May 16 2019

destination

The Projector ปฏิบัติการเปลี่ยนโรงหนังเก่าในสิงคโปร์ให้เป็นคาเฟ่เก๋ ที่มีหนังอินดี้ดี ๆ ฉายให้ดูด้วย

สั่งกาแฟแล้วถือเข้าไปจิบในโรงหนังอะ เก๋มั้ยล่ะ
ความเก๋อย่างหนึ่งของคาเฟ่ในปัจจุบันคือ คาเฟ่ส่วนหนึ่งนั้นเกิดขึ้นมาจากการปรับตัวของสิ่งปลูกสร้างหรือบางธุรกิจตามยุคสมัย บางธุรกิจปรับมาแล้วก็แป้กและไปไม่รอดอยู่ดีก็มีเยอะ แต่บางธุรกิจพอเปลี่ยนปุ๊บก็กลับกลายเป็น Hidden Gem แห่งใหม่ของย่านนั้นไปโดยปริยาย เช่นเดียวกับโรงภาพยนตร์สแตนอโลนเก่าแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ที่แทบไม่มีลูกค้าเข้าใช้บริการแล้วเพราะแต่ละคนก็เดินเข้าโรงหนังใหม่ ๆ เบาะดี ๆ ในคอมเพล็กซ์กันหมดเช่นเดียวกับการเปลี่ยนแปลงในบ้านเรา เพียงแต่เขาไม่ได้ทำใจเลิกกิจการแล้วทุบทิ้งเสีย แต่กลับเปลี่ยนตัวเองเสียใหม่ ที่ยังดำเนินอยู่ในธุรกิจเดิมตั้งแต่แรกเริ่มได้อีกด้วย
 
 
 
The Projector คือชื่อสถานที่นี้ สำหรับเราแล้วที่นี่ถือเป็นคาเฟ่ลับอีกแห่งหนึ่งของสิงคโปร์เลยล่ะ เพราะคาเฟ่นั้นซ่อนตัวอยู่ที่ชั้น 5 ของอาคาร Golden Studio อาคารห้าชั้นที่รวมโรงภาพยนตร์แบบสแตนอโลนเอาไว้ถึง 3 มัลติเพล็กซ์ในที่เดียว ตั้งแต่ REX Cinemas ที่มักฉายภาพยนตร์บอลลีวูด (และเราก็จะเห็นคนแขกกดลิฟต์ไปชั้น 3 ที่เป็นที่ตั้งของโรงภาพยนตร์นี้รัว ๆ) Carnival Cinemas โรงภาพยนตร์ที่ฉายภาพยนตร์ทั่วไป ทั้งภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ และภาพยนตร์ที่กำลังเป็นกระแส เหมือนโรงมัลติเพล็กซ์บ้านเรา และสุดท้ายคือ Golden Theatres ที่ตอนนี้กลายเป็นคาเฟ่สุดแนวในชื่อใหม่อย่าง The Projector นั่นเอง
 
 
 
ต้องบอกว่าเมื่อก่อนนั้น Golden Theatres เคยอยู่ในยุครุ่งเรืองมาก่อน แต้แล้วชื่อเสียงของเขาก็ค่อย ๆ จางหายไปตมกาลเวลา และการเข้ามาของโรงภาพยนตร์หน้าตาใหม่ทันสมัย ในช่วงยุค 90s' โรงภาพยนตร์แห่งนี้จะต้องเปลี่ยนตัวเองมาฉายภาพยนตร์บอลลีวูด สลับกับภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่ด้วยเพื่อให้อยู่รอด แต่ปัจจุบันดูเกมือนว่าจะเป็นทางออกที่ใช่ที่สุดแล้ว กับการรีโนเวทใหม่ให้กลายเป็นแหล่งแฮงค์เอาต์สุดเก๋ของชาวสิงคโปร์

