Nov 05 2018

trending

ไม่ให้อินคงไม่ได้ เพราะนี่คือ 6 Hashtag เดือดประจำเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา

บอกแล้วว่าอย่าอินเกิน
เดือนตุลาคมที่ผ่านมาก็เป็นอีกหนึ่งเดือนที่ในโลกออนไลน์มีกระแสดรามาและเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย หลายเรื่องน่าดีใจ หลายเรื่องน่าเศร้า และหลายเรื่องก็น่าละอาย ซึ่งทั้งผ่านมาเราคิดว่ามี 6 แฮชแท็กนี้นี่แหละที่มาแรวสุดอะไรสุด จนใคร ๆ ก็ต้องตามข่าวตามเสพเพื่อไม่ใชห้ตกเทรนด์อยู่เสมอ ถ้าอย่างนั้นลองมาเช็คกันหน่อยดีไหมว่า เมื่อเดือนที่ผ่านมา มีแฮชแท็กไหนที่เราอินและตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดกันบ้าง
 

#เผยความร้ายในตัวคุณ

 
 
เปิดเดือนมาด้วยแฮชแท็กสบาย ๆ ที่เหมือนสร้างมาเพื่อแฉประสบการณ์ร้าย ๆ ของตัวเองมากกว่า ความสนุกมันอยู่ที่การที่มีคนมาแชร์เรื่องร้าย ๆ ของตัวเองเยอะแยะ ซึ่งเราผู้ไล่ตามอ่านก็ต้องใช้วิจารณญาณแยกแยะเอาว่าอันไหนเรื่องขริง อันไหนจ้อจี้ แถมบางอันก็เป้นมุกแบบอ่านแล้วก็ได้แต่อืม ๆ เหรอ ๆ ตามไปด้วย ถึงอย่างนั้นก็รู้เลยนะว่าที่จริงแล้วคนไทยเรานี่มีความร้ายซ่อนอยูาในตัวเองเยอะมาก และเหตุการณ์ร้าย ๆ ส่วนใหญ่ที่หยิบเอามาแชร์กันมักจะเป้นเรื่องน่ารัก ๆ สมัยยังเรียนกันอยู่มากกว่า อย่างเช่นการแอบฝนยางลบให้เป็นเส้น ๆ แล้วหลอกให้เพื่อนกิน การปิดห้องเรียนแล้วนั่งเงียบ ๆ จนครูที่ต้องเข้ามาสอนคาบต่อไปนึกว่าไม่มีนักเรียนอยู่ในห้องแล้วเดินกลับห้องพักครูไปเอง หรือเรื่องโดดเรียนต่าง ๆ นานา ก็สนุกไปหมด อยากรู้จริง ๆ ว่าใครเป็นคนเริ่มแฮชแท็กนี้กันนะ ท่าทางจะมีเรื่องร้ายเยอะ

#ถักเปีย

 
 
จากความร้ายของแฮชแท็กก่อนหน้า มาสู่ความร้ายกาจจริง ๆ ของเด็กสมัยนี้ จนเป็นที่มาของแฮชแท็กดังกล่าวที่ถูกยกขึ้นมาถกประเด็นกันมากที่สุดในเวลานั้น สืบเนื่องมาจากวิดีโอที่บันทึกภาพรุ่นพี่ชั้นม.2 ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดตากได้พานักเรียนหญิงชั้นป.4 คนหนึ่งที่หน้าตาน่ารักไร้เดียงสาคนหนึ่งเข้าไปในห้องเรียนที่ไม่มีใคร โดยหลอกล่อเด็กคนนั้นว่าจะพาไปถักเปีย แต่พอเข้าไปถึงกลับถูกรุมทำร้ายน ทึ้งผม กระชากผม ใช้เท้าถีบและยันเข้าไปที่บริเวณหน้า เมื่อผู้ปกคอรงของน้องป.4 รู้เรื่อง ก็จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แต่ทาง ผอ. โรงเรียนกลับพูดแค่ว่า "เด็ก ๆ เขาหยอกเล่นกัน" แทนเสียนี่ ความน่าสงสัยคือ เด็ก ๆ ทั้ง 4 คนโดนโลกโซเชียลรุมด่าหนักมาก และสุดท้ายเด็ก ๆ ก็ต้องไปลงบันทึกประจำวันเอาไว้ที่ สน. แถมยังต้องพาไปพักฟื้นสภาพจิตใจอีกหลังจากที่โดนสังคมโซเชียลด่าไป แต่น้องป.4 กลับไม่ได้รับการเยียวยาจากการโดนกระทำในครั้งนี้แต่อย่างใดเลย

