Skip to main content
AdSense

หรือโลกนี้ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างคนดีกับปีศาจ: ชวนดู Hellbound ซีรีส์เสียดสีสังคมที่พาไปดูลัทธิคนดีที่ไล่ตีคนเห็นต่าง

กำกับโดยยอนซังโฮ จากเว็บตูนของยอนซังโฮ

หรือโลกนี้ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างคนดีกับปีศาจ: ชวนดู Hellbound ซีรีส์เสียดสีสังคมที่พาไปดูลัทธิคนดีที่ไล่ตีคนเห็นต่าง
November 21, 2021 Bangkok time
ถึงส่วนตัวเราจะไม่ได้พึงพอใจกับผลงานล่าสุดที่เข้าฉายในไทยของผู้กำกับ ยอนซังโฮ อย่างเรื่อง Peninsula ฝ่านรก ซอมบี้คลั่ง (반도) เท่าไหร่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลงานอื่น ๆ หรือ 'ลายเซ็น' เฉพาะตัวของเขาที่ใส่มาในทุกชิ้นงาน ยังคงทำให้เรารอคอย Hellbound ทัณฑ์นรก (지옥) ด้วยใจจดจ่อมาตลอด ด้วยความรู้สึกที่ว่า 'ต่อให้มันแย่ ก็จะรับชมด้วยความเข้าใจ' ได้ไม่ยาก ซึ่งความเข้าใจนี้เราหมายถึงเข้าใจในตัวคุณยอน ในฐานะนักวาดเว็บตูนและผู้ที่มักตั้งคำถามกับสังคมผ่านผลงานของตัวเองเสมอ ๆ น่ะนะ
 
 
 
Hellbound เป็นซีรีส์ 6 ตอน ที่สร้างจากเว็บตูนของคุณยอนเองเนี่ยแหละ เล่าถึงเหตุประหลาดเหนือจริงที่อธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์ใด ๆ ไม่ได้ โดยจู่ ๆ ผู้คนจำนวนหนึ่งก็ได้รับ 'คำเตือน' จากสิ่งที่ดูคล้ายวิญญาณ ว่าในวันและเวลาที่กำหนด พวกเขาจะต้องไปลงนรก และเมื่อกำหนดที่ว่านั้นมาถึง ก็จะมีอสุรกายรูปร่างสูงใหญ่มาจัดการกับคนกลุ่มนี้ทีละคน และปิดฉากเหตุการณ์เหนือธรรมชาตินี้ด้วยการ 'ฌาปนกิจ' หรือก็คือการเผาร่างนั้นให้ไหม้เกรียมจนแทบยืนยันอัตลักษณ์ไม่ได้
 
 
YouTube video
 
วาทกรรม 'ส่งลงนรก' นี้ นำไปสู่การตั้งลัทธิทางศาสนาที่ยึดโยงกับสาส์นจากพระเจ้า ที่นับวันจะยิ่งมีคนเข้าร่วมมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนหนึ่งก็เพราะจำนวนคนที่ถูกส่งลงนรกเองก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนผู้คนต้องแสวงหาหนทางให้ตัวเองห่างไกลจากความผิดบาปให้มากที่สุดนั่นแหละ และแน่นอนว่าความนิยมนี้ ทำให้กลุ่มนักบวชจากลัทธิดังกล่าว รวมถึงผู้ก่อตั้ง มีอิทธิพลอย่างมากในสังคม โดยไม่มีใครสามารถตั้งคำถาม หรือวางตัวเป็นอริกับองค์กรสุดโต่งนี้อย่างเปิดเผยได้เลย
 
 
 
