Wang Silalang, Nan Province
Aug 25 2016

travel

อยากอยู่น่าน นาน นาน: ตะลุยความเขียวสุดฉ่ำรับหน้าฝน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากเชียงใหม่แล้ว จังหวัดน่านก็เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายทางการท่องเที่ยวในภาคเหนือ ด้วยเพราะมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายให้ได้เลือกไปสัมผัส โดยเฉพาะกับหน้าฝนอย่างนี้ น่านยิ่งฮอตสุดๆ ถ้าใครได้ไปเองจะรู้ว่า การได้มองสีเขียวแบบนานๆ ที่น่าน ช่วยให้เรารู้เลยว่าความสุขในความเรียบง่ายนั้นเกิดขึ้นได้ง่ายแค่ไหน
__________
 
ด้วยความที่คนน่านรักและหวงแหนในสมบัติ และวัฒนธรรมและรู้คุณค่าของสิ่งรอบตัว ถ้าได้กลับไปน่านอีกรอบจะพบว่า สถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมต่างๆ ของน่านนั้นยังเหมือนเดิมไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน โดยตอนนี้ น่านยังเป็นอีกจังหวัดที่อยู่ในโครงการ “7 Greens ท่องเที่ยวสดใส ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ชักชวนให้เที่ยวแบบเที่ยวโลว์คาร์บอนฯ รู้คุณค่าของธรรมชาติ และวิถีชีวิตชุมชน เพื่อลดผลกระทบให้น้อยที่สุด และร่วมดูแลให้สถานที่คงความสวยงามยั่งยืน 
 
 
แถมช่วงนี้น่านยังมีแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งเรียนรู้ให้ๆ ให้เราไปลองทำกิจกรรม ที่นอกจากจะได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้นแล้ว ยังอาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้เราลุกขึ้นมาทำสิ่งใหม่ๆ ให้กับตัวเองเลยก็เป็นได้ 
 

ท่องแกรนด์แคนยอนเมืองปัว: วังศิลาแลง

 
แหล่งท่องเที่ยวใหม่กิ๊กแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในอำเภอปัว อำเภอเล็กๆ ทางด้านเหนือของจังหวัดน่าน โดยแกรนด์ แคนยอนขนาดเล็กแห่งนี้อยู่ใกล้กับหมู่บ้านหัวน้ำ ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า วังศิลาแลง ซึ่งมีความพิเศษอยู่ที่สายน้ำกูนไหลคดเคี้ยวผ่านช่องผาหินแคบๆ ที่มีลวดลายโค้งเว้าแปลกตา 
 
 
 
สายน้ำอาจจะแรงไม่เหมาะแก่การลงเล่นถ้าไปช่วงหน้าน้ำ แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าแล้งตั้งแต่หน้าหนาวไปจนถึงหน้าร้อน ระดับน้ำจะลดลงจนเราสามารถเดินเล่นในโตรกผา ซึ่งเกิดจากการถูกน้ำกัดเซาะเป็นเวลาหลายล้านปีจนออกมาเป็นลวดลายเฉพาะตัวที่มีทั้งลายเส้นชั้นหินแนวนอน และเส้นโค้งเว้าสลับไปกับเหลี่ยมหินลึกขึ้นไปถึงต้นน้ำ ไหลลงไปรวมกับลำน้ำน่าน แหล่งน้ำสำคัญของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลลงมาหล่อเลี้ยงกรุงเทพฯ นั่นเอง 

 
เห็นไหมว่าเรามีความผูกพันเชื่อมโยงกับคนในหมู่บ้านเล็กๆ ทางเหนือขนาดนี้เลยนะ!
 
