Mar 10 2019

tech

5 ไอเท็มต้นปี 2019 ที่ใช้ร่วมกับ iPhone คู่ใจได้เพอร์เฟคสุดอะไรสุด

เอาให้มันฟูลออปชั่นไปเลย
ไหน ใครโบนัสยังไม่หมดบ้าง? ต้นปีแบบนี้ ถึงเวลาที่เราจะต้องมาอัปเดตไอเท็มและ Gadgets ใหม่ ๆ กันสักหน่อย และสำหรับสาวก iPhone เองซึ่งที่จริงแล้วก็มีไอเท็มต่าง ๆ ออกมาให้ได้หยิบมาใช้คู่กันอย่างยุ่บยั่บเต็มไปหมด บางไอเท็มก็มีประโยชน์เวอร์ บางไอเท็มก็ใช้ขำ ๆ สนุก ๆ กันไป แต่นี่คือ 5 ไอเท็มที่เราคิดว่า ถ้าในกระเป๋ากางเกงของใครมี iPhone อยู่ ก็ควรมีเจ้าพวกนี้พกติดตัวไว้ด้วยนะ รับรองว่าเวิร์ก! 
 

Smart Battery Case

 
 
นี่คือไอเท็มชิ้นล่าสุดของ Apple เลยก็ว่าได้ที่เพิ่งออกมาต้นปีนี้ ในไทยเองก็เพิ่งวางจำหน่ายเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมานี้เองนะ อันที่จริงแล้วนี่เรียกว่าเป็นไอเท็มที่เราชอบมากเพราะโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนไม่ชอบพกพาวเวอร์แบงก์เลย อารมณ์แบบเราจะมีสมาร์ตโฟนเครื่องเล็ก ๆ บาง ๆ ไปทำไม ถ้าสุดท้ายยังต้องพกอะไรเทอะทะไปอยู่อยู่ดี รวมไปถึงหนุ่ม ๆ หลาย ๆ คนนี่ดูออกเลยว่าชีวิตนี้แทบไปไหนมาไหนตัวเปล่า ไม่ค่อยสะพายกระเป๋าติดตัวไปด้วยหรอก การที่จะให้มีพาวเวอร์แบงก์อีกชิ้นถือติดมือพร้อมสายรุงรังด้วยนี่ก็เกะกะไปหน่อยนะ แต่ถึงอย่างนั้นการมีแบตเตอรี่สำรองก็เป็นความจำเป็นราวปัจจัยที่ 6 ไปแล้ว เพราะการใช้ฟังก์ชั่นแบบหนัก ๆ จุก ๆ ก็ทำให้แบตเตอรี่เครื่องหมดตั้งแต่บ่าย โอ้ย ทำไมชีวิตมันยุ่งยากขนาดนี้ การเกิดมาของ Smart Battery Case จึงเวิร์กสุดอะไรสุดนั่นเอง
 
 
ที่จริงเจ้า Smart Battery Case เคยออกมาแล้วครั้งหนึ่งสำหรับ iPhone 6 คราวนี้ออกมาใหม่เพื่อรองรับ iPhone XS, iPhone XS Max และ iPhone XR แน่นอนว่าออกใหม่แบบนี้ก็ต้องมีดีกว่าเดิมแหละ อย่างแรกเลยคือรองรับการชาร์จแบบไร้สาย สำหรับใครใช่แท่นชาร์จก็แค่วางไว้มันก็จะชาร์จเลยจ้า ความจุของแบตเตอรี่ในเคสอยู่ที่ 1,369 mAh อีกอย่างที่ชอบคือตัวเคสที่ข้างนอกใช้เป็นซิลิโคนถนัดมือ แต่ข้างในเป็นผ้าไมโครไฟเบอร์ช่วยป้องกันไม่ให้เครื่องเป็นรอยด้วย เวลาใช้งานก็ง่าย ๆ แค่งอเคสส่วนด้านบนเล็กน้อย แล้วจับ iPhone ของเราเลื่อนเข้าไปในเคส ให้หัว USB Lightning ที่ติดมากับเคสเสียบเข้ากับตัวเครื่อง พอใส่ไปแล้วคราวนี้หน้าจอเวลาแสดงผลแบตเตอรี่ จะมีแบตเตอรี่ขึ้นมา 2 ก้อน ฝั่งซ้ายแสดงเปอร์เซนต์ของแบตเตอรี่ในเคส และฝั่งขวาเป็นเปอร์เซนต์ของแบตเตอรี่ใน iPhone
 
