Nov 20 2018

destination

Future World นิทรรศการจาก Teamlab ในสิงคโปร์ที่ดีงามไม่แพ้งานของเขาเองในญี่ปุ่น

งบน้อยไปได้แค่นี้ก็คุ้มแล้ว
ตอนนี้เป้าหมายใหม่ของใครก็ตามที่กำลังวางแนจะไปเที่ยวญี่ปุ่น เชื่อว่าจะต้องบรรจุเอางาน Teamlab นิทรรศการที่รวมเอาวิทยาศาสตร์และศิลปะเข้าไว้เป็นหนึ่งเดียวกัน ที่กำลังจัดแสดงในโตเกียวอยู่ตอนนี้ อย่างเราเองพอเข้าไปดูอินสตราแกรมของเพื่อน ๆ ไม่ว่าใครก็ตามที่ไปโตเกียว ก็ต้องแวะเวียนเช็คอินและถ่ายรูปสวย ๆ มายั่วให้อยากไปดูด้วยตาตัวเองบ้าง แต่สิ้นปีแบบนี้เงินที่มีก็ร่อยหรอเหลือเกิน เหนือสิ่งอื่นใดคือวันลาพักร้อนหมดเกลี้ยง ลายาว ๆ ไม่ได้แล้ว จะไปญี่ปุ่นก็คงหมดหวัง
 
 
 
แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งสิ้นหวังขนาดนั้น เพราะประเทศเพื่อนบ้านเราใกล้ ๆ อย่างสิงคโปร์เองตอนนี้เขาก็กำลังมีงานจาก Teamlab จัดแสดงอยู่เหมือนกันนะ ไปง่ายไม่ไกลบ้านเรา ไม่กี่ชั่วโมงก็ถึง แถมงานยังว้าวไม่ต่างกันด้วย แม้ว่าสเกลงานจะไม่ใหญ่เทียบเท่าก็ตาม
 
 
 
งานของ Teamlab ที่สิงคโปร์นี้มีชื่อว่า Future World : Where Art Meets Science จัดแสดงอยู่ที่ ArtScience Museum ประเทศสิงคโปร์ เราได้เดินทางไปพิสูจน์นิทรรศการนี้ด้วยตัวเองว่าเจ๋งจริงไหม เมื่อเดินทางถึงพิพิธภัณฑ์ก็ให้ลงไปที่ชั้นใต้ดิน ที่เป็นทั้งจุดจำหน่ายตั๋ว และที่ตั้งของนิทรรศการนี้ด้วยเลย แน่นอนว่าความเป็นพิพิธภัณฑ์ก็จะมีส่วนจัดแสดงอยู่หลายจุดหลายงาน ทำให้เราสามารถเลือกงานที่ต้องการเข้าชมได้ โดยราคาตั๋วก็มีมีทั้งแบบเข้าชมงานเดียว และเข้าชมแบบแพ็กเกจ 2 งาน หรือเข้าชมทุกงานที่แสดงอยู่ ณ เวลานั้นก็ได้ เราเลือกเข้าชมเพียง Future World เพียงงานเดียว (เพราะเราตั้งใจมาชมงานนี้นี่นา!) สนนราคาค่าเข้าชมอยู่ที่ 19 เหรียญ (ประมาณ 475 บาท) แต่หากใครเข้าพักที่โรงแรมในเครือ Marina Bay ก็สามารถแสดงการ์ดห้องพักเพื่อเป็นส่วนลดได้อีก 15% เหมือนกับเรานะ

 
ก่อนจะเข้าไปชม ขอเกริ่นถึง Teamlab นิดนึงสำหรับใครที่ยังไม่รู้จักพวกเขา Teamlab เป็นแก๊งสุดเก่งจากญี่ปุ่นที่ประกอบไปด้วยโทชิยูกิ อิโนะโกะ และเพื่อนของเขาอีก 4 คน รวมตัวกันมาตั้งแต่ปี 2001 ซึ่งพวกเขามีแบ็กกราวน์เกี่ยวกับงานดเานเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ มากมาย ทั้งโปรแกรมเมอร์, วิศวกรรม, ซีจี แอนิเมเตอร์, สถาปนิก, นักคณิตศาสตร์ และศิลปิน พอทุกอย่างมารวมกันก็เลยกลายเป็นงานศิลปะที่นำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เข้ามาใช้ด้วย เขาบอกว่า Teamlab เกิดขึ้นมาจากไอเดียล้วน ๆ และต้องการที่จะสร้างสเปซที่มอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้ที่เข้าร่วมได้อย่างเต็มที่  
 
 
 
