Sep 28 2018

city living

10 เทศกาลในยุโรปที่เดินไปเยือนได้ง่ายสบายกระเป๋ากับสายการบิน KLM

ต้องไปให้ได้เลย !

รู้สึกไหมว่ามนุษย์อย่างเรา ๆ ถูกออกแบบให้มีการแสวงหาต่อสิ่งใหม่ที่ไม่เคยรู้จบ เราอยากออกไปหาประสบการณ์ในที่ที่ไม่เคยไปอยู่เสมอทั้ง ๆ ที่เมื่อเดือนที่แล้วก็เพิ่งจะบินกลับมาจากการปีนเขา อาทิตย์ก่อนก็ไปท่องเที่ยวในต่างแดน จนตอนนี้ก็รู้สึกชีพจรลงเท้าอยากออกไปอีกแล้วจ้า เราเชื่อสุดใจว่าหลายคนที่เป็นนักท่องเที่ยวคงได้ไปหลาย ๆ ที่แล้วในไทย หรือแถบประเทศใกล้เคียง และมีความต้องการไม่น้อยที่จะไปเยือนยังต่างประเทศในเขตโซนอื่น ๆ เราจึงอยากแนะนำเทศกาลน่าไป ตลอดจนอิเวนต์ต่าง ๆ ในโซนน่าโดนอย่างยุโรป ไม่ว่าจะเป็น ดนตรี ศิลปะ อาหาร เครื่องดื่ม รวมไปถึงกีฬา ที่เรียกได้ว่าน่าเอาตัวเข้าไปอยู่ในบรรยากาศสุด ๆ และขอพูดเต็ม ๆ ปากว่า ในชีวิตนี้ต้องไปให้ได้ ! ตั้งแต่กันยายนปีนี้จวบจนถึงมิถุนาปีหน้ากันเลย ว่าแล้วมาดูกันว่ามีงานอะไรช่วงไหนกันบ้าง
 

Sep - Nov

 

Oktoberfest in Munich

 
 
 
แม้กลางเดือนกันยาจะเป็นช่วงฤดูฝน(ตกหนักมาก) ของไทย แต่สำหรับทางฝั่งยุโรปนั้นเป็นช่วงที่แดดดีกำลังอุ่น ดอกไม้กำลังผลิบานเลยแหละ จึงอยากชวนทุกคนไปดื่ม กิน เต้นรำ หรือตะโกนร้องเพลงกันที่ Oktoberfest งานเทศกาลประจำปีของชาวคอเบียร์ที่ใหญ่ และมีชื่อเสียงลำดับต้น ๆ ของโลก จัดขึ้นในโซนนอกเมือง มิวนิก ประเทศเยอรมนี เป็นเทศกาลที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลกอย่างมากมายราว ๆ หกล้านคนต่อปีถ้าพูดตามข้อมูลสถิตินะ(เยอะมากกก) เพื่อมาร่วมสังสรรค์ เฉลิมฉลอง ดื่มเบียร์ กินอาหาร เคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศสีสันตระการตาภายในงาน ตลอดจนขบวนพาเหรด ซึ่งแม้จะมีความมึนเมาเป็นหลัก แต่งานนี้ไม่ใช่งานของผู้ใหญ่แค่อย่างเดียว ซึ่งบรรยากาศภายในงานนั้นเหมาะมากสำหรับการทำกิจกรรมแบบครอบครัว ในงานนั้นมีเครื่องเล่นต่าง ๆ จะหวาดเสียว หรือสายชอบความเพลิน ทั้งยังมีกิจกรรมอื่น ๆ  อย่างซุ้มยิงปืน เป็นต้น เปลี่ยนที่ดื่มเบียร์ทั้งทีต้องเอาให้สุด
 
Oktoberfest in Munich วันที่ 22 ก.ย. - 7 ต.ค. 2561 
 
 
 
 
จัดมาแล้วอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี สำหรับงานเทศกาลดนตรี และศิลปะ ชื่องานว่า Nuit Blanche ในเมืองปารีส จัดขึ้นทุกเสาร์ที่หนึ่งของเดือนตุลาคมในทุกปี เป็นเทศกาลที่เมืองทั้งเมืองจะถูกยึดครองด้วยเสียงเพลง แสงไฟ ตลอดจนอิเวนต์ศิลปะ เป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยว และเจ้าบ้านจะได้ใช้เวลากับทุกสิ่งอย่างที่กล่าวมานี้ในหนึ่งคืนเต็ม ๆ เลยทีเดียวเชียว เพราะงานนั้นเริ่มสตาร์ทตั้งแต่พระอาทิตย์คล้อยจะตกดินจนถึงรุ่งสางกันไปเลย ลองนึกภาพว่าเราได้เดินอยู่ท่ามกลางเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสีสวยงาม ผู้คนจากหลายวัฒนธรรมแลกเปลี่ยนบทสนทนา ได้ดื่มด่ำในทุกบรรยากาศ แถมทั้งยังรับชมความงามจากศิลปะที่มีมากมายลายตา คิดดูสิว่าจะมีความสุขมากเพียงใด สิ่งเหล่านี้จะวิเศษขนาดไหนถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

