Oct 08 2018

thelist

5 นักเขียนหญิงที่เป็นมากกว่านักเขียน

พวกเธอกินอะไรเข้าไป !
ในอดีตกาลเรามักมีภาพจำว่าสิ่งมีชีวิตเพศผู้มักต้องเป็นผู้นำเป็นจ่าฝูงผู้มีอำนาจในการสั่งการอยู่เหนือกว่าเพศเมีย ปัจจุบันดูเหมือนว่าพลังของสตรีเพศนั้นจะลบล้างความเชื่อที่ผ่านมาได้แล้ว เพราะพวกเธอนั้นต่างมีก้าวกระโดดที่มีพลังเพิ่มมากขึ้นจนแซงหน้าผู้ชายอีกหลายคนไปไกลแบบไม่เห็นฝุ่นแล้วนะ (ไม่ได้โม้) เป็นเรื่องจริงสุด ๆ ถ้าไม่เชื่อมาลองดูพลังของนักเขียนหญิงทั้ง 5 คนนี้กัน ซึ่งพวกเธอไม่ได้เป็นแค่นักเขียนอย่างเดียวด้วยนะ แต่ละคนมีความสามารถหลากหลายมาก ๆ 
 

ทราย เจริญปุระ

 
ภาพจาก women.mthai.com
 
หลายคนรู้จัก ทราย เจริญปุระ ในฐานะดารานักแสดงผู้เริ่มต้นเล่นละครเรื่องแรกเมื่อตอนอายุ 13 ปี หลายคนอาจจะจดจำเธอได้จากภาพยนตร์ดราม่าเรื่อง นางนาก เมื่อราวปี 2542 เธอเป็นนักแสดงหญิงมากฝีกมืออีกคนหนึ่งของวงการ และมีหลายรางวัลเป็นเครื่องการันตี แถมยังเป็นนักร้องหญิงที่ได้รับรางวัลศิลปินร็อกยอดเยี่ยม เป็นพิธีกรหลากหลายรายการ และยังเป็นอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยศิลปกรอีกด้วย เธอเองก็เคยเป็นผู้กำกับภาพยนตร์อีกต่างหากและล่าสุดกับเรียนรู้และเข้าใจความเจ็บป่วยทางใจ รับมือกับช่วงเวลาอันเลวร้ายมาได้ จนเรื่องราวของเธอนั้นเป็นตัวอย่างที่ดีสร้างแรงบันดาลใจ ส่งมอบพลังและความหมายของชีวิตให้ใครได้อีกหลายคน 
 
 
 
ในบทบาทนักเขียนเธอมีหนังสือที่มีอิทธิพลต่อผู้อ่านสามารถสร้างแรงบันดาลใจดี ๆ ให้กับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า บอกเล่าเรื่องต่าง ๆ ของโรคร้ายแรงนี้อย่างครอบคลุม พูดถึงวิธีการจัดการของผู้ป่วยต่อคนรอบข้าง รวมถึงวิธีการรับมือกับโรคนี้โดยประสบการณ์ตรงจากตัวผู้เขียนเองชื่อหนังสือว่า 3 วันดี 4 วันเศร้า  มีหนังสือที่นำพาเราไปรู้จักกับตัวตนด้านอื่นของเธออย่าง หยดน้ำในเปลวทราย หรืออีกเล่มที่จะพาทุกคนไปรู้จักเพื่อนใหม่เป็นหนังสือชื่อเรื่อง อ่านเล่นจนเป็นเรื่อง และเล่มล่าสุดชื่อ บันเทิงเชิงร้าย รวมบทความในเพจออนไลน์ที่เธอเขียน วางขายในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 23 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 17-28 ต.ค. 2561 ที่จะถึงนี้ด้วยแฟน ๆ ของพี่ทรายอย่าลืมไปตามหามาอ่านกันนะ


ต้องตา จิตดี

 
 
สาวน้อยผู้มาพร้อมกับเสียงเปียโนเธอชื่อ เพลง หรือ ต้องตา จิตดี มีวงดนตรีเป็นคู่ดูโอ้ของเธอกับพี่ชายชื่อวง Plastic Plastic วงดนตรีปอปน่ารักฟังสบายจากค่ายดนตรี Whattheduck และเราอาจจะพบเห็นเธอได้บนเวทีในนามมือคีย์บอร์ดที่เล่นให้กับวง Scrubb หากใครติดตามเฟชบุ๊กหรือไอจีของเธอก็จะพบว่าเพลงเป็นนักเดินทางตัวยง อัปรูปลงโซเชียลมีเดียของเธอเมื่อไหร่ก็ทำให้เราแอบอิจเธอเบา ๆ เมื่อนั้นเลย
 