 
ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ
 
หลังจากที่ใช้พลังไปเยอะแล้ว เราแนะนำให้มาเติมความอร่อยกันที่ ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ (054-792-252, 081-005-1533, www.huanamhomestay.com) ฟาร์มเห็ดที่ขยับขยายมาเป็นทั้งร้านอาหารและโฮมสเตย์ที่บอกได้เลยว่าหากใครจองที่พักทัน จะฟินกับวิวนาข้าวขั้นบันได และอาหารอร่อยๆ อย่างไข่เจียวเห็ด และซิกเนเจอร์อย่างพิซซาเห็ดที่ไม่ว่าโต๊ะไหนก็ต้องสั่งกิน
 
วิวจากร้านฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ
 
ไข่เจียวเห็ดเมนูเด็ดของที่นี่ 

เลาะเมฆกับเส้นทางลอยฟ้า: ดอยภูคา

 
หลายคนอาจจะชอบไปตามล่าหมอกในฤดูหนาว แต่ขอบอกเลยว่าถ้าคุณเป็นคนชอบสายหมอกตัวจริงล่ะก็ หน้าฝนเป็นช่วงเวลาทองที่จะไปล่าหมอกเลยล่ะ แม้จะแลกมากับการที่เจอฝนเล็กน้อย แต่รับรองว่าวิวสองข้างทางที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคาจะทำให้เราไม่อยากขับรถออกจากอุทยานไปไหนเลยทีเดียว 
 
 
โชคดีที่ว่าทริปนี้เราได้มาจอยกับนิตยสารท่องเที่ยวสุดฮิปอย่าง Barefoot ที่พาเหล่าช่างภาพจากกรุงเทพฯ มารัวชัตเตอร์กันแบบเมามัน เพราะวิวสองข้างทาง ที่เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางลอยฟ้า เต็มไปด้วยความเขียวขจีแบบสุดลูกหูลูกตากับขุนเขาลูกเดิม เพิ่มเติมคือเมฆหมอกที่ไหลคลอเคลียตามไหล่เขา ทำให้เพิ่มความงามขึ้นเป็นทวีคูณ 
 
 

จิบกาแฟโอบวิวเขียว: ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ

 
ที่อำเภอปัวยังมีอีกสถานที่เช็คอินที่ไม่ควรหลุดจากลิสต์ด้วยประการทั้งปวง นั่นก็คือ ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ ตัวร้านเป็นกระท่อมไม้ไผ่ตั้งเรียงรายอยู่บนคันนาเชื่อมต่อด้วยสะพานไม้ไผ่ ทำเอานักเที่ยวอย่างเราๆ สนุกสนานกับการถ่ายรูปและเดินเล่นบนสะพานไม้ไผ่จนแทบจะลืมกาแฟในมือไปเลยทีเดียว 

 
แต่ความดีงามของที่นี่ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น เพราะที่ด้านหน้าของร้านกาแฟยังเป็นที่ตั้งของ ร้านลำดวนผ้าทอ ร้านขายเสื้อผ้าท้องถิ่นที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าพื้นเมืองและไอเทมเด็ดๆ ทั้งนั้น โดยเฉพาะกับคนที่ชอบเสื้อสไตล์เหนือ และผ้ามัดย้อม ยิ่งเลือกนานยิ่งเจอชุดเก๋ โดยเฉพาะกับเดรสย้อมคราม และเสื้อปักสไตล์พื้นเมืองชาวเหนือ นอกจากงานจะดีแล้ว ราคาก็ย่อมเยาว์มากๆ เริ่มตั้งแต่ตัวละ 100-250 บาทไปจนถึงผ้าทอชั้นดี ราคาก็ดีตามฝีมือไปด้วย
 
 
 