 
Nuit Blanche in Paris วันที่ 6 ต.ค. 2561 
 
 
 
 
งานทรัฟเฟิลแฟร์จัดขึ้นครั้งแรกในปี 1933 มาแทนที่เทศกาลฤดูใบไม้ร่วงของชาวอิตาลี ถือเป็นงานประจำปี หากเปรียบเทียบทางบ้านเราก็คงจะเหมือนเป็นเทศกาลประจำจังหวัดเลยก็ว่าได้ จัดทั้งภาคกลาง และทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ทุกปีจะมีการเฉลิมฉลองด้วยมื้ออาหารที่ปรุงขึ้นจากทรัฟเฟิล หรือชื่อที่คุ้นเคยของเราก็คือ เห็ดนั่นเอง และในแต่ละครั้งของการจัดงานนั้นก็ค่อนข้างได้รับกระแสนิยมของคนที่มาเข้าร่วมจากทั่วโลกอยู่ไม่น้อย วัดจากสเกลงานที่ใหญ่ขึ้น ๆ ในแต่ละปี สำหรับคนรักอาหารที่เดินทางไปเที่ยวยังเมืองอิตาลี ห้ามพลาดที่จะแวะไปเยือนงานนี้ด้วยข้ออ้างใด ๆ ไปเลือกชอป เลือกซื้อ สูดดมกลิ่นหอมหวลของทรัฟเฟิลใหม่ ๆ กันให้เต็มปลอด และอย่าลืมที่จะลิ้มลองชิมอาหารที่มีส่วนผสมของพืชชนิดพิเศษนี้ดูสักครั้ง นอกจากเห็ด ยังมีความบันเทิงอย่าง เช่น คอนเสิร์ต อิเวนต์ต่าง ๆ ร้านอาหร งานฝีมือ หรือรวมไปถึงการประมูลทรัฟเฟิล เพิ่มเติมความสนุกกันอีกด้วย

 
Alba White Truffle Festival in Italy วันที่ 6 ต.ค.- 25 พ.ย. 2561
 

Amsterdam Light Festival in  Netherlands

 
 
 
เป็นเทศกาลประจำปีที่จัดขึ้นในศูนย์กลางของเมืองอัมสเตอร์ดัมโดย Light Art ถือได้ว่าเป็นศาสตร์ของศิลปะร่วมสมัยที่พัฒนาต่อเนื่องมาจากวิวัฒนาการของ LED โดยที่ไฟเหล่านี้ถือเป็นวัสดุใหม่ในการสร้างงานศิลปะทั้งแบบ abstract และแบบ figurative เลยทีเดียว ศิลปะแสงในยุคเก่านั้นถูกจำกัดให้อยู่แค่ในพิพิธภัณฑ์ หรือห้องโถงแสดงงาน ศิลปินยุคใหม่จึงเลือกการแสดงงานผ่านแสงไฟจากป้ายโฆษณา ไฟจราจร และหลอดไฟสีนีออนเก๋สุด ๆ แถมด้วยการยืดเอาเมืองทั้งเมืองเป็นที่จัดแสดงโดยมีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดเป็นผู้ช่วยอย่างไฟ LED และเครื่องฉายแบบคุณภาพสูง ที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวที่อยากถ่ายทอด งานนี้จึงเป็นเวทีให้เหล่าศิลปินผู้เล่นแสงจากทั่วโลกได้มาโชว์ผลงานกันยาว ๆ กว่าสองเดือน ผ่านการคัดเลือกของกรรมการ จากศิลปิน 1800 คน กว่า 93 ประเทศทั่วโลก จะถูกคัดเลือกให้เหลือเพียง 40 คอนเซปต์เท่านั้น ที่จะได้จัดแสดงจริง คัดมาเน้น ๆ ของดีทั้งนั้น เหมาะมากเป็นอย่างยิ่งสำหรับใครที่ชอบศิลปะที่เกิดจากแสงสีในยามค่ำคืน
 
Amsterdam Light Festival in Netherlands วันที่ 29 พ.ย. 2561 - 20 ม.ค. 2562
 

Jan - Mar

 

