ช่วงครึ่งปีหลังของปีที่แล้ว แฟน ๆ ซีรีส์เกาหลีที่ติดตามข่าวคราววงการบันเทิงฝั่งนั้นอย่างใกล้ชิด รวมทั้งแฟน ๆ เว็บตูนน่าจะได้ฮือฮากับการเปิดตัวซีรีส์ Strangers From Hell หรืออีกชื่อหนึ่งว่า Hell Is Other People ที่ใช้ความหมายตรงกับชื่อเกาหลี 타인은 지옥이다 ของช่อง OCN กันไปแล้ว โดยที่คอซีรีส์บ้านเราสามารถรับชมทุกตอนได้อย่างครบถ้วนทาง Viu และล่าสุดกับ Netflix สตรีมมิงฮอตฮิตที่มีดูกันแทบจะทุกบ้าน ซึ่งผลงานเวอร์ชันคนแสดงจากเว็บตูนดังเรื่องนี้ ไม่ได้มีดีแค่ความระทึกขวัญเท่านั้นนะ แต่ชื่อเรื่อง บทพูด และการนำเสนอทั้งหมด สามารถตีความในเชิงปรัชญาไปได้อีก เรียกว่าเล่นกับความคิดจิตใจคนดูได้ในหลายมิติจริง ๆ และทำให้เราอยากจะชวนชาวซอยมิลค์มาดูซีรีส์คุณภาพเรื่องนี้กัน


แม้ว่าชื่อทางการภาษาอังกฤษจะเป็น Strangers From Hell แต่หลายคนยังติดกับไทเทิล Hell Is Other People กันอยู่มาก นั่นก็เพราะชื่อเกาหลี 타인은 지옥이다 แปลได้ความว่าอย่างนั้น อาจจะสลับรูปประโยคกันนิดหน่อยตรงที่ของเกาหลีนั้นแปลได้ตรง ๆ ว่า 'คนอื่นคือนรก' หรือแม้แต่ 'คนอื่น ๆ น่ะ นรกทั้งนั้น' ในขณะที่หลายบทความภาษาไทยเลือกที่จะแปลจากภาษาอังกฤษว่า 'นรกคือคนอื่น' ซึ่งก็ไม่ได้ผิดจากความหมายดั้งเดิมของ Hell is other people (L'enfer, c'est les autres) ที่นักปรัชญาชาวฝรั่งเศส ฌอง ปอล ซาร์ตร์ (Jean-Paul Sartre) เขียนไว้ในบทละคร Huis Clos (No Exit) ของเขาเมื่อปี 1944 นัก ที่ต้องการจะสะท้อนว่าการมีอยู่ ดำรงอยู่ ของคนคนหนึ่งนั้น ขึ้นอยู่กับการมีอยู่ของคนอื่นด้วย และสิ่งที่เรียกว่านรก หรือบทลงโทษของความผิดบาป ก็อาจจะไม่ได้อยู่ในรูปของสถานที่ แต่เป็นผู้คนที่แวดล้อมเราอยู่ต่างหาก
ไม่ต่างจากบทละครดั้งเดิม Strangers From Hell เล่าถึงตัวละครที่ต้องติดอยู่ในสถานที่ที่น่าอึดอัดแห่งหนึ่งอย่างไม่มีทางเลือก โดยเลือกให้ตัวเดินเรื่องเป็นหนุ่มนักเขียนจากต่างจังหวัดที่เดินทางเข้าเมืองมาหาที่พักราคาย่อมเยา ก่อนจะเริ่มงานใหม่ ชีวิตใหม่ แต่กลับพบว่าผู้คนในหอพักมีแต่คนประหลาด ๆ ทั้งนั้น แถมยังมีแต่เรื่องราวที่อธิบายไม่ได้เกิดขึ้นมากมายอีก ซึ่งข้อจำกัดทางการเงินทำให้เขาไม่สามารถย้ายออกได้เลย จนกลายเป็นว่าต้องติดอยู่ในอาคารเก่า ๆ แห่งนี้ไปโดยปริยาย ขณะที่ บทละครเรื่อง No Exit นั้น เล่าถึงวิญญาณ 3 ตน ที่ติดอยู่ใน (นรก) ห้องเดียวกัน ออกไปไหนไม่ได้ แต่ที่สุดแล้วก็พบว่าสิ่งที่คุมขังตัวเราไว้ได้ ไม่ใช่วัตถุที่จับต้องได้อย่างประตูห้องหรือกำแพง แต่เป็นความคิดและทัศนคติที่คนอื่นมีต่อตัวเรานั่นแหละ