ชมแหล่งทอผ้า: บ้านดอนชัย

 
ถ้าใครยังอินกับผ้าทอสวยๆ แนะนำให้แวะไปทำความรู้จักกับน้าๆ ป้าๆ ชาวบ้านใน หมู่บ้านดอนชัย หมู่บ้านเล็กๆ ในตำบลศิลาแลงเช่นกัน ห่างจากร้านกาแฟไทลื้อมาแค่ 10 นาที โดยที่นี่จะมีแม่บ้านที่ยังคงทำงานเกษตรควบคู่ไปกับการทอผ้าด้วย โดยวิธีการทอผ้าที่นี่ก็ยังคงวิธีการแบบดั้งเดิมที่ต้องทอมือกับกี่ทอที่ทำจากไม้ทั้งหลัง โดยลายผ้าที่โดดเด่นก็มีอยู่หลายลาย ทั้งซิ่นม่าน ลายขวางสลับริ้ว ใช้สีไม่เกิน 3 สี อย่างดำ แดง ชมพู ม่วง หรือซิ่นป้อง หรือซิ่นก่าน ซึ่งเป็นลายเฉพาะของชาวไทลื้อเมืองน่าน ลักษณะเป็นซิ่นสีดำมีริ้วสีแดงคาดที่ด้านบน หากเราอยากรู้อยากถามอะไร เหล่าแม่บ้านใจดีก็สามารถให้ความรู้เราได้ตลอด เรียกว่าทอไปคุยไปเลยล่ะ 

 
 
 
ที่นี่ยังมีผลิตภัณฑ์ผ้าทอให้เลือกอุดหนุน เริ่มต้นตั้งแต่ผ้าพันคอสารพัดประโยชน์ผืนละ 250 บาท เป็นได้ทั้งผ้าพันคอและผ้าผูกเอว ไปจนถึงผ้าทอผืนใหญ่ราคา 1,800 บาทขึ้นไป แต่รับรองว่าคุ้มค่ามาก เพราะสามารถนำไปตัดชุดสวมใส่เป็นทั้งเสื้อทั้งกระโปรงเลยทีเดียว แหล่งทอผ้าแห่งนี้อยู่ภายใต้ความดูแลของกรมหม่อนไหม ฟังชื่อแล้วน่ารักถูกใจจริงๆ 
 

 

ศรัทธาแห่งชุมชน: วัดร้องแงง

 
มาเที่ยวหมู่บ้านแล้วก็ต้องไปสักการะแหล่งรวมศรัทธาของชาวบ้านด้วย เราขอแนะนำให้เพื่อนๆ ไปแวะ วัดร้องแง วัดขนาดเล็กแต่มีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมที่สร้างตามศิลปะแบบไทลื้อที่ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปะ และสถาปัตยกรรมดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยลวดลายที่โดดเด่นอยู่ตรงหน้าบันของวิหารที่เป็นลายพันธ์พฤกษางดงาม เสาแดงลวดลายสีทอง รวมทั้งธรรมาสน์โบราณ 
 
ตุงล้านนาห้อยระโยงระยางลงมาหากหลายสีสัน
 
แต่ที่สะดุดตาเราเห็นจะเป็นหับดอกไม้พันดวง ที่ชาวบ้านนำไม้ไผ่มาสานเป็นตารางสี่เหลี่ยม ก่อนใส่ดอกไม้สดที่มีกลิ่นหอมเข้าไปและพับรวมไปแขวนบนหลังคาวัด เมื่อกาลเวลาผ่านไป ดอกไม้ก็กลายเป็นดอกไม้แห้งอยู่ในหับ สวยงามแปลกตาไปอีกแบบนึง โดยหับดอกไม้จะแขวนห้อยลงมาแบบเดียวกับ “ตุง” หรือธงแบบไทลื้อที่ชาวบ้านจะทอกันเองเป็นลวดลายปราสาทประทับอยู่บนเรือตามด้วยทัพช้าง ชาวบ้านที่นี่เขาเชื่อว่าการถวายตุงจะได้บุญช่วยให้ขึ้นสวรรค์
 