Up Helly Aa in Scotland

 
 
 
หลายคนอาจรู้จักชาวไวกิ้งนักรบผู้หาญกล้าจาก ภาพยนตร์อนิเมชันเรื่อง มังกรเพื่อนรัก และเรื่องราวของพวกเขาก็ไม่ได้มีแค่ในการ์ตูนอย่างเดียวหรอกนะ เพราะชาวไวกิ้งนั้นมีประวัติศาสตร์อันยาวนานหลายร้อยปี พวกเขาคือตำนานแห่งนักสู้ นักเดินเรือที่มีอำนาจ และมีส่วนสำคัญในยุโรปช่วงยุคสมัยที่ผ่านมาอยู่ไม่น้อย จึงมีการจัดงานสดุดีถึงชาวไวกิ้งกันในหลายประเทศโซนยุโรป ในประเทศอย่างสกอตแลนด์เองนั้นก็มีการจัดงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่สมเกียรติเพื่อรำลึกนึกถึงเรื่องราวอันยาวนาน ประชาชนทุกครัวเรือนจะร่วมกันสวมชุดนักรบ หุ้มเกาะ แบกโล่ ถือดาบเข้าร่วมพิธี ตลอดทั้งวัน จวบจนเวลาย่ำค่ำก็จะมีการจุดไฟเผาเรือไวกิ้งจำลอง ซึ่งเป็นการเผาจริง ไหม้จริง ประดุจดังแสงไฟสว่างนั้นคือ เวลาเริ่มต้นของการเฉลิมฉลองเทศกาลประจำปีนี้ มีการร้องรำทำเพลง กินอาหาร ดื่มเครื่องดื่ม จนฟ้าอีกวันสว่างคาตา รีู้แบบนี้แล้วคงต้องลางานไปสวมชุดเกาะ ถือดาบเป็นนักรบผู้กล้าหาญบ้างแล้วนะ

 
Up Helly Aa in Scotland วันที่ 29 ม.ค. 2562
 

 
 
เมือง Menton ถือได้ว่าเป็นผู้ปลูกเลม่อนรายใหญ่ในยุโรป เหล่าผู้ทำธุรกิจโรงแรมก็มีความคิดที่ดีเยี่ยมในการจัดนิทรรศการดอกไม้ และผลไม้ตระกูลส้มขึ้นมาในสวนของโรงแรม ซึ่งเป็นนิทรรศการที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และในปีต่อ ๆ มา อิเวนต์นี้ได้ขยายพื้นที่ออกไปตามท้องถนน เป็นขบวนสาวน้อยน่ารักพร้อมรถเข็นที่ประดับประดาด้วยดอกไม้ เพื่อให้เป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยว ต่อมาเมืองจึงได้จัดอิเวนต์ใหญ่ขึ้นมาเรื่อย ๆ ตามขนาดของผู้คนที่แห่กันเข้ามา เกิดเป็น Lemon Festival ในปัจจุบัน มีขบวนพาเหรดเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างความประทับใจให้ผู้ชมจากทั่วโลกหลั่งไหลกันเข้ามาชมความงามของการใช้ผลไม้ตระกูลส้มมาประดับตกแต่งเป็นสิ่งต่าง ๆ จึงไม่แปลกหากจะบอกว่านี่เป็นหนึ่งเทศกาลที่ในชีวิตควรไปยืนรอชมความสร้างสรรค์ของริ้วขบวนนี้สักครั้งในชีวิต

 
Menton Lemon Festival in French วันที่ 17 ก.พ. 2562
 
 
 
 
อีกหนึ่งเทศกาลใหญ่ประจำปีของชาวไอริช ที่จัดขึ้นในเดือนมีนาคมของทุกปี เป็นการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ ชาวเมืองทุกคน รวมถึงนักท่องเที่ยวจะแต่งกายในชุดโทนสีเขียว หรืออาจจะผสม ขาว และสีส้ม ซึ่งเป็นสีหลักธงชาติของประเทศไอซ์แลนด์นั่นเอง โดยเทศกาลขนาดยักษ์นี้จัดขึ้นเพื่อระลึกนึกถึง St. Patrick’s (เซนต์แพทริก) ซึ่งเป็นนักบุญคนสำคัญของประเทศ เหตุอันเนื่องมาจากที่ชาวไอริชมีความเชื่อว่านักบุญคนนี้สามารถชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืนชีพได้ ตลอดทั้งวันไล่มาจากช่วงเช้าที่ทุกคนจะเข้าโบส์ถเพื่อทำพิธี พอแดดร่มลมตกบ่ายแก่ ๆ ก็จะเริ่มต้นเฉลิมฉลอง ทั้งกินอาหารประจำประเพณี ดื่มสังสรรค์ รวมถึงการเต้นระบำแบบไอริชแดนซ์ และมีการเดินขบวนพาเหรดสุดยิ่งใหญ่ตระการตาตลอดทั้งถนนให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชมกันอีกด้วย ถือเป็นการร่วมเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ที่อื่นอีกหนึ่งงาน 
 
