ไม่มีข่าวไหนในช่วงนี้จะสะเทือนหัวใจนักอ่านอย่างเราและสั่นสะเทือนวงการวรรณกรรมไทยได้เท่าการจากไปของตำนานนักเขียนอย่าง ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ เจ้าของนามปากกา พนมเทียน ในวัย 89 ปี เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยเขาผู้โลดแล่นในวงการหนังสือและได้ฝากคุณค่าผ่านตัวอักษรบนหน้ากระดาษมาตลอดเวลาเกือบ 5 ทศวรรษ มีผลงานเขียนเล่มแรกในชื่อ เห่าดง ตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และด้วยความที่สมัยเด็กจะต้องย้ายไปอยู่บ้านประจำตระกูลที่จ.ปัตตานี เขาจึงใช้เวลาส่วนใหญ่หมกตัวอยู่ในป่ากับบรรดานายพรานท้องถิ่น เรียนรู้การใช้ชีวิตในป่า ล่าสัตว์ และวิธีใช้อาวุธทุกชนิดอย่างปืน มีด ไปจนถึงหนังสติ๊ก ทำให้นอกจากเขียนนวนิยายแล้ว พนมเทียนยังมีอีกนามปากกาคือ ก้อง สุรกานต์ โดยทำงานเป็นคอลัมนิสต์บทความเกี่ยวกับปืนให้นิตยสารสำหรับผู้ชายในสมัยนั้น
เราในฐานะแฟนคลับรุ่นเยาว์ผู้เฝ้าดูผลงานของ พนมเทียน ถูกหยิบยกไปทำเป็นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์มาตั้งแต่ยังเด็ก รวมถึงเติบโตมากับชั้นวางหนังสือในบ้านที่เต็มไปด้วยนวนิยายของนักเขียนชั้นครูคนนี้ เลยขอหยิบนวนิยายทั้ง 5 เล่มโปรดที่อยากแนะนำให้ทุกคนไปหาอ่าน หามาเก็บ เพราะมันทรงคุณค่าและควรค่ากับหนอนหนังสือทุกคนจริง ๆ
เพชรพระอุมา
(48 เล่ม)

ผลงานอมตะนัมเบอร์วันของพนมเทียนที่เชื่อว่าทุกคนต้องได้ยินชื่อผ่านหู หรืออาจจะเคยได้อ่านผ่านตาในคาบวรรณกรรมมาบ้าง เพราะนี่คือนวนิยายแนวผจญภัยที่มีความยาวที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 48 เล่ม รวมเวลาเขียนยาวนานกว่า 26 ปี จนถูกยกย่องให้เป็นมหากาพย์แห่งวรรณกรรมไทย ด้วยเรื่องราวแปลกใหม่ตื่นตา ฉากบู๊ล้างผลาญ ไปจนถึงเรื่องราวพิศวงที่หาใครเขียนในยุคนั้นได้ยาก ถ้านึกภาพไม่ออกให้คิดถึงอารมณ์อินเดียนา โจนส์ แต่เป็นเวอร์ชันไทย
เพชรพระอุมามีพระเอกเป็นนายพรานหนุ่มชื่อรพินทร์ ไพรวัลย์ ที่ต้องบุกป่าฝ่าดงเข้าไปในเขตรอยต่อประเทศ และต้องพบกับความพิศวงของผืนป่า ทั้งฝูงต่อ เมืองลับแล พญานาค ไปจนถึงผีดิบเลยก็มี ซึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้เพชรพระอุมามีความสมจริงมาก ๆ (ยกเว้นเรื่องเหนือจริงบางอย่างที่ตัวละครต้องเจอน่ะนะ) ก็มาจากประสบการณ์ตรงจากการเป็นนักล่าสัตว์และการเป็นคนเล่นปืนของตัวพนมเทียนเอง ที่นำประสบการณ์ตรงและคำบอกเล่าจากพรานป่าเก่า ๆ มาบวกรวมกับจินตนาการ จนเกิดเป็นนิยายรายปักษ์ที่คนติดกันงอมแงมทั่วบ้านทั่วเมือง และถูกนำมารวมเล่มในภายหลัง ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ ยังไม่มีทีมงานใดสามารถรวบรวมนำเพชรพระอุมา มาสร้างเป็นละคร ซีรีส์ หรือภาพยนตร์ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว (แม้จะมีข่าวว่าจะสร้างอยู่บ้าง)
ปฐพีเพลิง
(2 เล่ม)

ถ้าคิดว่าเพชรพระอุมาเหนือจินตนาการไปไกลแล้ว ที่ไปไกลกว่านั้นจนถึงขั้นเรียกว่าเป็นนวนิยายสายลึก คงต้องขอยกให้ปฐพีเพลิง ผลงานเขียนเชิงจินตนิยายที่มีฉากหลังอยู่ไกลถึงชมพูทวีปนู่น ซึ่งถึงจะเป็นนิยายเกี่ยวกับการศึกสงครามเลือดสาด แต่ก็ยังมีบทแทรกฉากเลิฟซีนแบบวิจิตรกามาไว้อยู่บ้าง ใครชอบอ่านนิยายแนวภารตะ เราขอเรียนเชิญพุ่งตัวไปที่ปฐพีเพลิงได้เลยจ้า
ละอองดาว
(2 เล่ม)