Future World จะถูกแบ่งออกเป็น 5 โซนด้วยกัน ได้แก่ ธรรมชาติ, เมือง, สิ่งศักดิ์สิทธิ์และความเชื่อ, สวน และสเปซ ซึ่งแม้ว่าทางงานจะเคลมว่าเป็นนิทรรศการที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลาย ๆ ชิ้นงานที่จัดแสดงนั้นเหมาะกับเด็ก ๆ มากกว่า แต่ด้วยความเป็นโลกดิจิทัลที่เราเข้าไปมีส่วนร่วมได้ในทุกชิ้นงาน มันเลยทำให้เราสนุกและนึกว่าตัวเองก็เป็นเด็กคนหนึ่งไปด้วยเหมือนกัน 

 
นิทรรศการเริ่มต้นด้วยโซนธรรมชาติ กับชิ้นงาน Transcending Boundaries ที่ฉายโปรเจคเตอร์แบบ Interactive เป็นภาพน้ำตก น้ำไหล และเหล่าหมู่มวลดอกไม้ที่เราสามารถเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ได้ อย่างเช่นเวลาเราเดินอยู่บนพื้นที่มีกราฟิกน้ำไหล เส้นสายของน้ำก็จะแหวกหลีกให้ตัวเราด้วย เก๋มาก ๆ ห้องแรกแถมยังว้าวแยบนี้ก็จะมีคนรอต่อถ่ายรูปด้วยหนาแน่นหน่อย ๆ ถึงอย่างนั้นก็อยากให้รอสักพักนะ อย่างเพิ่งใจร้อนเดินไปห้องอื่น เก็บรูปเอาไว้สวย ๆ รออัปลงอินสตราแกรมดีกว่า
 
 
 
โซนถัดมาถือเป็นโซนที่น่าจะใหญ่ที่สุดของงานนี้แล้ว กับโซนเมือง โดย Teamlab ยกมาทั้งหมด 6 ชิ้นงานลงในโซนนี้โซนเดียวให้เราได้ลองเช่นกัน เริ่มตั้งแต่ Sliding Through the Fruit Field ที่ผู้ใหญ่อย่างเราได้แต่ปรายตามองปริบ ๆ เพราะเขาให้แค่เด็ก ๆ ขึ้นไปสไลด์เดอร์ลื่นลงมาเท่านั้น จะเป็นสไลเดอร์ที่มีสวนผลไม้กระจายเต็มไปหมด พอลื่นผ่านผลไม้ก็จะแตกออกตูมตาม ดูแล้วก็สนุกไปกับเด็ก ๆ เหมือนกัน ถัดมาเป็น Connecting! Block Town โต๊ะขนาดใหญ่ที่จะให้เราลองวางโครงสร้างระบบคมนาคมด้วยตัวเอง ทั้งถนน คลองและแม่น้ำ ไปจนถึงรางรถไฟ และที่จอดเฮลิคอปเตอร์ ผ่านบล็อกไม้ต่าง ๆ ที่แค่หยิบไปวางตรงไหนบนโต๊ะ เส้นทางนั้น ๆ ก็จะปรากฎเชื่อมโยงกันทันที  
 
 
 
นอกจากนี้ยังมี Media Block Chairs ที่จริง ๆ แล้วจะพยายามสอนให้เราลองวางผังเมืองแบเป็นบล็อก ๆ ซึ่งถือว่าเป็นผังเมืองคุณภาพ แต่ด้วยความน่ารักของเจ้าบล็อกเรืองแสงหลายสีนี้ ส่วนใหญ่คือก็จะเอามาเรียง ๆ กันแล้วนั่งถ่ายรูปเก๋ ๆ เสียมากกว่า (ฮา) และบริเวณรอบ ๆ ของโซนนี้ยังมีเจ้าวาฬตัวโตสีสันสดใสแหวกว่ายอยู่บนพื้นไปมาเป็นเพื่อนพวกเราอีกด้วยนะ

 
 
 
อีกโซนที่เรียกความสนุกให้กับเราทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้ คือ Sketch Town เมืองสิงคโปร์สุดคัลเลอร์ฟูลที่เกิดขึ้นจากภาพวาดของพวกเราทั้งหมด ทาง Teamlab จะมีกระดาษวางไว้ให้ บนกระดาษจะมีภาพให้เราระบายสีมากมาย ทั้งรถ จรวด ตึก ยูเอฟโอ หรืออะไรก็ตามแต่ เราเพียงแค่ละเลงสีชอล์กที่มีไว้ให้บนโต๊ะตามจินตนาการ จากนั้นนำภาพที่เสร็จแล้วไปเข้าเครื่องแสกนที่ตั้งไว้ข้าง ๆ รอไม่กี่วินาที ภาพที่เราวาดก็จะปรากฎขึ้นบนจอในรูปแบบ 3 มิติ เป็นส่วนหนึ่งและส่วนใหม่ของเมืองนั้นด้วย 

 
 
