เคยตั้งคำถามกับอะไรเลย? - ซึ่งแย่กว่า)
Jojo Rabbit เข้าฉาย 12 มี.ค. แบบจำกัดโรง และคาดว่าจะจำกัดระยะเวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์เท่านั้น!
*อัปเดตช่องทางการรับชมปี 2021: Jojo Rabbit สตรีมแล้วทาง Disney+ Hotstar
