ถึงแม้งานปิดถนนเยาวราช Yaowarat Street Jam ที่มีไฮไลต์เป็นกิจกรรมรวมพลเหล่านักเต้นสวิงแดนซ์ Diga Diga Doo! จะจบลงไปสักพักมาแล้ว แต่ประกายสะท้อนแสงโคมไฟจากชุดกระโปรงพริ้วไหว หมวกประดับขนนก และเสียงก๊อกแก๊กจากส้นรองเท้าหนังขัดมันที่กระทบพื้นไม้ ยังคงส่งกลิ่นอายย้อนยุคในคราบนักเต้นสวิงแจ๊ซสมัยใหม่ และตราตรึงอยู่ในความทรงจำจนทำเอาเรานอนไม่หลับถ้าไม่ได้จดบันทึกเรื่องราวของค่ำคืนแห่งนั้นเอาไว้ เพื่อเป็นประจักษ์พยานว่าครั้งหนึ่ง บนถนนเยาวราชในยุค 4G ปี 2562 ก็ยังมีคนใจกล้าและบ้าบิ่นพอที่จะปิดถนนเพื่อเต้นสวิง!


ตลอดค่ำคืนของวันที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา หากใครบังเอิญผ่านไปแถวเยาวราชในช่วงเวลาใกล้พลบค่ำ อาจจะตกใจไม่น้อยที่อยู่ ๆ ถนนหนึ่งเลนเต็ม ๆ หน้าโรงแรม Shanghai Mansion จะคราคร่ำไปด้วยผู้คนในชุดเดรสวินเทจ ส่วนผู้ชายก็สวมเสื้อกั๊ก ใส่หมวกปานามาและเบเร่ต์กันแบบอลังการงานสร้าง จุด ๆ นั้นถ้าใครคิดว่าคนเหล่านี้ถูกดูดเข้าไทม์แมชชีนมาจากยุค 70s ก็ไม่น่าแปลกใจ แต่ที่แปลกไปกว่านั้นคือท่าเต้นหลงยุครวมถึงวงดนตรีที่บรรเลงเพลงในประเภทที่เรียกว่า 'สวิงแจ๊ซ' ซึ่งไม่น่ามีใครในยุคนี้เขาทำกัน
ซึ่งสำหรับคนที่เคยได้ยินข่าว (แต่ไม่เคยไปร่วมงาน) มาบ้างอย่างเรา อาจจะไม่ตกใจมากเท่าไหร่ เพราะเคยเห็นมาแล้วที่งาน Diga Diga Doo! ซึ่งเคยจัดขึ้นที่พระปฐมเจดีย์มาแล้วหลายรอบ ผิดกันตรงที่รอบนี้เขาจัดหนักกว่างานพระปฐมเจดีย์เยอะ ไม่ใช่แค่ปิดถนนบนเยาวราชได้ หากแต่รวมไปถึงการรวมพลเหล่านักเต้นสวิงแด๊นซ์จากทั่วโลกทั้ง ไทย จีน อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ มาไว้ด้วยกันที่นี่ แน่นอนว่างานนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีทีม Bangkok Swing ผู้ทำให้ไอเดียสุดโต่งนี้กลายเป็นความจริง ซึ่งความโชคดีก็คือเราได้ฟาดฟันแย่งบัตรเข้างานในค่ำคืนนั้นมาได้ทันเวลา ก่อนที่บัตรจะ Sold Out ลงภายในไม่กี่วัน


หลังจากสร้างความฮือฮาบนถนนเยาวราชแล้ว ทีมนักเต้นสวิงในคอสตูมจัดเต็ม รวมถึงวงดนตรีสวิงแจ๊ซอย่าง Gordon Webster Band ก็พากันย้ายขึ้นไปที่ด้านบนชั้น 6 ของโรงแรม Shanghai Mansion พร้อมพากันทะลุม่านสีแดงเข้าไปสู่ห้องบอลรูมที่ถูกแปลงร่างเป็นฟลอร์เต้นรำขนาดยักษ์เหมือนถอดออกมาจากเมื่อ 50 ปีที่แล้วก็ไม่ปาน โดยเริ่มเปิดบรรยากาศความสนุกด้านบนด้วยคลาสเรียนเต้น Lindy Hop ขึ้นเบสิค สอนโดย Todd Yannacone และ Irina Amzashvili ไว้ให้แขกในงานได้มีทริกเก๋ ๆ ไว้เต้นต่อตลอดค่ำคืน


ต่อด้วยโชว์ขั้นงานเก๋ ๆ จาก Jesse Selengut นักร้องสาวเสียงทรงพลังในชุดโอเปร่าของเธอ Thomas Wadelton นักเต้นแท็ปแดนซ์จากออสเตรเลีย และโชว์จากทีมนักเต้นสวิงชาวเกาหลี Tuxedo Junction และปิดท้ายด้วยโชว์สุดยั่วยวนรัญจวนหัวใจของ Mila Spigolon รวมถึงโชว์จากทีมเจ้าบ้านโดย Bangkok Swing

ไม่ใช่แค่ปิดเยาวราชเท่านั้น แต่ในคืนวันอาทิตย์ที่ 22 ก.ย. นักเต้นทั้งหลายที่ยังไม่อยากจบงานง่าย ๆ ก็มารวมตัวกันต่อที่ Prince Theatre Heritage Stay โรงภาพยนตร์ปริ้นซ์ในตำนานที่ตอนนี้ถูกรีโนเวตใหม่ให้กลายเป็นโฮสเทลขนาดย่อม เรียกว่านักเต้นก็ตามมาสวิงกันจนแน่นพื้นที่ล็อบบี้ชั้นล่างแบบไม่แคร์ฝนที่ด้านนอกกันเลยทีเดียว


ถึงแม้ว่านักเต้นบางคนอาจจะไม่ได้แต่งคอสตูมมาจัดเต็มมาในวันนี้ แต่บรรยากาศโดยรวมที่ Prince Theatre Heritage Stay ก็ร้อนระอุไปด้วยนักเต้นเท้าไฟและโชว์ต่าง ๆ แบบครบบริบูรณ์


ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นบรรยากาศโดยรวมที่เราเอามาเล่าให้ฟังแบบคร่าว ๆ เท่านั้น แต่ถ้าใครอยากพาตัวเองไปอยู่ในบรรยากาศจริงที่เหมือนได้ทะลุกลับไปในยุคสวิงแดนซ์รุ่งเรืองอีกครั้ง เราแนะนำให้กดติดตามแฟนเพจของ fb.com/bangkokswingdance เอาไว้ให้ดี เพราะเราคาดว่างาน Diga Diga Doo! คงไม่ได้จัดที่เยาวราชแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นแน่ ๆ ใครอยากไปร่วมงานรอบต่อไปก็ไปวอร์มขาเรียนเต้นสวิงที่ The Hop fb.com/thehopbangkok เอาไว้ก่อนได้เลย