หับดอกไม้พันดวง

 
คุณตาคุณยายสุดใจดีที่วัดร้องแงง

ดูวิวนาเขียวสุดลูกหูลูกตาที่ตูบนาโฮมสเตย์

 
ถึงจะเป็นโฮมสเตย์น้องใหม่อายุไม่ถึงปี แต่ ตูบนา (094-143-1969, www.toobna.com) ที่แปลว่า กระท่อมในนา ก็ฮอตฮิตติดอันดับที่พักต้องมาเช็คอินในน่าน ด้วยที่ตั้งอันสุดแสนจะเป็นใจ เพราะอยู่บนเนินเล็กๆ ที่มองเห็นนาได้ไกลแบบพาโนรามาโดยมีขุนเขาแห่งอุทยานแห่งชาติดอยภูคาเป็นพื้นหลัง แถมบ้านพักสไตล์ร่วมสมัยแบบกระท่อมเล็กๆ ที่นี่ก็แสนจะน่ารัก ตั้งอยู่ริมนา แต่ภายในเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย โดยห้องพักที่เราแนะนำก็คือห้องชมวิวและห้องชมหมอกที่มีดาดฟ้าเดินขึ้นไปชมวิวสุดกว้างไกลได้แบบจุใจ
 
 
ตอนนี้ที่นี่กำลังสร้างห้องพักใหม่อีก 4 หลังในสไตล์บ้านไม้ไผ่ให้อารมณ์เข้าถึงธรรมชาติแบบสุดๆ พร้อมทางเดินสะพานไม้ไผ่ที่ยืนเข้าไปในนาให้วิวดีชวนฝันมากๆ แถมเจ้าของที่นี่ ซึ่งเป็นครอบครัวสุดน่ารัก ยังขยันปลูกดอกไม้ไว้ให้แขกอย่างเราๆ ได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ แถมยังปลูกผลไม้หมุนเวียนมากมายไว้เด็ดให้แขกกินกันได้แบบฟรีๆ ล่าสุดที่เราไปก็ได้กินเสาวรสกันสดๆ จากต้นเลยทีเดียว
 

 
ห้องพักที่นี่ราคา 1,500 บาท และ 1,800 บาท รวมมื้อค่ำขันโตกชุดใหญ่จากฝีมือคุณแม่ที่รับรองว่าเด็ดทุกจาน โดยเฉพาะลาบคั่วเหนือ และน้ำพริกที่อร่อยหมดถ้วยไม่รู้ตัวเลยล่ะ
 
 
 

ทำฟาร์มเมืองน่านที่ Farm Fame Fai 

 
สัมผัสความเขียวจนเริ่มอินแล้วอยากจะลงไม้ลงมือชิมลางชีวิตเกษตรกรบ้าง ตอนนี้ที่น่านก็มีฟาร์มอย่าง ฟาร์ม เฟม ฝ้าย (085-164-1163, www.fb.com/farmfamfai) ให้เราได้เข้าไปลองสัมผัสชีวิตเกษตร โดยเป็นฟาร์มน้องใหม่ที่เกิดจากครอบครัวยศฐา นำโดยเกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างน้องฝ้าย ลภัสรดา ยศฐา อดีตนักศึกษาสถาปัตยกรรมจากพระจอมเกล้าฯ บางมด ที่ผันตัวมาเป็นนักกสิกรรมธรรมชาติที่บ้านเกิดตัวเอง ด้วยความหลงใหลในวิธีชีวิตการกินอยู่กับธรรมชาติ จึงชวนครอบครัวและพี่ๆ สองคนที่ชื่อฟาร์ม กับเฟม พี่ชายอดีตวิศวกรฯ หันมาทำด้านการเกษตรด้วยกัน 

 
 
