Jul 15 2019

destination

พาไปเที่ยว MUJI Hotel ที่ปักกิ่งแบบไม่ต้องเช็คอินเข้าพักก็ไปได้

อยากมีบ้านแบบนี้เลย
ใครจะไปคิดว่าที่เมืองหลวงของจีนอย่างปักกิ่ง จะเป็นที่ตั้งของโรงแรมจากแบรนด์ที่บอกว่าตัวเองไม่ได้เป็นแบรนด์อย่าง MUJI ด้วย (ขนาดที่ญี่ปุ่นเมืองต้นกำเนิดของแบรนด์เองยังไม่มี MUJI Hotel เลย) เมื่อเรามีโอกาสแวะเวียนไปปักกิ่ง จึงไม่พลาดที่จะแวะไปเช็คอินที่ MUJI Hotel สักหน่อย
 
 
 
MUJI Hotel Beijing ตอนนี้กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ใครได้มาปักกิ่งก็ต้องหาโอกาสมาแวะเวียนสักหน่อย แม้ว่าจะไม่ได้เข้าพักก็ตาม (ใช่แล้ว เราก็ไม่ได้เข้าพักเหมือนกัน เพราะห้องเต็ม !) เพราะภายในของที่นี่ยังมีอะไร ๆ ให้คนที่ไม่ได้เป็นแขกของที่นี่ได้ใช้บริการอยู่ด้วย สิ่งแรกที่ที่โดนใจเราคือโลเคชั่นของโรงแรมที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานี Qianmen มาก ๆ แค่เดินขึ้นมาจากทางออก C แล้วลอดทางลอดใต้ถนนเพื่อข้ามแยกมา ก็จะเจออาคารเล็ก ๆ ตั้งอยู่ตรงหน้าทันที ความดีงามไม่ได้อยู่แค่ใกล้สถานีรถไฟเท่านั้น แต่ยังอยู่กลางเมืองที่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวหลัก ๆ เยอะแยะไปหมด อย่างจัตุรัสเทียนอันเหมิน ที่อยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟนั่นเอง ถัดไปก็เป็นพระราชวังต้องห้าม และยังสามารถเดินไปยัง Temple of Heaven ได้อีกด้วย
 
 
 
ส่วนตัวโรงแรมเองก็เป็นส่วนหนึ่งของ Beijingfun (เป่ยจิงฟั่น) คอมมูนิตี้ชิค ๆ ที่มีร้านรวงทยอยเปิดให้บริการหลายร้าน เท่าที่เห็นตอนนี้ก็มีทั้ง Starbucks Reserve และ Harrods มาเปิดแล้ว นอกจากนั้นบริเวณนี้ยังมีงานสตรีทอาร์ตให้เราได้มาถ่ายรูปเล่นเพลิน ๆ อีกเยอะ และถ้าเดินไปอีกนิดเดียวก็จะเป็นถนนคนเดินเฉียนเหมิน ที่มีการออกแบบให้เหมือนอยู่ในจีนโบราณ ยังมีรถรางวิ่งให้บริการอยู่จริง ๆ บนถนนเส้นนี้ด้วยนะ เก๋ไปอีก

 
 
เราชอบที่การตกแต่งของตัวอาคารดูกลมกลืนไปกับอาคารอื่น ๆ ของปักกิ่งในละแวกนั้นไปด้วย ไม่ใช่มาเป็นไม้สีอ่อนที่คุ้นเคยแบบมูจิจนแตกต่างกับชาวบ้านเขา แต่เมื่อเดินเข้ามาข้างใน ก็พบว่านี่แหละคือมูจิจริง ๆ เพราะลักษณะการตกแต่ง การเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ และการจัดวางเลย์เอาท์ต่าง ๆ นั้น คล้ายกับเวลาเราเดินเข้าร้านมูจิเลย เพียงแค่ที่นี่เป็นโรงแรม ไม่ใช่ร้านขายสินค้าแบรนด์นี้เท่านั้นเอง
 
 
ที่ MUJI Hotel Beijing นั้นใช้การตกแต่งแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของจีนอยู่ มีการนำไม้ไผ่ที่เป็นวัสดุพื้นฐานของงานก่อสร้างจีนมาปรับใช้ มีการนำอิฐเก่าที่อยู่รอบ ๆ มารีไซเคิล ใช้งานใหม่อีกครั้งด้วย

 
 
 
พอเดินเข้าไปในโรงแรมปุ๊บ สิ่งแรกที่เราจะเจอคือ Cafe & Meal MUJI ที่อยู่ซ้ายมือ เราสามารถเข้าไปนั่งทานอาหารอร่อย ๆ ในสไตล์มูจิ คือนำเสนอรสชาติอาหารแบบธรรมชาติจริง ๆ การปรุงที่เรียบง่าย สายคลีนน่าจะชอบ อีกอย่างที่เราแล้วว่าดีคือน้ำผักและผลไม้คั้นสดที่เขาบอกว่าคั้นใหม่ทุกวัน แล้วยังสามารถซื้อกลับเป็น Take away ได้ด้วย
 
 
 