St. Patrick’s Day in Ireland วันที่ 14 มี.ค. 2562
 

Apr - Jun

 

King’s Day celebration in Amsterdam

 
 
 
King’s Day นั้นคือ วันพระราชาตามชื่อเลย จึงถือให้วันนี้เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ในประเทศเนเธอร์แลนด์ และจัดให้เป็นวันเฉลิมฉลองในโอกาสคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์นั่นเอง มีกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับเทศกาลประจำปีของชาวดัตซ์อาทิ การแสดงดนตรี กิจกรรมต่าง ๆ นานาในพื้นที่สาธารณะในเมือง การล่องเรือดื่มด่ำบรรยากาศตามลำคลอง รวมไปถึงการมีตลาดขายของเก่าที่จัดขึ้นอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งในวันนี้รัฐบาลเขาก็น่ารักยอมให้ทุกคนนำสินค้าที่มีมาวางขายกันได้อย่างเสรี ถนนใจกลางเมืองก็จะถูกปิดไม่ให้รถยนต์สัญจร เรียกได้ว่าเราจะเห็นเมืองทั้งเมืองกลายเป็นสีส้มจากผู้คนที่ร่วมกันสวมใส่เสื้อผ้ามาร่วมเฉลิมฉลองในวันพระราชาของพวกเขานั่นเอง
 
King’s Day celebration in Amsterdam วันที่ 27 เม.ษ. 2562

 
 
 
รายการเทนนิส เฟรนช์ โอเพน หรือ โลรองด์ การ์รอส หนึ่งในรายการแกรนด์สแลมที่พวกเราคอกีฬาไม่ควรพลาดเช่นกัน มีความพิเศษคือสนามนี้เป็นการแข่งขันเทนนิสรายการใหญ่ที่จัดบนคอร์ตดินซึ่งเป็นสนามที่มีความหนืดกว่าคอร์ตชนิดอื่น ๆ และมีนักเทนนิสชื่อดังมือวางหลายอันดับเข้าร่วมแข่งขันกันอย่างมากมาย เราจึงได้ชมทั้งความสามารถของนักกีฬา ตลอดจนบรรยากาศของกองเชียร์ที่แน่นขนัดไปทั้งสนาม มีทั้งประเภทชายเดี่ยว และหญิงเดี่ยว ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลกเป็นอย่างมาก ทั้งนักกีฬาเอง หรือจะเป็นผู้เข้าชมเองก็ตาม สำหรับคอกีฬาหวดลูกสักหลาดไม่ควรพลาดที่จะบินข้ามทวีปมาอยู่ร่วมในบรรยากาศของรายการเทนนิสรายการใหญ่นี้สักครั้ง 

 
Rolland Garros in French วันที่ 20 พ.ค.- 9 มิ.ย. 2562
 
 
 
ต้องบอกว่านี่คือเทศกาลดนตรีที่ใหญ่ติดลำดับต้น ๆ ของโลกเลยสำหรับงาน Glastonbury Festival งานดนตรีกลางแจ้งเก่าแก่ประจำปีที่จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1970 เป็นต้นมาในประเทศอังกฤษ ความพิเศษชั้นที่หนึ่งของงานนี้คือ หลากหลายรายชื่อ ศิลปิน วงดนตรี ระดับบิ๊กเนมที่เรียงแถวกันเข้ามาแสดงบนเวที เรียกได้ว่าเกือยจะมีทุกแนวเพลงให้เลือกชม เลือกฟังกันเลยแหละนะ ส่วนความพิเศษต่อมาจากที่งานนั้นจัดเพียงวันเดียวแล้วเลิก ในปี 2017 ก็ขยับเป็นการจัดงานถึง 5 วันเต็ม ๆ ให้สาแก่ใจแฟน ๆ ทำให้ผู้คนจากทั่วสารทิศที่เป็นทั้งคอดนตรี หรือสายเที่ยว สายลุย ต่างก็มาเข้าร่วมงานกันอย่างเนืองแน่น หลายเชื้อชาติ หลากวัฒนธรรม ร้านอาหารนานาชาติมาให้เลือกทาน และเครื่องดื่มมากชนิดช่วยเพิ่มอรรถรสความสนุก ถือว่าเป็นเทศกาลดนตรีงานหนึ่งที่ในชีวิตของคนรักเสียงดนตรีต้องไปสัมผัสบรรยากาศให้ได้
 
