โรงเรียนปิด ไอเดียไม่ปิด
ถึงผู้บริโภคอย่างเราจะเริ่มชินกับหน้าตาอาหารสวย ๆ บนโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่อาหารที่ยั่วน้ำลายและทำให้กระเพาะอาหารต้องร้องครืด ๆ จนอดที่จะกดสั่งมากินที่บ้านไม่ได้ แต่ยังมีคนอีกมาก และร้านอาหารอีกเยอะ ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการโฆษณาเมนูอาหารของตัวเองผ่านภาพถ่ายอาหารสวย ๆ ได้ ก็แน่สิ! คนทำอาหารจะไปถ่ายรูปสวยเท่าช่างภาพได้อย่างไรถ้าไม่เสียเงินจ้าง!

ประจวบเหมาะพอดีกับการว่างงานชั่วคราวของโรงเรียนและสตูดิโอสอนถ่ายภาพอย่าง โรงเรียนสังเคราะห์แสง School of Photographic Arts ที่ตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นฮับของเหล่าผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพ ให้มาแลกเปลี่ยนเทคนิคและข้อมูลระหว่างกัน แต่พอต้องปิดชั่วคราวเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 แบบนี้ เหล่าผู้บุกเบิกของโรงเรียนที่ล้วนแล้วแต่เป็นช่างภาพแถวหน้าระดับประเทศ อาทิ คุณแบงค์-ชัยพฤกษ์ เฉลิมพรพานิช, คุณตุลย์ หิรัญญลาวัลย์, คุณเอ็กซ์-อาวุธ ชินนภาแสน และ คุณโต้-วิรุนันท์ ชิตเดชะ เลยพร้อมใจกันส้รางโปรเจกต์ดี ๆ ในชื่อว่า กิน.ใจ ขึ้นมา


จ้างช่างภาพระดับประเทศด้วยของกิน!


ถ้าเทียบกับโปรไฟล์ตากล้อง เราถามพี่แบงค์ไปตรง ๆ ว่าราคาค่างวดทั่วไปของการจ้างตากล้องระดับเขาถ่ายอาหารหนึ่งครั้งจะตกอยู่ที่เท่าไหร่ ยิ่งถ้าบวกรวมกับดีกรีของแต่ละคน อาทิตัวพี่แบงค์เองที่ก่อนหน้านี้เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Asia Pacific Screen Awards ในสาขากำกับภาพยอดเยี่ยมจากการเป็นตากล้องให้หนังอินดี้อย่าง มะลิลา มาแล้ว พี่แบงค์บอกว่าถ้าจะให้ตีราคาจริง ๆ ก็คงสัก 3,000 บาทต่อรูป เห็นจะได้
เลื่อนหน้าเพจเฟซบุ๊กของโรงเรียนสังเคราะห์แสงไปดูรูปเมนูอาหารสวย ๆ ถูกผลิตให้บรรดาร้านรวงริมทาง ครัวบ้าน ๆ และคาเฟ่ไซซ์เล็กต่าง ๆ เอาไปใช้โปรโมตมาแล้วมากกว่า 100 ภาพ ซึ่งนี่ยังไม่นับรวมอีกหลายสิบเมนูที่กำลังจ่อรอคิวถ่ายอยู่ แต่พอถามถึงตัวมูลค่าเป็นเงินสด พี่ ๆ โรงเรียนสังเคราะห์แสงกลับบอกว่างานนี้ทำ 'ฟรี' แค่เอาข้าวมาแลกก็พอ!

เค้กโฮมเมดน้องไมจิ อายุ 11 ขวบ ผู้ประกอบการที่อายุน้อยที่สุดในโครงการ
อาหารทุกประเภท ตั้งแต่บ๊ะจ่าง คุกกี้ มะขามแช่อิ่ม ทับทิมกรอบ ยันข้าวเหนียวหมูปิ้ง เลยถูกจัดส่งไปยังโรงเรียนสังเคราะห์แสง เพื่อใช้ถ่ายภาพเพื่อการโฆษณาสำหรับลุงป้าน้าอาไปจนถึงน้อง ๆ หนู ๆ ทุกคนที่เริ่มต้นอาชีพค้าขายอาหารแต่ยังไม่มีรูปเอาไปโปรโมต รวมถึงเป็นค่าแรงให้เหล่าตากล้องที่ขะมักเขม้นจัดมุมแสง แต่งพร็อพ รวมถึงบล็อกช็อตกันให้วุ่นวายเพื่อภาพถ่ายอาหารที่ดีที่สุด และใช้งานได้จริงสำหรับการโฆษณา
"เราเข้าใจเลยว่าคนทำอาหารเขาถ่ายรูปไม่เป็น เหมือนกับเราที่ถ่ายรูปเป็นแต่ทำอาหารไม่ได้นั่นแหละ" พี่แบงค์เล่าถึงความสนุกของการถ่ายภาพแลกอาหาร ที่บางร้านก็ส่งขาหมูดิบ ๆ มาให้ถ่ายแบบไม่ทอดมาก่อนเพราะกลัวจะเสียระหว่างทาง เลยต้องเอาขาหมูมาทอดเองก่อนถ่ายรูปซะอย่างนั้น!


"แต่เราก็พยายามจะทำทุกอย่างให้ง่ายที่สุดเพื่อจำกัดระยะเวลาการถ่าย อย่างตอนบล็อกช็อตก็แค่ใช้ iPhone นี่แหละลองถ่ายดูก่อน พอดีมันมีแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อมือถือเรากับแฟลชไว้ลองแสงได้ด้วย ก็ประหยัดเวลาไปอีกนิด แล้วค่อยจบงานจริงด้วยกล้อง DSLR บวกกับไปแต่งสีต่ออีกนิดใน iPad อะไรแบบนั้น แต่เอาจริง ๆ แค่นี้ก็ใช้เวลาหมดไปทั้งวันแล้วครับ" ถึงแม้พี่แบงค์จะบอกว่าเป็นงานง่าย ไม่ยุ่งยาก ถ่ายให้ฟรีได้ แค่เอาอาหารมาแลกก็พอ แต่พอเห็นภาพที่ออกมาแต่ละภาพ เราสัมผัสได้เลยถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดและความตั้งใจที่อยากให้ทุกภาพออกมาดี เพื่อให้พ่อค้าแม่ขายเอาไปใช้งานได้จริง เห็นแบบนี้ก็ไม่รู้จะพูดว่าอะไรนอกจากยอมใจพี่เขาจริง ๆ
ใครที่สนใจสนับสนุนโปรเจกต์ 'กิน.ใจ' ไม่ว่าจะอยากช่วยเป็นลูกมือพี่ ๆ ตากล้อง หรือจะอยากรีเควสต์ให้พี่ ๆ ช่วยถ่ายภาพอาหารให้ ก็สามารถตามไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ fb.com/schoolofphotographicarts เลยนะ!
เครดิตภาพและที่มา: fb.com/schoolofphotographicarts