ไม่ใช่แค่ความช่ำชองด้านการเขียนนวนิยายแอ็กชันไปจนถึงบทศึกสงครามฟาดฟันเท่านั้น แต่เรื่องบทรักโรแมนติกที่กลายมาเป็นต้นแบบละครไทยหลังข่าวในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ก็มาจากพนมเทียนด้วยเช่นกัน อย่างนิยายเรื่องละอองดาวเอง ก็ถูกจับมาทำเป็นละครพีเรียดหลายครั้ง โทรศัพท์ไปถามแม่ แม่บอกสมัยนั้นได้โอ-วรุฒ กับแอน-สิเรียม เล่นเป็นพระเอกนางเอกเลยนะแก! ส่วนยุคหลัง ๆ ก็ไล่มาตั้งแต่คู่ก้อง-สหรัฐ กับ อ้อม-พิยะดา จนถึงอ๋อม-อรรคพันธ์ กับนาว-ทิสานาฎ เลยทีเดียว (แม่เป็นแฟนละครหลังข่าวแหละ ดูออก)
ถึงแม้ในยุคนี้เราจะคุ้นชินกับบทหนุ่มหล่อรวยไฮโซผู้ถูกจับให้แต่งงานกับนางเอกต่างฐานันดรศักดิ์ (แล้วสุดท้ายแพ้ความดีเลยรักกัน) ถึงขั้นได้ยินพล็อตเรื่องแบบนี้แล้วเบือนหน้าหนี แต่หากได้อ่านความสละสลวยของบทวรรณกรรมฉบับออริจินัลแล้ว เชื่อว่าทุกคนจะต้องอิน และเข้าใจว่าทำไมความรักในรูปแบบชวนเลี่ยนแบบนี้ถึงติดตราตรึงใจคนอ่านมาก ๆ ในยุคนั้น
รัศมีแข
(1 เล่ม)

จริง ๆ ซีรีส์นิยาย ละอองดาว-สกาวเดือน-รัศมีแข-แววมยุรา มักถูกพูดชื่อถึงรวม ๆ กันเพราะเป็นนิยายรักชื่อดังของพนมเทียน และบางเรื่องยังถือเป็นนิยายซีรีส์ที่มีเรื่องราวบางอย่างเชื่อมต่อกัน รัศมีแขเองเป็นเรื่องที่เขียนต่อมาจากสกาวเดือนที่หากหาซื้อหนังสือปัจจุบันจะถูกพิมพ์รวมภายใต้ชื่อเล่มสกาวเดือน และใช้ชื่อรัศมีแขเป็นแค่ชื่อภาคในหนึ่งเล่มเท่านั้น
ความคูลของพนมเทียนคือการหยิบเอาตัวละครที่ไม่ใช่พระเอกนางเอกของเรื่องก่อน ๆ มาเป็นตัวเอกของเรื่องใหม่ อย่างเล่มรัศมีแขฉบับออริจินัล ก็ยังคงใส่เรื่องของสกาวเดือนลงไปเล่าต่อด้วย เวลาจับมาทำเป็นละครหลังข่าว 2 เรื่องนี้เลยมักมาด้วยกันเสมอ
กัลปังหา
(1 เล่ม)

รักสามเส้าแสนคลาสสิกที่มีฉากหลังเป็นจ.ปัตตานี ที่พนมเทียนเคยอาศัยอยู่ตอนเด็ก เป็นเรื่องราวของนายทหารเรือหนุ่มที่ปลอมตัวลงมาอยู่ปัตตานี เนื่องจากถูกตามล่า เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร ซึ่งดันบังเอิญไปหลงรักลูกสาวผู้พิพากษาประจำปัตตานี ทับไลน์กับพี่ชายต่างแม่ แค่อ่านเล่มนิยายจบก็เข้าใจเลยว่าทำไมถึงถูกหยิบมาทำเป็นทั้งภาพยนตร์และละครหลังข่าว
ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นเพียงแค่ส่วนเสี้ยวหนึ่งในกว่า 100 เล่ม ของนวนิยายพนมเทียนที่เราคัดเลือกมาแนะนำกันเฉพาะเล่มที่เคยอ่าน (และเล่มที่ครอบครัวเราชื่นชอบเท่านั้น) ทั้งนี้ก็เพื่อระลึกถึงการจากไปของตำนานนักเขียน นักประพันธ์ชั้นครู นักสร้างสรรค์ และกวีเอกแห่งยุค อย่าง 'พนมเทียน' ที่ถึงแม้จะเสียชีวิตไป ก็ยังฝากผลงานติดตราตรึงใจไว้ให้เราได้ระลึกถึงผ่านตัวอักษรบนหน้าหนังสือ เชื่อว่าใครที่เป็นนักอ่านตัวจริงน่าจะมีลิสต์หนังสือในดวงใจของพนมเทียนเยอะกว่าเราแน่ ๆ ใครชอบเรื่องไหนอย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะ!