May 31 2019

trending

Produce X 101 รายการเซอร์ไววัลที่สะท้อนวงการไอดอลเกาหลี

ลูกฉันต้องรอด!
และก็เดินทางมาถึงซีซั่นที่ 4 แล้ว ที่รายการเซอร์ไววัลอย่าง Produce 101 ได้นำเด็กฝึกจำนวนหลักร้อยมาร่วมรายการเพื่อให้ประชาชนชาวเกาหลีใต้โหวตเลือกเพื่อฟอร์มวงสุดยอดไอดอลขึ้นมา ซึ่งเมื่อรายการมีอายุ 4 ขวบ แน่นอนว่าทางทีมงาน Mnet เขาก็มีการเพิ่มลูกเล่นและปรับระบบในหลายจุดเพื่อให้รายการยังคงความเข้มข้นและน่าติดตามมากขึ้น โดยในซีซั่น 4 นี้เขามีการปรับโครงสร้างอะไรบ้าง เราจะพาไปวิเคราะห์พร้อม ๆ กัน
 
 
 
อย่างแรกเราขอเกริ่นที่โครงสร้างพื้นฐานของรายการนี้ก่อนเลย รายการ Produce 101 เป็นรายการสัญชาติเกาหลีที่เปิดรับเด็กฝึกจากทั่วประเทศ ทั้งเด็กฝึกจากค่ายเพลงไปจนถึงเด็กฝึกอิสระ เพื่อเข้ามาร่วมฝ่าฟันบททดสอบในรายการ ทั้งการโคฟเวอร์เพลงของรุ่นพี่ในวงการอย่างรอบแบตเทิล การประชันในรอบโพซิชันที่แยกเป็นโวคอล แดนซ์ และแรป และสุดท้ายรอบคอนเซ็ปต์ที่ต้องฟอร์มวงเด็กฝึกขึ้นมาเพื่อแสดงเพลงที่ทางรายการแต่งให้
 
 
 
ในขณะที่ฝึกฝนทักษะในศูนย์ฝึกที่ทางรายการจัดให้ เหล่าเด็กฝึกก็ได้รับการฝึกฝนจากทีมโค้ชระดับแนวหน้าของวงการเกาหลีใต้เช่นกัน เพื่อเพิ่มพูนทักษะให้พร้อมแก่การเดบิวต์และเพื่อโปรยเสน่ห์ให้เหล่าผู้ชมรายการหรือที่รายการมักจะเรียกกันว่า โปรดิวเซอร์แห่งชาติ ซึ่งรายการในรูปแบบนี้จะเปิดให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมต่อการเดบิวต์ของเหล่าเด็กฝึกผ่านการโหวต หากใครลำดับไม่ถึงก็จะถูกคัดออกกลางรายการเป็นรอบ ๆ ทันที ใครที่เหลือรอดในรอบสุดท้ายจะได้เซ็นสัญญาและเดบิวต์เป็นบอยแบนด์หรือเกิร์ลกรุ๊ป ซึ่งปีนี้ได้เพิ่มระยะสัญญาเป็น 5 ปีเลยทีเดียว 

 
 
ซึ่งตัวรายการจะเก็บข้อมูลทั้งจากบนสเตจ หลังสเตจ ในศูนย์ฝึก ไปจนถึงหอพักของเหล่าเด็กฝึกเอง เพื่อแบ่งแอร์ไทม์ให้เด็ก ๆ ร้อยกว่าคนมาขึ้นจอ ซึ่งการเก็บข้อมูลลักษณะนี้เราขอเดาว่าต้องมีการติดกล้องเป็นร้อยตัวและต้องยัดฟุตเทจเหล่านั้นมาใส่ในแต่ละตอนอีกด้วย เพราะฉะนั้นแอร์ไทม์จึงมีจำกัดและเป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้ชมมักจะบ่นกันว่าทำไมหนอลูกฉันถึงไม่ขึ้นจอซักที เพราะแอร์ไทม์ถือเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญต่อโอกาสในการเดบิวต์มาก เด็กฝึกบางคนได้แอร์ไทม์แค่ไม่กี่วินาที (เช่น วิ้งตา และ จอจัง ของพัคจีฮุนจาก SS2) ก็สามารถพิชิตใจเหล่าคนดูไปอย่างล้นหลาม ในขณะที่หากเด็กฝึกทำตัวไม่ดีก็ทำให้เรตติ้งดับได้เช่นกัน
 
 
ซึ่งจากซีซั่นที่แล้วการตัดต่อของทีมงานมักจะเป็นการสร้างซีนให้คนดูลุ้นแล้วลุ้นอีก เพื่อความเข้มข้นจนดูไปดูมาลุ้นจนหายลุ้นแล้ว แต่ในซีซั่นนี้ดูเขาจะตัดกระชับขึ้น แต่ในการตัดกระชับขึ้นนี้ก็ตัดส่วนอื่นออกไปเช่นกัน อย่างตอนเลือกเซนเตอร์เพลงรายการ ซีซั่นที่แล้วจะให้ผู้เข้าชิงจากคลาส A ออกมาทำการแสดงเพื่อให้เพื่อน ๆ เด็กฝึกร่วมกันโหวตเซนเตอร์ ปกติแล้วช่วงนี้จะมีช่วงรีแลกซ์ที่ปล่อยให้เด็กฝึกออกมาละลายพฤติกรรม แต่ตรงนี้ก็ถูกยกออกไปเลยในซีซั่นนี้และแทนที่ด้วยการเปิดให้ผู้ชมร่วมโหวตไปกับเด็กฝึกแทน การตัดกระชับและไม่ค่อยมีช่วงเบรค จึงทำให้ใครหลายคนอาจจะจำเด็ก ๆ ไม่ค่อยได้ เพราะเราก็มักจะจำกันได้ช่วงนี้นี่แหล่ะ
 
