รัชดา-วิภานั้นเป็นอีกย่านที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่หลายๆ คนทั้งในเรื่องไลฟ์สไตล์และการทำงาน เพราะมีทางเลือกในการเดินทางที่หลากหลาย ทั้งรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ซึ่งวิ่งผ่านสถานีสำคัญต่างๆ เช่น รัชดาภิเษก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และพระราม 9 อันเป็นที่ตั้งของย่านธุรกิจสำคัญ อาคารสำนักงานชั้นนำต่างๆ ไปจนถึงสตูดิโอออกกำลังกาย
ในขณะที่อีกฟากของย่านนั้นจรดกับตลาดนัดจตุจักรและรถไฟฟ้า BTS สถานีหมอชิต ทำให้การเดินทางไปยังสยามหรือสุขุมวิทนั้นเป็นเรื่องง่าย

credit: http://www.grandcanalland.com/en/commercial_thesupertower.php
หากนั่งรถไฟฟ้า MRT จากสถานีรัชดาฯ ไปยังสถานีพระราม 9 ซึ่งอยู่ห่างไปเพียงไม่กี่สถานี เราจะพบกับศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่หรือ CBD ของกรุงเทพฯ และหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของย่านเห็นจะหนีไม่พ้นโปรเจกต์ Super Tower ตึกระฟ้าแห่งใหม่ที่จะกลายเป็นตึกที่สูงที่สุดในอาเซียน โดยจะสูงกว่า 615 เมตร ไล่เลี่ยกับตึกที่สูงเป็นอันดับ 2 ของโลกอย่าง Shanghai Tower ในประเทศจีน
แม้แต่บริษัทชั้นนำหลายๆ แห่งเองก็เข้ามาตั้งสำนักงานในย่านแห่งนี้ นอกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ AIA Capital Center แล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานหน้าตาล้ำอย่าง G Tower ซึ่งนอกจากพื้นที่สำนักงานแล้วยังมีร้านอาหารต่างๆ โซนธนาคาร และที่จอดรถกว่า 1,000 คัน

ถ้าอยากปลีกตัวจากความวุ่นวายระหว่างวัน ลองแวะไปกินมื้อเที่ยงที่ Greemade Cafe ภายในคาเฟ่ที่ให้กลิ่นอายแบบรัสติกนี้ เค้าเสิร์ฟทั้งน้ำผลไม้สกัดเย็น (85 บาท) รวมถึงสารพัดเมนูสุขภาพ อาทิ Pomelo Prawn Salad (265 บาท) และ Miang Kham Salad (175 บาท) ส่วนร้านเค้าก็ตั้งอยู่ที่ตึก AIA นี่แหละ

สำหรับสายคาร์ดิโอตัวจริง ใกล้ๆ กับ MRT พระราม 9 เค้าก็มี Fitfac Muay Thai Academy สตูดิโอต่อยมวยที่ครูฝึกประจำมีดีกรีเป็นถึงอดีตนักมวยอาชีพเชียวล่ะ เหมาะไว้ทั้งออกกำลังกายและปลดปล่อยความเครียดหลังเลิกงานนะ

ส่วนใครที่อยากออกกำลังกายแบบสนุกๆ หน่อย ลองแวะไปที่ Bounce ตรง The Street Ratchada ซึ่งใช้เวลาเดิน 5 นาทีจากสถานีศูนย์วัฒนธรรม สนามแทรมโพรลีนซึ่งกินพื้นที่กว่า 5,600 ตารางเมตรบนชั้น 5 แห่งนี้ แม้ว่าจะเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 แต่ที่นี่ก็ยังคงเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง ใครที่อยากไปเล่น ราคานั้นเริ่มต้นอยู่ที่ 490 บาทต่อชั่วโมงนะ (390 บาทสำหรับเด็ก)