ภาพจาก ร้านหนังสือก็องดิด
 
ภาพจาก Happening Shop

 
ด้วยความที่เธอเป็นนักท่องเที่ยวชีพจรลงเท้านี่เอง เราถึงได้เห็นเธอในบทบาทของนักเขียนหลังจากเวลาว่างจากการเป็นนักดนตรี หนังสือบันทึกการเดินทางเล่มแรกของเธอในชื่อนามปากกาว่า ต้องตา จิตดี พาเราไปสนุกกับเรื่องราวในครั้งที่เธอไปใช้ชีวิตไกลบ้านคนเดียวถึงประเทศอังกฤษในเล่มที่ชื่อว่า Nice to meet me! และเล่มที่สองชื่อ Once in a while  บันทึกการเดินทางส่วนตัวอีกหนึ่งเล่มกับเรื่องราวของมิตรภาพ ประสบการณ์ ธรรมชาติและการใช้ชีวิตการเป็นนักศึกษาในประเทศน่าค้นหาอย่างนิวซีแลนด์ แม้เราอาจจะไม่มีโอกาสได้ไปแต่เชื่อสุดใจว่าตัวอักษรบวกภาพถ่ายสีสวยของเธอจะสร้างแรงบันดาลใจให้เราอยากก้าวออกไปเที่ยวแน่นอน

กมลเนตร เรืองศรี

 
 
อาย-กมลเนตร เรืองศรี ถูกรู้จักเป็นวงกว้างในบทบาทการแสดงเป็นสาวห้าวผู้ข้องเกี่ยวกับวิญญาณในละครเรื่อง The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ และยังฝากเสียงร้องไว้ในเพลงประกอบละครเรื่องนี้ด้วย หลายคนอาจคุ้นหน้าเธอผ่านมิวสิกวิดีโอของวงดนตรีสักวงหนึ่งที่ชื่นชอบ เพราะเธอรับบทเป็นนางเอกอยู่หลายเพลงยกตัวอย่างเช่น เพลงโทรจิต วง electric.neon.lamp เพลงไม่คิด วง Lipta หรือเพลงหน่วง Room 39 เป็นต้น แถมเธอยังเคยเป็นคอลัมนิสต์ประจำนิตยสาร a day จากคอลัมน์ มุมมองเห็น ที่มีผู้ติดตามเป็นแฟนนักอ่านจากตัวอักษรของเธออยู่เนืองแน่นเลยทีเดียว 
 
ภาพจาก Happening Shop

 
แน่นอนสำหรับเธอแล้วคอลัมน์ มุมมองเห็น นั้นมีผู้ติดตามมากมายจากช่วงเวลาที่เขียนให้กับนิตยสาร a day เกิดเป็นหนังสือเล่มแรกในชีวิตนามปากกาของ กมลเนตร เรืองศรี มีชื่อว่า ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ซึ่งเล่มนี้คือการรวมเล่มจากคอลัมน์ดังกล่าวของเธอตลอด 2 ปีที่ได้ร่วมเขียนความเรียงบอกเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของเธอ จากหัวใจและสายตาที่ทำงานสัมพันธ์กันถ่ายทอดออกมาเป็นหนังสือที่จะสร้างรอยยิ้ม ความสุข และแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนในมมุมองแบบกมลเนตรนั่นเอง และเธอยังมี Eyes On Narita  เล่ม Photo Book ที่เธอเป็นทั้งนางแบบและนักเขียนบอกเล่าประสบการณ์ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของเมืองนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น สวย น่ารัก เก่งสุด ๆ

สิริมา ไชยปรีชาวิทย์

 
 