 
 
และจำนวนเด็ก ๆ ที่จะได้เดบิวต์ก็มักจะมีการปรับเปลี่ยนไปตามแต่ละซีซั่น โดยซีซั่นนี้เขามากับคอนเซปต์ในชื่อรายการ Produce X 101 ตัว X ตัวนี้มีความหมายเปรียบเปรยกับเด็กฝึกที่ยากจะคาดเดาและแม้ยังไม่ดีพอแต่ก็มีศักยภาพ เหมือนเพชรที่ยังไม่ผ่านการเจียนั่นแหล่ะ ตัว X ตัวนี้จึงมาอยู่ในกติกาการกำหนดจำนวนเด็กฝึกที่ได้เดบิวต์อีกด้วย โดยจะเป็น 10+X คนสุดท้ายที่ได้เดบิวต์จะไม่ใช่ลำดับที่ 11 แต่จะเป็นเด็กฝึกที่ได้คะแนนสูงสุดตลอดทั้งรายการ การสร้างระบบนี้ขึ้นมาจึงอาจจะช่วยแก้ประเด็นที่รายการมักจะล้างคะแนนในช่วง Episode ท้าย ๆ ที่ดูจะไม่แฟร์สำหรับเด็กหลาย ๆ คนที่มีผลงานดีมาตลอด

 
 
 
อีกทั้งยังเพิ่มความเข้มข้นโดยการเพิ่มคลาส X คลาสที่มีตั้งแต่ในรอบออดิชันรอบแรกเลย โดยเด็กฝึกที่อยู่คลาสนี้จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าศูนย์ฝึกของรายการ และไม่สามารถขึ้นสเตจเพลงรายการกับเพื่อน ๆ ได้ เพราะทักษะของพวกเขายังไม่พร้อมที่จะขึ้นเวที เด็ก ๆ จะถูกส่งไปฝึกอีกสถานที่หนึ่งและเริ่มฝึกกันตั้งแต่พื้นฐานการเต้นและร้อง เด็กที่มาอยู่ที่นี่จึงเป็นเด็กที่มักจะมีระยะเวลาการฝึกมาไม่นานและไหวพริบในสร้างลูกเล่นสร้างเสน่ห์บนเวทียังไม่ดีพอ เพื่อความเหมาะสมกับทักษะของเด็ก ๆ จึงมีคลาสนี้ขึ้นมา แต่เด็กในคลาสนี้ก็อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องขยันกว่าเพื่อนเช่นกัน เพื่อที่จะขึ้นไปในคลาสที่สูงกว่าในการคัดเกรดรอบที่ 2

 
 
และหลังจากรายการออกอากาศไปไม่ทันไร ก็มีประเด็นร้อนแรงออกมา โดยเด็กฝึกจากค่าย JYP ถูกเปิดโปงพฤติกรรมบูลลี่ที่เคยทำไว้ในอดีต ทางค่ายจึงรับมือปัญหาด้วยการจับยกเลิกสัญญาพร้อมถอนตัวเด็กออกจากรายการทันที เพื่อที่จะป้องกันปัญหาในภายหลัง จึงเป็นหนึ่งในการพัฒนาของวงการไอดอลที่มีความรัดกุมมากขึ้นและคัดผู้มีความประพฤติดีมาขึ้นเวทีจริง ๆ เพราะการบูลลี่ก็เป็นปัญหาที่รุนแรงในสังคมเกาหลีใต้และไอดอลเองก็เป็นอาชีพแบบอย่างของเยาวชนในประเทศเช่นกัน
 
 
ทั้ง 4 ซีซั่นได้สะท้อนปัญหาอย่างหนึ่งของวงการไอดอลเกาหลีมาตลอด นั่นก็คือการแข่งขันกันอย่างดุเดือดในวงการ ที่ในปีหนึ่ง ๆ จะมีวงเกิดใหม่มากมาย แต่ก็ใช่ว่าวงของเขาหรือเธอเหล่านั้นจะดังเปรี้ยงปร้างจนเทียบเคียงกับเสือสิงห์ในวงการได้ บางคนแม้จะเดบิวต์ไปแล้วแต่ก็ตัดสินใจกลับมาร่วมรายการอีก จึงเป็นเรื่องน่าเศร้าที่มีในทุกซีซั่น ในขณะที่วงไอดอลที่เกิดใหม่จนล้นตลาดทุกปี เด็ก ๆ เยาวชนที่มาฝากชีวิตไว้กับค่ายเพลง มาสมัครมาเป็นเด็กฝึกก็ล้นค่ายเช่นเดียวกัน
 
 
การทำรายการนี้ขึ้นมาจึงเป็นตัวรับประกันว่าเด็กที่ได้เดบิวต์จะเกิดแน่นอนเพราะผู้ชมเป็นคนเลือกสมาชิกเองกับมือ อีกทั้งยังแก้ปัญหาที่แม้เด็ก ๆ จะไม่ได้เดบิวต์แต่ก็หอบชื่อเสียงกลับไปสร้างเนื้อสร้างตัวได้เช่นกัน ซึ่งเราก็ขอกระซิบบอกด้วยว่าซีซั่นนี้มีเด็กไทยไปร่วมด้วยนะ เขาก็คือ น้องพีค-กองทัพ ยุทธพิชัย นั่นเอง และแม้ว่าเราจะร่วมโหวตกับเหล่าแม่เกาไม่ได้แต่ก็มาร่วมให้กำลังใจพวกเขากันเถอะ ลูกฉันต้องรอด!

 
สามารถติดตามรายการเวอร์ชันซับไทยได้ที่ JOOX และ LINE TV