Skip to main content
AdSense

Yaowarat Street Jam และ Diga Diga Doo! งานที่เปลี่ยนเยาวราชให้กลายเป็นฟลอร์เต้นรำ

 การรวมนักเต้นสวิงแจ๊ซครั้งประวัติศาสตร์

Yaowarat Street Jam และ Diga Diga Doo! งานที่เปลี่ยนเยาวราชให้กลายเป็นฟลอร์เต้นรำ
October 4, 2019 Bangkok time
ถึงแม้งานปิดถนนเยาวราช Yaowarat Street Jam ที่มีไฮไลต์เป็นกิจกรรมรวมพลเหล่านักเต้นสวิงแดนซ์ Diga Diga Doo! จะจบลงไปสักพักมาแล้ว แต่ประกายสะท้อนแสงโคมไฟจากชุดกระโปรงพริ้วไหว หมวกประดับขนนก และเสียงก๊อกแก๊กจากส้นรองเท้าหนังขัดมันที่กระทบพื้นไม้ ยังคงส่งกลิ่นอายย้อนยุคในคราบนักเต้นสวิงแจ๊ซสมัยใหม่  และตราตรึงอยู่ในความทรงจำจนทำเอาเรานอนไม่หลับถ้าไม่ได้จดบันทึกเรื่องราวของค่ำคืนแห่งนั้นเอาไว้ เพื่อเป็นประจักษ์พยานว่าครั้งหนึ่ง บนถนนเยาวราชในยุค 4G ปี 2562 ก็ยังมีคนใจกล้าและบ้าบิ่นพอที่จะปิดถนนเพื่อเต้นสวิง!
 
 
 
ตลอดค่ำคืนของวันที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา หากใครบังเอิญผ่านไปแถวเยาวราชในช่วงเวลาใกล้พลบค่ำ อาจจะตกใจไม่น้อยที่อยู่ ๆ ถนนหนึ่งเลนเต็ม ๆ หน้าโรงแรม Shanghai Mansion จะคราคร่ำไปด้วยผู้คนในชุดเดรสวินเทจ ส่วนผู้ชายก็สวมเสื้อกั๊ก ใส่หมวกปานามาและเบเร่ต์กันแบบอลังการงานสร้าง จุด ๆ นั้นถ้าใครคิดว่าคนเหล่านี้ถูกดูดเข้าไทม์แมชชีนมาจากยุค 70s ก็ไม่น่าแปลกใจ แต่ที่แปลกไปกว่านั้นคือท่าเต้นหลงยุครวมถึงวงดนตรีที่บรรเลงเพลงในประเภทที่เรียกว่า 'สวิงแจ๊ซ' ซึ่งไม่น่ามีใครในยุคนี้เขาทำกัน
 
ซึ่งสำหรับคนที่เคยได้ยินข่าว (แต่ไม่เคยไปร่วมงาน) มาบ้างอย่างเรา อาจจะไม่ตกใจมากเท่าไหร่ เพราะเคยเห็นมาแล้วที่งาน Diga Diga Doo! ซึ่งเคยจัดขึ้นที่พระปฐมเจดีย์มาแล้วหลายรอบ ผิดกันตรงที่รอบนี้เขาจัดหนักกว่างานพระปฐมเจดีย์เยอะ ไม่ใช่แค่ปิดถนนบนเยาวราชได้ หากแต่รวมไปถึงการรวมพลเหล่านักเต้นสวิงแด๊นซ์จากทั่วโลกทั้ง ไทย จีน อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ มาไว้ด้วยกันที่นี่ แน่นอนว่างานนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีทีม Bangkok Swing ผู้ทำให้ไอเดียสุดโต่งนี้กลายเป็นความจริง ซึ่งความโชคดีก็คือเราได้ฟาดฟันแย่งบัตรเข้างานในค่ำคืนนั้นมาได้ทันเวลา ก่อนที่บัตรจะ Sold Out ลงภายในไม่กี่วัน
 
 
 
หลังจากสร้างความฮือฮาบนถนนเยาวราชแล้ว ทีมนักเต้นสวิงในคอสตูมจัดเต็ม รวมถึงวงดนตรีสวิงแจ๊ซอย่าง Gordon Webster Band ก็พากันย้ายขึ้นไปที่ด้านบนชั้น 6 ของโรงแรม Shanghai Mansion พร้อมพากันทะลุม่านสีแดงเข้าไปสู่ห้องบอลรูมที่ถูกแปลงร่างเป็นฟลอร์เต้นรำขนาดยักษ์เหมือนถอดออกมาจากเมื่อ 50 ปีที่แล้วก็ไม่ปาน โดยเริ่มเปิดบรรยากาศความสนุกด้านบนด้วยคลาสเรียนเต้น Lindy Hop ขึ้นเบสิค สอนโดย Todd Yannacone และ Irina Amzashvili ไว้ให้แขกในงานได้มีทริกเก๋ ๆ ไว้เต้นต่อตลอดค่ำคืน
 
 
 
ต่อด้วยโชว์ขั้นงานเก๋ ๆ จาก Jesse Selengut นักร้องสาวเสียงทรงพลังในชุดโอเปร่าของเธอ Thomas Wadelton นักเต้นแท็ปแดนซ์จากออสเตรเลีย และโชว์จากทีมนักเต้นสวิงชาวเกาหลี Tuxedo Junction และปิดท้ายด้วยโชว์สุดยั่วยวนรัญจวนหัวใจของ Mila Spigolon รวมถึงโชว์จากทีมเจ้าบ้านโดย Bangkok Swing 
 
 
ไม่ใช่แค่ปิดเยาวราชเท่านั้น แต่ในคืนวันอาทิตย์ที่ 22 ก.ย. นักเต้นทั้งหลายที่ยังไม่อยากจบงานง่าย ๆ ก็มารวมตัวกันต่อที่ Prince Theatre Heritage Stay โรงภาพยนตร์ปริ้นซ์ในตำนานที่ตอนนี้ถูกรีโนเวตใหม่ให้กลายเป็นโฮสเทลขนาดย่อม เรียกว่านักเต้นก็ตามมาสวิงกันจนแน่นพื้นที่ล็อบบี้ชั้นล่างแบบไม่แคร์ฝนที่ด้านนอกกันเลยทีเดียว
 
 
 
ถึงแม้ว่านักเต้นบางคนอาจจะไม่ได้แต่งคอสตูมมาจัดเต็มมาในวันนี้ แต่บรรยากาศโดยรวมที่ Prince Theatre Heritage Stay ก็ร้อนระอุไปด้วยนักเต้นเท้าไฟและโชว์ต่าง ๆ แบบครบบริบูรณ์
 
 
 
ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นบรรยากาศโดยรวมที่เราเอามาเล่าให้ฟังแบบคร่าว ๆ เท่านั้น แต่ถ้าใครอยากพาตัวเองไปอยู่ในบรรยากาศจริงที่เหมือนได้ทะลุกลับไปในยุคสวิงแดนซ์รุ่งเรืองอีกครั้ง เราแนะนำให้กดติดตามแฟนเพจของ fb.com/bangkokswingdance เอาไว้ให้ดี เพราะเราคาดว่างาน Diga Diga Doo! คงไม่ได้จัดที่เยาวราชแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นแน่ ๆ ใครอยากไปร่วมงานรอบต่อไปก็ไปวอร์มขาเรียนเต้นสวิงที่ The Hop fb.com/thehopbangkok เอาไว้ก่อนได้เลย
 
AdSense
AdSense
AdSense