#VogueThailand

 
 
ฝั่งแฟชั่นและสื่อสารมวลชนเองก็มีเรื่องร้อน ๆ มาประดับวงการแฮชแท็กเช่นกัน คราวนี้เป็นทีของสื่ใหญ่อย่าง Vogue Thailand ที่วิจารณ์การแต่งตัวของนางแบบสาว Cara Delevingne ในพระราชพิธีเสกสมรสของราชวงศ์อังกฤษ ที่ใส่สูทผู้ชายมาออกงานแบบหล่อเนี้ยบ แต่กลับถูกผู้เขียนของทาง Vogue Thailand สาบส่งอย่างไม่มีชิ้นดี เริ่มตั้งแต่ชื่อเฮดไลน์ของนิตยสารนี้ที่ว่า "ผิดทุกข้อ...โว้กสับแหลกลุคข้ามเพศของ Cara Delevingne ในพิธีเสกสมรส" แถมพอนักเขียนคนนั้นขึ้นสเตตัสในเฟซบุ๊ก ก็เผ็ดร้อนไม่ต่างกัน ทำให้มีคนทั้งแชร์และคอมเมนต์กันอย่างดุเดือดเลยทีเดียว ซึ่งส่วนตัวของเราคิดว่าเรื่องสไตล์การแต่งตัวก็คงเป็นส่วนหนึ่งของประเด็นนี้ แต่ประเด็นเรื่องที่ไม่ได้แค่วิจารณ์การแต่งกายยอย่างเดียว แต่ยังลามไปถึงเรื่องเพศ เรื่องลุคข้ามเพศของนางแบบสาวนี่แหละที่ทำให้หลายคนรับไม่ได้ ตอนนี้แม้กระแสจะเงียบไปแล้ว แต่เราก็ไม่รู้ว่านี่เป็นแค่หนึ่งในการทำงาน หรือเป็นกลยุทธ์การตลาดของเขากัน เพราะเชื่อว่าหลังดรามานี้น่าจะมีคนเข้าไปกดข่าวของโว้กอ่านเพื่มขึ้นเยอะเลย

#ประเทศกูมี

 

 
สำหรับเราแล้วคิดว่านี่คือแฮชแท็กที่ฮอตที่สุดของเดือนที่ผ่านมาแล้ว กับเพลง "ประเทศกูมี" ที่เหมือนเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวจริง ๆ เพลงนี้เกิดจากกลุ่มแรปต้านรัฐประหาร หรือ Rap Against dictatorship (RAD) ที่เอาจริง ๆ เนื้อเพลงก็ค่อนข้างหนักหน่วงตามสไตล์เพลงใต้ดิน แต่เมื่อลองฟังอีกรอบและพิจารณาดี ๆ ก็ไม่รู้จะเอาที่ไหนมาปฏิเสธ เพราะทุกเรื่องในเพลงคือเกิดขึ้นจริง และเป้นความไม่ชอบใจ คลางแคลงใจ และระคะนปนสงสัยในเรื่องราวนั้น ๆ จริง ๆ อีกอย่างเพลงแบบนี้ประเทศเสรีภาพทั่วโลกก็สามารถทำได้ การวิพากษ์บ้านเมืองก็ทำได้ แต่กลับประเทศเราที่มีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเป็นเดือดเป็นร้อนกระเพลงนี้เอามาก ๆ เพราะกลัวว่าจะส่งผลกระทบต่อประเทศชาติ ทำให้ภาพลักษณ์เสียหาย ถึงขนาดจะใช้กฎหมายระงับการเผยแพร่เพลง ไปจนถึงดำเนินคดีกับบุคคลที่แชร์เพลงนี้ด้วย โอ้โห เรื่แงภาพลักษณ์ (ที่มันเป็นของจริง) ที่สำคัญมาก ๆ เลยเนอะ ถึงอย่างนั้นตอนนี้ทุกฝ่ายก็ออกมาบอกแล้วว่า ปล่อยเพลงได้ไม่เป็นไร แชร์ได้ไม่ผิด แต่เราก็ต้องดูต่อไปว่าคนดิ้น ๆ เหล่านี้จะจะพลิกลิ้นหรือเอาอย่างไรต่อไป