 
ทันทีที่กดลิฟต์ขึ้นมาที่ชั้น 5 เราก็แทบไม่เชื่อเลยว่าพื้นที่ตรงนี้เคยเป็น Box Office หรือจุดจำหน่ายตั๋วมาก่อน เขาเปลี่ยนลานกว้างด้านหน้าโรงภาพยนตร์ทั้ง 2 โรงเสียใหม่ให้กลายเป็นคาเฟ่เก๋ ๆ ที่ต้อนรับเราด้วยเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่ที่ยังตกแต่งล้อไปกับโครงสร้างเดิมของโรงภาพยนตร์ที่แทบไม่เปลี่ยนอะไรเลย เขาเลือกใช้กระเบื้องโมเสกสีขาวเหลืองมาประดับที่เคาน์เตอร์ หยิบเอาสัญลักษณ์ของโรงภาพยนตร์เก่าอย่างป้ายแสดงชื่อภาพยนตร์ที่กำลังฉายมาใช้เป็นป้ายบอกเมนูและกิจกรรมต่าง ๆ ของ The Projector ที่กำลังจะเกิดอยู่ด้านบน พร้อมกับชื่อคาเฟ่ที่ใช้ชื่อเดิมของสถานที่แห่งนี้อย่าง Golden (แต่จริง ๆ คาเฟ่ชื่อ Intermission Bar นะ) ที่หยิบเอานีออนดัดสีแดงติดอยู่กลางเคาน์เตอร์สะดุดตา ส่วนโต๊ะเก้าอี้นั้นก็ยังหยิบเอาสไตล์เก่า ๆ มาเล่น การเลืกใช้เก้าอี้ไม้ทรงเรโทร หรือการนำเก้าอี้ในโรงภาพยนตร์มาใช้แทนเก้าอี้นั่งก็เก๋เวอร์ ฝั่งริมหน้าต่างตั้งโปสเตอร์ภาพยนตร์โชว์ไว้หลายเรื่องเต็มไปหมด
 
 
 
 
สำหรับเมนูที่นี่ก็ไม่ได้หวือหวาอะไรมาก แต่มีครอบคลุมทุกหมวดหมู่ของเครื่องดื่มเลยแหละ ตั้งแต่กาแฟแบบมาตรฐานที่มีให้เลือกเพียงเอสเพรสโซ (4 ดอลลาร์สิงคโปร์ ประมาณ 100 บาท) แบล็กคอฟฟี่ (4 ดอลลาร์สิงคโปร์ ประมาณ 100 บาท) ไวต์คอฟฟี่ (5 ดอลลาร์สิงคโปร์ ประมาณ 125 บาท) และมอคค่า (7 ดอลลาร์สิงคโปร์ ประมาณ 175 บาท) ชาหลากหลายกลิ่น (5 ดอลลาร์สิงคโปร์ ประมาณ 125 บาท) น้ำผลไม้ (6 ดอลลาร์สิงคโปร์ ประมาณ 150 บาท) ไปจนถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเบียร์และไซเดอร์ (ขวดละประมาณ 12-16 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 300-400 บาท) ไวน์ Sauvignon Blanc, Cabernet Sauvignon (แก้วละ 14 ดอลลาร์สิงคโปร์ ประมาณ 350 บาท) และ Prosecco (แก้วละ 16 ดอลลาร์สิงคโปร์ ประมาณ 400 บาท) Spirits ไปจนถึงค็อกเทล ที่มีให้ลองถึง 5 ตัวเลยแหละ (แก้วละ 15 ดอลลาร์สิงคโปร์ ประมาณ 375 บาท) เรียกว่าใครใคร่ดื่มแบบไหน ที่นี่มีรองรับหมดเลยจ้า

 
 