 
แต่ก็เป็นเรื่องแน่นอนอีกเช่นกันว่าซีรีส์เรื่องนี้ต้องนำเสนอตัวละครที่ 'คิดต่าง' และต่อสู้เพื่อคนตัวเล็กตัวน้อย ตามสไตล์ของผู้กำกับยอน โดยใน Hellbound นี้ มาในรูปของทนายความหญิง ที่ตั้งคำถามกับแนวคิดของลัทธิประหลาดที่ว่า รวมถึงยังพยายามช่วยเหลือเหยื่อผู้ถูกระบุตัวว่าจะโดนส่งลงนรกอีกต่างหาก ซึ่งจุดยืนนี้ทำให้เธอกลายเป็นเสี้ยนหนามสำคัญของกลุ่ม 'คนดี' หัวรุนแรง ทั้งจากภายในองค์กรและจากผู้ (หลับหูหลับตา) ศรัทธา จนชีวิตเธอต้องตกอยู่ในอันตรายบ่อยครั้ง
 
 
 
โดยรวมแล้ว ผลงานเรื่องนี้ก็ยังวนเวียนอยู่กับการตั้งคำถามถึงวาทกรรมการเป็นคนดี และการใช้อิทธิพลของ 'คนคุมเกม' รวมถึงการเลือกที่จะยืนหยัดฮึดสู้ของคนที่รู้ว่าไม่มีทางจะชนะ ตามสไตล์ของผู้กำกับยอนซังโฮทุกประการ แถมยังคงเป็นอีกหนึ่งผลงานที่เขาเลือกจะขับเคลื่อน (และกอบกู้สถานการณ์ต่าง ๆ) ด้วยตัวละครหญิง ลักษณะเดียวกับที่เห็นใน Seoul Station (서울역), Train to Busan (부산행), Peninsula และซีรีส์ที่เขารับหน้าที่เขียนบทอย่าง The Cursed (방법) ขณะเดียวกันก็นำเสนอบทบาทของพ่อ ผู้ต้องการปกป้องลูกสาว เช่นเดียวกับที่เราเห็นใน Train to Busan และ Psychokinesis (염력) ด้วย เรียกว่า 'ลายเซ็น' มาครบเลยล่ะ
 
 
 
 
แต่ถึงอย่างนั้น Hellbound ก็ไม่ได้ทำงานกับใจเราเท่าไหร่เลยแฮะ มันดูเป็นแค่ 'อีกหนึ่งเว็บตูนที่ถูกทำให้เป็นผลงานคนแสดง' ที่เสียดสีสังคมได้ค่อนข้างดีก็เท่านั้น แต่สิ่งที่ต้องชื่นชมว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราอยากติดตามต่อในทุก ๆ เอพิโซดก็คือเสน่ห์ของตัวละครที่รับบทโดยนักแสดงอย่าง ยูอาอิน ยางอิกจุน คิมฮยอนจู วอนจินอา พักจองมิน คิมชินรก และ อีเร ซึ่ง 3 คนหลังเคยร่วมงานกับยอนซังโฮมาแล้ว ใน Psychokinesis, The Cursed และ Peninsula ตามลำดับ
 
 
ถ้าให้เราฟันธง เราก็คงจะบอกได้แค่ว่าซีรีส์ Hellbound เป็นผลงานที่นำเสนอความครีเอทีฟของผู้กำกับยอนซังโฮได้ดีอีกหนึ่งชิ้น ถึงแม้ว่าเป็นจะไม่ได้เป็นชิ้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็ตาม แต่ก็ไม่แน่นะ ถ้าได้ขยายความต่อยอดและเล่าเรื่องเพิ่มเติมให้ชัดเจนขึ้นในซีซันต่อไป (อย่างที่ขมวดจบไว้แบบ 'ไม่จบ') เราอาจจะชอบมันมากขึ้นก็ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่ชาวซอยมิลค์เลยว่าจะกดสตรีมดูหรือไม่ ส่วนตัวเราว่ามันมีเอเลเมนต์ที่คล้ายกับสังคมบ้านเราอยู่มากเลย ไม่เชื่อก็ลองดูสิ...
 
Hellbound ทัณฑ์นรก สตรีมทาง Netflix
 
YouTube video
 
YouTube video
AdSense
AdSense
AdSense