 
ทำสบู่ผลไม้
 
ที่ Farm Fame Fai จะเปิดโอกาสให้ให้ทุกคนได้เข้ามาร่วมเรียนรู้การทำเกษตรกรรม ปลูกผักในแปลง ไปจนถึงงานคราฟต์เล็กน้อย อย่างเช่นงานไม้เฟอร์นิเจอร์ที่น้องฝ้ายเป็นคนออกแบบ งานทำสบู่จากผลไม้ และดอกไม้ธรรมชาติที่ปลูกในฟาร์ม รวมไปถึงการเลี้ยงสัตว์อย่างแพะ นกกระจอกเทศ เป็ด รวมทั้ง จอน และสโนว์ วัวสองแม่ลูกที่น้องฝ้ายเลี้ยงไว้ เพราะเธอได้เรียนรู้มาว่ามูลของวัวแม่ลูกจะเต็มไปด้วยฮอร์โมนที่สุดยอดสำหรับการผลิตปุ๋ยหมักในการเกษตร จากนั้นเราก็จะไปลงแปลงเพื่อปลูกผักปลอดสารพิษ พร้อมกับเก็บผักสดๆ จากสวนเพื่อทำกับข้าวกินกันพร้อมหน้า 
 
กิจกรรมทั้งหมดนี้ราคาเริ่มต้นแค่ 500 บาท/คนเท่านั้น รวมอาหารสองมื้อ และของว่างสุดอร่อยอย่างเค้กจากร้าน The House ที่คุณแม่ทำเองกับมือ
 
 
น้องฝ้าย ผู้หวนกลับคืนสู่ชีวิตสีเขียว

 
 
 

ปั่นจักรยานไหว้พระเมืองน่าน

 
ใครที่อยากจะสัมผัสชีวิตสโลว์ไลฟ์จริงๆ ขอให้ลองทิ้งรถ แล้วหันมาปั่นจักรยานทัวร์วัดเมืองน่าน เพราะเมืองน่านเป็นเมืองขนาดเล็ก ปั่นจักรยานแป๊ปเดียวก็ถึงจุดหมายแต่ละที่แล้ว 

 
ทริปนี้เราพักกันที่ คุ้มเมืองมินทร์ (054-774-166, 091-564-6946, www.nanhotels.com) ที่พักสร้างใหม่ในสไตล์ย้อนยุคที่มีจักรยานให้แขกใช้ฟรี เราเลยได้ลองเดย์ทริปกับจักรยานคู่ใจ เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการปั่นจักรยานไป วัดพระธาตุเขาน้อย ที่มีแลนด์มาร์กเป็นพระพุทธรูปปางประทานพรบนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร นมัสการแล้วยังมีโปเกม่อนให้จับด้วยนะเธอ! ตัวแปลกๆ ก็มีด้วย ทำเป็นเล่นไป จากนั้นก็ลงมาสัมผัสชีวิตคนท้องถิ่นกินอาหารเช้ากันที่ ตลาดสดตั้งจิตนุสรณ์ ซึ่งเต็มไปด้วยอาหารท้องถิ่นน่าลิ้มรส
 
ท้องอิ่มแล้วก็ออกเดินทางปั่นไปเที่ยววัดต่างๆ ของเมืองทั้ง วัดภูมินทร์ วัดหัวข่วง และ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร และ พิพิธภัณฑสถานเมืองน่าน ที่อยู่แยกเดียวกันหมดเลย ถ้าเป็นนักปั่นเก่งๆ ก็สามารถฝึกสปรินท์ปั่นออกไปนมัสการ พระธาตุแช่แห้ง ได้เลย เพราะเส้นทางปั่นจักรยานดีงาม มีเลนจักรยานแยกจากเลนรถยนต์ต่างหากเลยทีเดียว
 
วัดพระธาตุเขาน้อย
 
วัดภูมินทร์
วัดพระธาตุแช่แห้ง
 
วัดพระธาตุแช่แห้ง

ตะลุยกินร้านเด็ดน่าน

ร้านเฮือนฮอม
 
กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ระหว่างวันเราก็มีลิสต์ร้านให้ไปเติมพลังกันเยอะเลย เริ่มตั้งแต่ ร้านวันดา (054-772-149, www.fb.com/wunda.nan) ร้านโปรดของคนท้องถิ่นที่มักมาฝากท้องกินข้าวแกง ข้าวซอยรสเด็ด และขนมจีนน้ำเงี้ยวรสกลมกล่อม ตามด้วยน้ำแข็งใสสุดชื่นใจ 
 