หากใครยังจำรายการทีวีชื่อ Strawberry Cheesecake ที่ออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี 2549 ได้ หลายคนน่าจะรู้จัก ผ้าป่าน ผ่านรายการวัยรุ่นน่ารักสดใสนี้เพราะเธอเป็นหนึ่งใน 13 สาวพิธีกรนั่นเอง รายการนี้ก็มีวาระเพียง 9 ปีก่อนจะลาจอไป ปัจจุบันนอกจากเธอจะเป็นศิลปินนักแสดงแล้ว อีกหนึ่งความสามารถที่หากใครชื่นชอบสไตล์การถ่ายภาพภาพสตรีทต้องเคยได้ชมผลงานของเธอเป็นอย่างแน่นอน เพราะผลงานของเธอนั้นเคยไปจัดนิรรศการยังต่างเมืองมาแล้วไม่ว่าจะเป็น อเมริกา เนปาล เป็นต้น ผ้าป่านเธอยังเป็น Managing Editor ของฟรีก๊อบปี้ของนิตยสาร The Jam Factory Magazine อีกด้วย 
 
 
เธอมีหนังสือเล่มแรกในชีวิตโดยเลือกนำเสนอรูปแบบการเล่าเรื่องออกมาเป็นนิทานชื่อว่า Twelve Tales 12 นิทานบันดาลใจ จากความชื่นชอบของนิทานอีสปเธอนำแรงบันดาลใจต่าง ๆ เหล่านั้นมาสร้างเป็นงานเขียนนิทานโดยนำเกร็ดชีวิตของคนสำคัญของโลกทั้ง 12 คน มาเป็นแก่นในการเขียนหยิบจับตัวตนคนเหล่านั้นมาเล่าเรื่องให้เป็นนิทานผสมผสานระหว่างโลกความจริงกับความฝัน เด็กอ่านก็สนุก ในขณะเดียวกันผู้ใหญ่ก็ได้ข้อคิดที่ดีเช่นกัน

พิยะดา หาชัยภูมิ

 
 
พิยะดา หาชัยภูมิ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ หมอเอิ้น เธอเป็นคุณหมอจิตเวชที่เก่งและเป็นนักแต่งเพลงชื่อดังมากมายเริ่มแต่งเพลงตั้งแต่อายุเพียง 18 ปี เธอทำอัลบััมแรกในชื่อ Behind the song ภายใต้การเป็นโปรดิวเซอร์ตัวเองและอัลบัมที่สองอย่าง Club Friday based on true story by เอิ้น พิยะดา ก็ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากจนได้รับรางวัล GMM Award อัลบััมยอดขายสูงสุดในปี 2013 เพลงที่เธอแต่งเป็นที่รู้จักมากมายอย่าง ไม่เคยจะห่างกัน คำถาม ทำไมต้องรักเธอ ยังอยากรู้ และอื่น ๆ อีกมากมาย เป็นผู้บริหารโรงแรมชื่อดังใจกลางเมืองและยังเป็นเกษตรกรผู้รักความพอเพียงสร้างสวนเกษตรธรรมชาติเพลินพอดี เป็นวิทยากรให้ความรู้สร้างแรงบันดาลใจตลอดจนเป็นตัวอย่างของคนทำงานเพื่อสังคม

 
ภาพจาก มุมหนังสือ
 
เธอเขียนหนังสืออกมาสองปกเล่มแรกชื่อว่า Behind the song หนังสือที่นิยามว่าเป็น เรื่องราวความสุข ความเศร้า และความฝันของคุณหมอสาวนักแต่งเพลงอันเป็นที่มาของเพลงเพราะๆ ในอัลบัม Behind The Songs นั่นเอง เชื่อว่าถ้าหลายคนได้อ่านอาจจะไปสะดุดกับที่มาที่ไปของเพลงฮิตหลาย ๆ เพลงที่ชื่นชอบโดยมีที่มาจากปลายปากกาของหมอเอิ้นแน่ ๆ อีกเล่มที่จะทำให้เราฟังเพลงของหมอเอิ้นเพราะขึ้นไปอีกจากที่เพราะอยู่แล้วชื่อว่า เพลงของเธอ หนังสือบอกเล่าที่มาที่ไปของเพลงประสบการณ์เรื่องราวที่ได้รับมาจากคนไข้และคนรอบข้างที่เข้ามาปรึกษาพูดคุย เพราะอักษรทั้งหมดของทั้งเล่มนี้มีส่วนมาจากเรื่องจริงดังนั้นน่าจะส่งมอบเป็นแรงบันดาลใจที่ดีให้ใครหลายคนอย่างแน่นอน