 
แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนที่มา The Projector จะเข้าไปจิบเครื่องดื่มชิลล์ ๆ ในโรงภาพยนตร์ได้ เพราะข้างในโรงภาพยนตร์นั้นมีฉายหนังจริง ๆ และฉายหนังเป็นรอบ ๆ เหมือนโรงภาพยนตร์ทั่วไป ดังนั้นถ้าอยากเข้าไปนั่งสวย ๆ ข้างใน ก็ต้องซื้อบัตรเข้าชมภาพยนตร์ก่อนนะจ๊ะ เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรจะตั้งอยู่ตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ Golden บริเวณหน้าลิฟต์ (บัตรราคา 13.50 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 337 บาท) ซึ่งภาพยนตร์ที่ฉายนั้นก็ถูกคัดมาอย่างดี และมีโปรแกรมฉายอย่างชัดเจนในแต่ละเดือน อย่างถ้าใครแวะไปในเดือน พ.ค. นี้ ก็สามารถเลือกดูหนังได้ 8 เรื่อง โดยทั้ง 8 เรื่อง มีฉายทุกวัน วันละรอบ เช็คดูดี ๆ ว่าหนังที่เราอยากดูฉายรอบไหนบ้าง โดยทีม The Projector คัดสรรมาเรียบร้อยแล้ว อาทิ หนังลูกครึ่งอินเดีย Hotel Mumbai, หนังสเปน Todos Lo Saben, หนังเกาหลี Beautiful Days, หนังญี่ปุ่นอย่าง The Night is Short, Walk on Girl หรือ The Years Japan เป็นต้น นอกจากนี้ในช่วงวันที่ 22 พ.ค.-7 มิ.ย. ยังมีเทศกาล Italian Film Festival ที่ร่วมกับสถานทูตอิตาลีประจำประเทศสิงคโปร์ ฉายหนังน่าดู 4 เรื่องของอิตาลีอีกด้วยนะ

 
 
 
ยังไม่หมด เพราะความเก๋ของที่นี่คือเขามีโปรเจ็กต์พิเศษอย่าง Stage To Screen ที่จัดกันมาตั้งแต่ต้นปีไปจนถึงเดือน ส.ค. นี้ เราจะได้ดูโชว์ดี ๆ จาก Stage Russia และ Royal Opera House ทั้งหมดถึง 8 โชว์ ตลอด 8 เดือนกันในโรงภาพยนตร์ อย่างเดือน พ.ค. นี้ก็มีโชว์บัลเล่ต์เรื่อง Anna Karenina จากรัสเซีย เดือน มิ.ย. จะเป็นโอเปร่าโชว์ฝรั่งเศสเรื่อง Faust เดือน ก.ค. มาดูบัลเลาต์โชว์จากนิยายดังอย่าง Romeo & Juliet และเดือน ส.ค. ปิดท้ายด้วยโชว์สุดอลังจากรัสเซียอย่าง Onekin 
 
 
ภาพจาก Thesmartlocal

 
ซึ่งที่เราบอกว่าซื้อเครื่องดื่ม แล้วตีตั๋วเข้าโรงหนังไปชิลล์ข้างในนั้นก็ไม่ได้โกหกนะ เพราะทางโรงภาพยนตร์เขาแอบเปลี่ยนแปลงผังของโรงหนังนิดหน่อย เพิ่มความเก๋ด้วยการถอดเก้าอี้โรงภาพยนตร์ออกในส่วนกลุ่มแถวหน้า  แล้ววางบีนแบ๊คเอาไว้ให้เราทิ้งตัวดูหนังกันแบบสบายใจไปเลย นี่แหละความเก๋ที่ไม่อยากให้พลาด แต่ก็อย่าลืมมารยาทในโรงภาพยนตร์ที่ควรมีอยู่นะ ไม่ใช่เข้าไปแล้วส่งเสียงดัง หยิบมือถือออกมาเซลฟี่ล่ะ ไม่ได้เลยจ้า
 
 
 
นอกจากความเก๋ของคาเฟ่และโรงภาพยนตร์แล้ว เราอยากให้ลองลงจากชั้น 5 ด้วยบันไดวนสุดคลาสสิกแทนการลงลิฟต์ดู เพราะบันไดนี้สวยมากจริง ๆ แถมยังแชะรูปเอาไปลงโซเชียลได้เก๋ ๆ ตั้งหลายมุม ซึ่งจาก The Projector ก็สามารถเดินไปอีกนิดก็ถึง Haji Lane ไปเดินเล่นกับตึกสีสันแจ่ม ๆ และชอปเพลินบนนถนนเส้นนั้นต่อเลยก็ยังได้นะ

 
The Projector ชั้น 5 อาคาร Golden Studio เปิดทุกวัน (ปิดทุกวันจันทร์) เวลาทำการ อังคาร-ศุกร์ 18:30-21:00 น. เสาร์-อาทิตย์ 13:00-21:00 น. ถ. บีชโร้ด MRT Nicoll Highway ทางออก A www.fb.com/theprojector