ยุนจงอู เป็นตัวละครที่ดูน่าเอาใจช่วยตั้งแต่เริ่มเรื่อง ในฐานะที่เป็นนักเขียนหน้าใหม่ ยังไม่มีความมั่นคงในชีวิตใด ๆ แถมยังต้องอยู่ไกลบ้านไกลครอบครัวอีก ยิ่งพอต้องย้ายเข้าหอพักของ ออมบกซุน อาจุมม่าที่ดูใจดีแต่ไม่น่าไว้วางใจเท่าไหร่ คนดูเลยยิ่งลุ้นกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในเรื่องไปกว่าเดิม แถมเพื่อนข้างห้องทั้ง ยูกีฮยอก ฮงนัมบก และคู่แฝด บยอนดึกซู-บยอนดึกจง ก็ไม่ได้สร้างความรู้สึกน่าไว้วางใจต่อชีวิตและทรัพย์สินเลยแม้แต่น้อย ห้องแคบ ๆ อาคารอับ ๆ เลยยิ่งเหมือนสถานที่จองจำไปกันใหญ่ คับที่ด้วย คับใจด้วย กดดันไปหมด
จนกระทั่ง จงอู ได้เจอกับคุณหมอฟันที่ดูจะปกติที่สุดจากประชากรหอชั้น 3 ด้วยกันอย่าง ซอมุนโจ ที่นอกจะเป็นมิตรกับเขาสุด ๆ แล้ว ยังเผยความชอบและงานอดิเรกสไตล์เดียวกันอีกด้วย ความเข้าขาถูกคอนี้เลยทำให้พ่อหนุ่มจงอูใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง แต่เรื่องมันติดอยู่ที่ว่าความสบายใจนั้นไม่ได้อยู่กับเขานานเท่าไหร่นี่สิ ทั้งหมดนี้ประกอบกับชีวิตการงานที่ชวนให้ท้อใจ เช่น การมีเพื่อนร่วมงานที่แสนจะอคติ มีเจ้านายที่พยายามจะแย่งแฟน หรือมีสภาพแวดล้อมที่ทำให้กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่หลายครั้ง ทำให้ตัวละครหลักของเรายิ่งตกอยู่ในภาวะไร้ทางออกยิ่งกว่าเดิม

จะว่าสนิทกันยังไง สุดท้ายก็เป็นแค่คนแปลกหน้า (아무리 친한 것 같아도 결국 에는 남이지) เป็นพูดบทสุดเย็นชาส่วนหนึ่งในตอนท้ายของเรื่อง ที่สอดรับกับความเป็น Strangers From Hell ทั้งหมดได้ดี โดยแม้ว่าคนแปลกหน้าจะห่างเหินจากตัวเราชีวิตเรามากแค่ไหน หรือเราเลือกที่จะตัดพวกเขาออกไปได้ง่ายยังไง แต่สิ่งมีชีวิตอย่างคนแปลกหน้านี่แหละที่มีผลต่อความคิด จิตใจ และตัวตนของเราเหลือเกิน ไม่ต่างจากอภิปรัชญาที่ ซาร์ตร์ นำเสนอไว้ใน No Exit เลย
แล้วไม่ใช่แค่การตั้งคำถามกับอาการคับอกคับใจ อึดอัดในความเป็นอยู่เท่านั้นนะ แต่ Strangers From Hell ยังตั้งคำถามกับความดีความชั่วในจิตใจคนเราไปพร้อมกันด้วย จนดูจบไปหลายวันแล้วต้องมานั่งคิดว่าการหยุดยั้งความผิดบาปหรือทำลายคนชั่วได้ 1 คน จะทำให้ทุกอย่างดีงามสงบสุขไปอย่างหมดจดเลยมั้ย และประโยคหนึ่งของตัวละครในเรื่องที่บอกว่า โลกนี้มีคนอย่างฉันเยอะแยะไป (이 세상에 내가 너무 많거든) ที่เหมือนจะตอบคำถามนั้นให้เราแล้วก็ตกค้างอยู่ในใจเราไปหลายวันเลยทีเดียว

ว่ากันตรง ๆ ตลอด 10 ตอนที่ดูนี่ยิ่งดูยิ่งเหมือนต้องกลั้นหายใจไปด้วย เพราะเขาเขียนบทมาเล่นกับความรู้สึกสุด ๆ ซึ่งพอมาบวกกับมุมกล้อง การจัดแสงสี และการแสดงของแคสต์ทุกคนด้วยแล้ว หัวใจเราเลยเตลิดเปิดเปิงไปหมด ลุ้นยิ่งกว่าชีวิตตัวเองอีกอะ จุดนี้ แต่ถึงจะกดดัน จะอึดอัดยังไง เราก็ดูรวดเดียวจบเลยนะ เรียกว่าเป็นการเสพผลงานที่เนื้อหาไม่น่าพิสมัยที่เร็วที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ รู้อย่างนี้ ชาวซอยมิลค์ต้องลองซะหน่อยแล้วล่ะ เพราะของเขาดีจริง ๆ
Strangers From Hell สตรีมทาง Viu และ Netflix