ทางขวามือจะเป็นเคาน์เตอร์รับรองลูกค้า พร้อมโต๊ะโชว์สินค้าของ MUJI อยู่กลางล็อบบี้ สุดทางฝั่งขวาจะเป็น Book Lounge ที่เราชอบมาก ๆ เพราะมุมนี้จะรวบรวมหนังสือไว้ให้เราอ่านกันฟรี ๆ โดยเขาจะคัดหนังสือแนวท่องเที่ยว, วัฒนธีีม, ประวัติศาสตร์, วรรณคดี, บทความ และหนังสือภาพเอาไว้เต็มไปหมดถึง 2 ชั้น มาพร้อมกับที่นั่งแบบ Bean Bag ของมูจิเองที่หยิบหนังสือมานั่งอ่านกันสบาย ๆ ได้เลย ไม่ใช่แขกของโรงแรมก็สามารถเข้ามาอ่านได้ แต่เสียดายที่มีแต่หนังสือภาษาจีน ถ้าใครอ่านออกขอบอกว่าเวิร์ก ถ้าอ่านไม่ออกก็ไปนั่งถ่ายรูปไว้อัปลงโซเชียลเก๋ ๆ ก็ได้ แต่อย่าไปส่งเสียงดังรบกวนเขาล่ะ

 
 
 
ส่วนขาชอปก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีที่ให้ชอป เพราะ MUJI Store ตั้งอยู่ที่ชั้นใต้ดินของอาคารนี้เอง แค่เดินลงบันไดเลื่อนที่ตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ จากมูจิก็จะเจอชอปขนาดใหญ่ ที่มีสินค้าขายอย่างครบครัน แฟนพันธุ์แท้ MUJI ที่อท้ทรูคือการได้ชอปสินค้าในโรงแรมของเขาเอง นี่มันฟินยกกำลังสองเลยล่ะ (แต่แอบกระซิบว่าค่าเงินหยวนทำให้ของที่ขายใน MUJI ที่นี่ราคาพอ ๆ กับบ้านเราเลย เก็บเงินมาซื้อที่บ้านเราก็ได้ จะได้ไม่ต้องแบกข้ามน้ำข้ามทะเลไกล ๆ)

 
 
 
นอกจากนี้ยังมีส่วนให้บริการอื่น ๆ อีก เช่น MUJI Diner ที่ชั้น 4 พร้อมเสิร์ฟอาหารที่เลือกเอาวัตถุดิบโลคัลมาเป็นส่วนประกอบหลัก แถมตอนค่ำยังมีบาร์เครื่องดื่มที่ให้เรานั่งระเบียง จิบเครื่องดื่มไป ดูวิวเทียนอันเหมินไปได้ด้วย หรือส่วนให้บริการอื่น ๆ ที่เฉพาะแขกที่เข้าพักของทางโรงแรมเท่านั้นที่ใช้ได้ อย่าง Business Center ที่เหมือนโคเวิร์กกิ้งสเปซขนาดย่อม ๆ ให้ไว้ทำงาน, Utility Room สำหรับแขกที่อยากซักผ้ารีดผ้า ไปจนถึง Rental Bicycle ที่แขกสามารถยืมจักรยานไปใช้ปั่นเที่ยวปักกิ่งได้ฟรีด้วย
 
ภาพจากเว็บไซต์ MUJI Hotel Beijing

 
ส่วนห้องหับก็สวยงามตามท้องเรื่องของชาว MUJI ด้วยโทนสีไม้ ข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดคือ MUJI ยกเซ็ต มาพร้อมห้อง 6 ขนาดตั้งแต่ 22 ตร.ม. ไปจนถึง 75 ตร.ม. เลย แม้เราจะไม่มีโอกาสเข้าไปดูเอง แต่เชื่อว่าถ้าได้พักสักคืนจะต้องฟินแน่ ขอจดไว้เป็น Wishing List ของตัวเองไว้เลย
 
ที่จริงแล้ว MUJI Hotel ที่ปักกิ่งถือเป็นสาขาที่สอง เพราะสาขาแรกอยู่ที่เซินเจิ้น และกำลังจะมีสาขาที่สามตามมาเร็ว ๆ นี้ โดยกลับไปเปิดที่กินซ่า ย่านไฮโซในโตเกียว บ้านเกิดของแบรนด์นั่นเอง ใครมีโอกาสแวะเวียนไปปักกิ่ง (หรือเซินเจิ้น) ก็ลองไปเที่ยว หรือไปพักที่ MUJI Hotel สักคืนให้เป็นประสบการณ์ชีวิตดี ๆ ก็น่าสนใจนะ
 
MUJI Hotel Beijing เปิดทุกวัน MUJI Diner ชั้น 4 เปิดตั้งแต่ 7:30 - 23:00 น. (Last Order 21:30 น. สำหรับอาหาร และ 22:30 น. สำหรับบาร์) Cafe & Meal MUJI ชั้น G เปิดตั้งแต่ 11:00 - 22:00 น. (Last Order 21:30 น.) MUJI Store ชั้น B1 เปิด 10:00 - 22:00 น. Book Lounge ชั้น G เปิด 24 ช.ม. สถานี Qianmen ทางออก C www.hotel.muji.com