ด้วยความที่ย่านรัชดา-วิภานั้นมีทั้งรถไฟฟ้า BTS และ MRT ตัดผ่าน การเดินทางไปมาระหว่างฟากวิภาวดีและรัชดาฯ หรือแม้แต่การเข้าไปยังใจกลางเมืองจึงเป็นเรื่องสะดวก ไม่ว่าจะขึ้น BTS จากสถานีหมอชิตไปลงสถานีสยาม แล้วยิงยาวไปแถวสาทรหรือสุขุมวิท หรือขึ้น MRT จากสถานีสวนจตุจักรไปลงที่สถานีศูนย์วัฒนธรรม แล้วแวะไปนั่งทำงานที่ C asean ซึ่งเป็นทั้งห้องสมุด โคเวิร์กกิ้งสเปซ และโรงเรียนสอนธุรกิจสตาร์ทอัพ หรือใครที่ออฟฟิศอยู่แถวพระราม 9 ก็นั่ง MRT ไปอีกแค่เพียง 2 สถานีเท่านั้น

ในอนาคตอันใกล้ โครงการเมกะโปรเจกต์ 3.7 พันล้านของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กำลังจะเป็นศูนย์กลางศิลปะใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอาเซียน โดยที่นี่จะประกอบด้วยศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมของกลุ่มประเทศอาเซียน (Asian Cultural Gateway) และหอศิลป์ร่วมสมัยที่จะรวบรวมผลงานศิลปะร่วมสมัยจากไทยและเทศมาไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งเราได้ข่าวว่าตอนนี้กระทรวงวัฒนธรรมเป็นเจ้าของมากกว่า 700 ชิ้น


Credit: Architects 49
รัชดา-วิภาฯ นั้นเป็นย่านที่รายล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าและมอลล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น The Street Ratchada, Show DC, เซ็นทรัลพระราม 9, ฟอร์จูน หรือเซ็นทรัลลาดพร้าวตรงบริเวณสถานี MRT พหลโยธิน เมื่อเร็วๆ นี้ทาง Dusit International ได้ออกมาประกาศแผนก่อสร้างโครงการมิกซ์ยูสใจกลางตลาดนัดจตุจักร ในชื่อ Mixt Chatuchak ซึ่งจะประกอบด้วยห้างสรรพสินค้าหรูและโรงแรม 250 ห้อง โดยตอนนี้การก่อสร้างได้ดำเนินไปส่วนนึงแล้ว

Credit: Mixt Chatuchak
สำหรับชาวออฟฟิศที่มองหาที่อยู่อาศัยใกล้ใจกลางเมือง ย่านอันคึกคักแห่งนี้อาจจะเป็นอีกไอเดียที่ควรเก็บไว้พิจารณา เพราะเป็นที่ตั้งของบริษัทชั้นนำ แหล่งช้อปปิ้ง คาเฟ่และร้านอาหารเก๋ๆ ฟิตเนส ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย แถมยังมีทางเลือกการเดินทางที่สะดวกและหลากหลายไม่แพ้ย่านธุรกิจอื่นๆ
อย่างโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในย่านรัชดา-วิภาฯ อย่าง Maestro 19 รัชดา 19-วิภา ซึ่งตั้งอยู่ในซอยโชคชัยร่วมมิตร หรือซอยรัชดา 19 นี้อาจจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อยู่ไม่น้อยนะ เพราะที่นี่เป็นคอนโดแบบ pet-friendly ให้เราสามารถเลี้ยงน้องหมาน้องแมวเป็นเพื่อนแก้เหงาได้ด้วย


ส่วนตัวเลือกการเดินทางนั้นก็สะดวกพอสมควร เพราะมีรถไฟฟ้า MRT รัชดาภิเษกตั้งอยู่บริเวณปากซอยรัชดาฯ 19 ส่วนอีกฟากนั้นจรดกับถนนวิภาวดีรังสิตตรงซอยวิภาฯ 16 ทำให้การเดินทางไป BTS หมอชิตนั้นเป็นเรื่องง่าย และยังอยู่ใกล้ทางด่วนดินแดง ส่วนในอนาคต ที่นี่จะเป็นจุด intechange กับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรงด้วย

ราคาเริ่มต้น 2.8 ล้านบาท เปิดให้ชมห้องตัวอย่างวันที่ 8 มิ.ย. และพรีเซลล์ 24-25 มิ.ย.นี้ ที่สำนักงานขาย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02- 116-1111 หรือ goo.gl/ksVJ5I ส่วนใครที่ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ของโครงการ จะได้รับส่วนลด 10,000 บาท อีกด้วย