 
อย่างเราเองลองเลือกวาดยูเอฟโอ Soimilk สักหน่อย ไม่นานหลังจากแสกน เข้ายูเอฟโอของเราก็บินว่อนอยู่เหนือน่านฟ้าของเมืองสิงคโปร์ในจินตนาการแล้ว เป็นการหยิบงานศิลปะกับเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพมาก ๆ เลยล่ะ
 
 
โซนสิ่งศักดิ์สิทธิ์และความเชื่อนั้นมีเพียง 1 ห้องใหญ่ ๆ ที่ชื่อ Impermanent Life ที่ให้เราซึมซับเกี่ยวกับคอนเซปต์ "พื้นที่และเวลาใหม่ ๆ คือการกำเนิด" เรียกว่าห้องนี้ค่อนข้างลึกซึ้งนิดนึง แต่ก็ยังถ่ายรูปสวยและสนุกอยู่ดีนะ

 
 
เข้ามาที่โซน Park ที่เหมือนจะเป้นโซนที่เหมาะกับเด็กเล็ก ๆ มากกว่าผู้ใหญ่หรือวัยรุ่น เพราะโซนนี้จะมีตั้งแต่ Sketch People & Animal โต๊ะระบายสีภาพเหมือนโซนเมืองก่อนหน้านี้ จะจะเป็นนะบายสีคนและสัตว์ให้ไปแสกนและโลดแล่นอยู่ในจอเช่นกัน ชิ้นงาน Light Ball Orchestra ที่ให้เด็ก ๆ ได้เข้าไปสนุกสนานกับลูกบอลหลากสี ที่มองแล้วก็อยากเข้าไปเล่นบ้าง นอกจากนี้ยังมีชิ้นงานที่ไม่ได้กล่าวถึงในโซนนี้อีก 2-3 ชิ้นให้เราได้ไปสนุกกับมันด้วยนะ
 
 
 
 
สุดท้ายกับโซน Space ที่เรียกว่าน่าจะเป็นไฮไลต์ของ Future World ได้เลย เพราะห้องนี้หัวกระไดไม่แห้งมาก ๆ และเราอาจเคยเห็นภาพคนถ่ายรูปอยู่ในดง LED Light ที่เรียงรายเต็มห้องอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนสายไฟแห่งแสงไฟรายล้อมรอบตัวตามสื่องโซเชียลมีเดียทั้งหลาย ที่นี่ก็ขนมาให้เราได้สัมผัสของจริงกันด้วยตัวเองเช่นกัน! Crystal Universe ห้องที่ถูกประดับด้วยไฟ LED นับล้านดวง วางโปรแกรมการเคลื่อนไหวของไฟและแสงสีประกอบบทเพลงได้อย่างน่าสนใจมาก ๆ เราเองก็อยู่ในห้องนี้นานทีเดียวแหละ

 
 
 
ข่าวดีคือตอนนี้ถ้าใครเข้าชมนิทรรศการ Future World ก็สามารถแสดงตั๋วเพื่อเข้าชมชิ้นงานพิเศษที่ทาง Marina Bay กำลังจัดแสดงอยู่ใน Shoppes ได้ด้วยโดยไม่ต้องเสียค่าเข้าชมเพิ่มเลย เพียงออกมาจาก ArtScience Museum แล้วเดินเข้าศูนย์การค้าี่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม มองหาแชนเดอเลียร์ทรงกระบอกขนาดยักษ์ที่แขวนจากเพดานลากยาวมาจนถึงชั้นล่าง แล้วเดินมุ่งหน้าไปหาเจ้าชิ้นงานนี้ได้เลย ด้านล่างจะเป็นจอ LED ที่ Interact กับผู้ที่เข้ามาเล่นเช่นกัน ส่วนด้านบนก็จะเป็นไฟ LED ที่นับล้านดวงที่ถูกโปรแกรมให้แสดงภาพและแสงสีประกอบบทเพลงเช่นเดียวกัน เชื่อว่าน่าจะเป้นการต่อยอดไอเดียจากงานของ Teamlab นั่นแหละ

 
ถ้าใครอยากชิมลางงานของ Teamlab ก่อนแบบยังไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่นและไม่อยากจองคิวออนไลน์ล่วงหน้าแข่งกันคนอื่นนาน ๆ ลองแวะไปที่สิงคโปร์ก่อนก็น่าสนใจนะ แม้งานจะไม่ได้ใหญ่โตเหมือนกัน แต่ของไฮไลต์ก็ขนมาหลายชิ้นอยู่ เรียกว่าพอให้หายอยากไปงานของ Teamlab ได้เยอะเลยทีเดียวแหละ 
 
Future World : Where Art Meets Science บัตรราคา 19 เหรียญดอลลาร์สิงคโปร์ เปิดทุกวัน 10:00-19:00 น. (ปิดจำหน่ายบัตร 18:00 น.) ArtScience Museum สิงคโปร์ MRT สถานี Bayfront www.marinabaysands.com