ร้านวันดา

 
ร้านวันดา
 
หรืออาจจะเลือกร้านบรรยากาศไม้หน่อยก็แนะ ร้านเฮือนฮอม (081-961-7711, 054-751-122) ที่เต็มไปด้วยอาหารเหนือมากมาย เช่น ยำจิ้นเมืองน่าน ปลาทับทิมนึ่งน้ำพริกหนุ่ม ออร์เดิร์ฟเฮือนฮอมที่ให้เลือกระหว่างน้ำพริกหนุ่มหรือน้ำพริกอ่อง 
 
ห้องสมุดบ้านๆ น่านๆ 
 
นอกจากนี้ยังมีร้านของดีเมืองน่านอย่าง ห้องสมุดบ้านๆ น่านๆ (089-859-5898) ร้านกาแฟ ร้านหนังสือ และห้องสมุดที่เต็มไปด้วยหนังสือมากมายจนอยากจะนอนอ่านหนังสือที่นี่ไปทั้งวันเลย อีกทั้งยังเปิดบริการเป็รเกสต์เฮาส์ด้วยนะ ตกเย็น อยากกินอาหารริมน้ำน่าน ก็ลองแวะไปกินอาหารพร้อมชมวิวลำน้ำน่านไปด้วยที่ร้าน ครัวกาสะลอง (www.fb.com/nan.gasalong)
 
ห้องสมุดบ้านๆ น่านๆ 

 
แต่ถ้ามีโอกาสได้นั่งรถออกไปนอกเมืองเล็กน้อยก็ขอแนะนำให้ไปชมศิลปะน่านที่ หอศิลป์ริมน่าน ซึ่งเป็นที่เก็บรวบรวมศิลปะล้านนา และศิลปะเมืองน่านไว้ให้ชมกัน แถมยังมีร้านกาแฟและอาหารอร่อยๆ อย่างน้ำพริกข่าไก่อบที่กินแล้วอร่อยจนเบรกไม่อยู่จริงๆ 
 
หอศิลป์ริมน่าน
 
หอศิลป์ริมน่าน
 
 
น้ำพริกข่าไก่อบที่ หอศิลป์ริมน่าน

 
 
และนี่ก็เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งของความสวยงามในจังหวัดน่าน เมืองเหนือแห่งนี้ยังมีอะไรอีกเยอะที่รอให้เราไปค้นหา ไม่ว่าจะไปเมื่อไหร่ก็รับรองได้เลยว่าคนน่านยังน่ารักเหมือนเดิมแน่นอน :) 
 
ภาพวาดปู่ม่านย่าม่านในวัดภูมินทร์อันโด่งดัง
 

การเดินทางไปน่าน:

สายการบินนกแอร์ (www.nokair.com) และ สายการบินแอร์เอเชีย (www.airasia.com) ให้บริการเที่ยวบินไปลงน่านทุกวัน ตอนนี้นกแอร์กำลังมีโปรโมชั่น 12 เมืองต้องห้ามพลาด ราคาเริ่มต้น 819 บาทต่อเที่ยว จองได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 28 ส.ค.นี้  ส่วนแอร์เอเชีย ราคาเริ่มต้นที่ 1,580 บาท สำหรับตั๋วไป-กลับในเดือนกันยายน เราขอบอกอีกนิดว่าตอนนี้น่านมีอาคารผู้โดยสารใหม่ไฉไลกว่าเดิม เพิ่มเติมคือร้านค้าผ้าทอให้ช็อปปิ้ง non-stop จริงๆ