ชีวิตคนเราทั้งเปราะบางและคงทนที่สุดในยามคับขัน รวมถึงช่วงภัยพิบัติและสงครามด้วย ซึ่งความเปราะบางและคงทนในลักษณะที่ว่านี้ถูกเผยให้เห็นอย่างละเมียดละไมผ่านตัวละครในหนัง 1917 ที่ว่าด้วยการเดินทางสุดอันตรายของทหาร 2 นาย ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งเขาทั้งคู่ต้องฝ่าแนวรบของฝ่ายตัวเองและศัตรูเพื่อส่งข้อความระงับการโจมตี และพยายามรักษาชีวิตของทหารนับพันเอาไว้ให้ได้
แม้ว่าหนังจะชูจุดขายที่การถ่ายทำเสมือน One Long Take หรือก็คือหนึ่งเทกยาวติดต่อกันทั้งเรื่อง แต่เรายอมรับเลยว่าการร้อยเรียงเรื่องราว สัญญะขององค์ประกอบน้อยใหญ่ และการแสดงของทุกตัวละครนั้นเหนือชั้นและน่าประทับใจยิ่งกว่าเทคนิคการถ่ายทำและการตัดต่อซะอีก


การมีอยู่ของต้นไม้ใบหญ้าและคนสัตว์สิ่งของทั้งหลายในแต่ละฉากแต่ละเฟรมล้วนแล้วแต่ถูกคำนวณและจัดวางมาอย่างแม่นยำ เพื่อให้การเล่าเรื่อง "เทกเดียว" นี้ ทำงานกับความรู้สึกนึกคิดของคนดูมากที่สุด และสิ่งที่กระทบใจเรามาก ๆ คือการพยายามนำเสนอการดิ้นรนเอาชีวิตรอดและการรักษาชีวิตผู้อื่น ท่ามกลางการสู้รบที่ดูจะไม่มีวันสิ้นสุดและแทบไม่เหลือพื้นที่ให้สิ่งมีชีวิตใดเจริญงอกงาม เป็นเหมือนประกายความหวังเล็ก ๆ ที่แม้จะริบหรี่ แต่ก็ยังดีกว่าดับมอดไปเลย
สำหรับเรา การฉายภาพ "ชีวิตในที่ที่ไร้ชีวิต" ทำให้ 1917 กลายเป็น "หนังสงครามที่ต่อต้านสงคราม" ที่สมบูรณ์แบบเอามาก ๆ และยิ่งในโลกที่ผู้นำประเทศมหาอำนาจบางประเทศดูจะเห็นความเป็นความตายเป็นเรื่องเล็กน้อยเช่นทุกวันนี้ การดูหนังเรื่องนี้ก็อาจจะถือเป็นหนึ่งสิ่งจำเป็นที่จะย้ำเตือนว่าชีวิตหนึ่ง ๆ มีคุณค่าและสวยงามเกินกว่าจะประหัตประหารกันอย่างเลือดเย็นอย่างที่เป็นมาในยุคก่อน ๆ



มาสดุดีความเข้มแข็งที่ทับซ้อนอยู่ในความอ่อนแอของมนุษย์และร่วมวิ่งฝ่าสนามเพลาะไปด้วยกัน กับตัวละครที่ (เรารับประกันว่า) จะเกาะกุมหัวใจคุณเอาไว้ตลอดทั้งเรื่องใน 1917 เปิดฉายรอบสนีกหลัง 20:00 น. วันที่ 23-29 ม.ค. ฉายเต็มโปรแกรมวันที่ 30 ม.ค.