Glastonbury Festival in United Kingdom วันที่ 26 มิ.ย - 30 มิ.ย. 2562 
 

KLM Royal Dutch Airlines

 
จากรายชื่อของเทศกาลในประเทศโซนยุโรปที่เลือกมาแนะนำข้างต้นนั้น เราเชื่อว่าหลายคนกำลังตั้งหน้าตั้งตาผลิตเงิน และเตรียมพร้อมอยากกดจองตั๋วหาเที่ยวบินไปยังประเทศเป่้้าหมายกันแล้ว เราจึงใจดีทำตัวเป็นไกด์บอกทางต่อโดยการเลือกหยิบยกสายการบินชื่อ KLM นี้มาเป็นทางเลือกในการตัดสินใจของทุกคนที่กำลังมีแพลนตามระยะเวลาที่เหมาะสมของตน เพราะอะไรทำไมต้องเป็นสายการบินนี้ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกันสักนิดให้ชีวิตได้ใกล้ชิดกันมากกว่าเดิมดีกว่า
 
 
 
 
 
สายการบินชื่อจำง่ายอย่าง เค แอล เอ็ม (KLM) หรือสมญานามในชื่อเต็ม ๆ คือ KLM Royal Dutch Airlines เป็นสายการบินสัญชาติดัตช์ ที่เรียกว่านี่คือ สายการบินที่เก่าแก่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานชื่อหนึ่ง และเป็นเที่ยวบินเชิงพาณิชย์สายบินแรกของโลก ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1919 หรือทำเปิดบริการมาแล้วร่วม ๆ 99 ปีเห็นจะได้ แถมทั้งยังเป็นสายการบินแรก ๆ ที่บินมาไทยแลนด์เมื่อราว 89 ปีก่อนหน้านี้ซะด้วย  แม้จะเป็นสายการบินที่เก่าแก่ของโลก ก็เพียงเก่าแค่ชื่อ และเรื่องราวอันยาวนานเท่านั้นแหละ เพราะเคแอลเอ็ม นั้นถูกยกให้เป็นสายการบินที่ทำการตลาดทางออนไลน์ หรือโซเชียลเน็ตเวิร์ก เป็นลักษณะการให้บริการที่ดีเยี่ยมตอบโจทย์ความต้องการของคนในยุคสมัยใหม่ใหม่อย่างเรา ๆ ได้สบาย ๆ เลยนะ

 
 
 
 
 
พร้อมแล้วงั้นเรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า สำหรับใครที่ต้องการหาเที่ยวบินเพื่อการไปเยือนเทศกาลที่อยากไปเที่ยว หรือพักผ่อน ตอนนี้ทาง KLM นั้นก็มีข้อเสนอสุดพิเศษจนต้องร้องว้าวกับ 'KLM Dream Deals' เพียงจองตั๋วเครื่องบินไปยังจุดหมายปลายทางในยุโรป หรือทวีปอเมริกาช่วงระหว่างวันที่ 4-18 ก.ย. 2561 เพื่อการเดินทางในช่วงตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย. -15 มิ.ย. 2562 เราก็จะได้รับโปรโมชันตั๋วบินชั้นประหยัดแบบ ไป-กลับ รวมภาษี และค่าชาร์จต่าง ๆ แล้วด้วยนะ

 
จากกรุงเทพฯ ไปยุโรปราคาเริ่มต้นเพียง 21,955 บาท (เป็นไงล่ะจองเลยไหม) และจากกรุงเทพไปยังทวีปอเมริกานั้น เริ่มต้นที่ 42,165 บาท นี่ก็ประหยัดเก่งไปอีก ดังนั้นเราจึงอยากให้ทุกคนรีบเช็กตารางลาหยุดงาน เช็กวันเทศกาลที่อยากไปให้พร้อม แล้วรอจองตั๋วบินสุดประหยัดนี้ไปด้วยกัน พร้อมไหมที่จะเดินทางไปเยือนยังประเทศใหม่ ๆ กับสายการบินที่ตอบโจทย์ในเส้นทางที่เราเลือก
 
ดูข้อมูลเพิ่มเติม และจองตั๋วออนไลน์ได้ที่ www.klm.co.th หรือจะโทรก็ได้ที่หมายเลข 00 1800 441 5560 (โทรฟรีด้วยจ้า) หรือ 0 2610 0800 (จ-ศ เวลา 08:30 - 17:00 น. ส - อา เวลา 08:00 - 15:30 น.) KLM Thailand