#ตู่โป๊ะแตก

 
 
เรื่องการเมืองในเดือนนี้ยังคงมีกระแสอยู่ไม่หยุด โดยเฉพาะเมื่อนายกรัฐมนตรีของเราอย่างลุงตู่ ลงมาใช้พื้นที่ในสื่อโซเชียลมีเดียเพื่อโปรโมตตัวเองทั้งในเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ (แต่ดูก็รู้ว่าลุงตู่ไม่ได้เขียนเองแน่ ๆ ต้องมีเอเจนซี่ทำให้) ซึ่งมาครบทั้งเพจอัปเดตเรื่องราวปกติ ไปจนถึงเพจที่เป็นการ์ตูนลุงตู่น่ารัก ๆ ก็มี ซึ่งตลอดการโปรโมตตัวเองก็มักจะมีเรื่องราวน่ารัก ๆ มาให้เราได้เล่นเกมโฟโต้ฮันต์กันอยู่เรื่อย ๆ ตั้งแต่อัปรูปภาพลุงตู่กำลังตรวจเอกสารอย่างขะมักเขม้น แต่เอกสารในภาพนั้นเป้นกระดาษเปล่าทั้งหมด หลังจากนั้นจึงแก้มือด้วยการอ่านเอกสารที่มีตัวพิมพ์ใหญ่ในระดับพ้อยต์ 72 เสียเลย หรือจะเป็นรูปที่กลับมาจากออกไปปฏิบัติภารกิจ แล้วบอกว่ามีน้องหมาที่บ้านมานั่งต้อนรับอยู่หน้าบ้านอยู่แล้ว ทั้ง ๆ ที่ในภาพน้องหมาถูกล่ามเอาไว้ขยับไปไหนไม่ได้ต่างหาก ล่าสุดกับภาพ ๆ หนึ่งที่อยู่ ๆ ก็มีคอมเมนต์มาบอกให้ลุงตู่ช่วยไปตรวจดูคดีหนึ่งด้วย ซึ่งคนโพสต์คือเพจลุงตู่เองจ้า! ให้อารมณ์เหมือนแม่ซื้อที่คุยกับตัวเองก็ได้ ตอบกับตัวเองก็ได้ แหม ไม่ต้องรีบพิมพ์จนลืมสลับแอคเคาต์ขนาดนั้นก็ได้นะ ก็ถือว่าเป็นสีสันที่ช่วยคลายเครียดในเดือนนี้ได้เป็นอย่างดี

#เสี่ยวิชัย

 
 
สุดท้ายถือเป็นแฮชแท็กสุดเศร้า และความสูญเสียครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้ กับข่าวเฮลิคอปเตอร์ตกของคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าสัวคิงเพาเวอร์ที่ลานจอดรถข้ามสนามกีฬาเลสเตอร์ซิตี้ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งเรียกว่าเป้นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดจริง ๆ แม้หลังจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตก จะยังไม่มีสำนักข่าวใดหรือสื่อไหนยืนยันว่าภายในเฮลิคอปเตอร์มีใครอยู่บ้าง แล้วผู้โดยสารรวมถึงคนขับเครื่องบินอาการเป็นอย่างไร ทำให้ใครหลายคนทั้งคนไทยเอง และชาวอังกฤษเองที่ศรัทธาในตัวคุณวิชัย ต่างอวยพรขอให้ได้ยินข่าวดี แม้สุดท้ายจะไม่ได้เป็นข่าวดีแบบที่หวังไว้ก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้น จากเหตุการณ์คราวนี้ ทำให้เราได้รู้เบื้องหลังหลาย ๆ อย่างที่น่ายกย่องของคุณวิชัย ทั้งในด้านสังคม และธุรกิจมากมาย รวมไปถึงการพาให้สโมสรอย่างเลสเตอร์ซิตี้กลายเป็น The Greatest Underdog อีกด้วย