ภาพจาก iclarified

 
ซึ่งเวลาใช้งาน เครื่องจะดึงเอาแบตเตอรี่จากในเคสมาใช้ก่อน เมื่อหมดแล้วจึงค่อยใช้เแบตเตอรี่จากเครื่องนั่นเอง ซึ่งใช้แบบหนักหน่วงทั้งวัน ก็ยังไม่หมดกลางทาง (ก็แหม เหมือนมีแบตเตอรี่ 2 ก้อนขนาดนี้ จะหมดง่าย ๆ ได้ไง) ส่วนน้ำหนักของเคสตัวนี้ก็อยู่ที่ประมาณ 100 กว่ากรัม สำหรับ iPhone XS และ XR นั่นยังสบาย ๆ อยู่ แต่กับ XS Max ก็อาจจะหนักขึ้นอีกนิด แต่ก็ไม่ได้แย่มาก เพราะยังไงการพกพาก็ยังสะดวกกว่ามีพาวเวอร์แบงก์เยอะแหละ แล้วอย่างนี้ยังไม่ต้องมีมันได้ยังไงกันล่ะ
 
ราคา 4,990 บาท มี 2 สี (ขาว/ดำ) ที่ Apple Store และ iStudio ทุกสาขา หรือสั่งซื้อออนไลน์ที่ เว็บไซต์ Apple

Beats Studio 3 Wireless

 
 
ตอนแรกเราค่อนข้างลังเลอยู่สักหน่อยกับขนาดของเจ้า Beats Studio 3 Wireless นี้ เพราะใหญ่ใช้ได้ กับสาว ๆ อาจรู้สึกไม่คล่องตัวกันสักหน่อย แต่พอได้ลองหยิบมาครอบหูแล้วเปิดเพลงที่ชอบสักเพลงแล้วถึงกับต้องรีบมาเขียนให้เป็น 1 ใน 5 ไอเท็มที่ดีไปเลย นั่นเพราะเขาปิดกั้นเสียงภายนอได้แบบหมดจดมาก เสียงรบกวนข้างนอกไม่เข้ามากวนเพลงที่เรารักเลยแม้แต่นิดเดียว (ปลื้มเวอร์) ซึ่งไม่ใช่แค่ตัดเสียงรบกวนเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับเทียบเสียงแบบเรียลไทม์ด้วยนะ คือแต่ละเพลงที่ดังในเพลย์ลิสต์เนี่ย ตัวหูฟังก็จะช่วยเปลี่ยนช่วงเสียง เปลี่ยนอารมณ์ของย่านเสียงและเพลงให้เหมาะกับแนวเพลงนั้น ๆ ด้วย เรียกว่านักร้องร้องอารมณ์ไหน เจ้าหูฟังตัวนี้ปรับให้ได้อารมณ์แบบนั้นหมด 
 
ภาพจาก androidpit
 
ที่บอกว่าเวิร์กกับ iPhone ก็เพราะในเฮดโฟนใส่ชิปของ Apple W1 เอาไว้ด้วย ทำให้การตั้งค่าและการสลับอุปกรณ์ iPhone ทำได้ง่ายขึ้นไปอีก แถมยังสามารถรับสาย เลือกเพลง ปรับระดับเสียง หรือเรียกใช้งาน Siri ได้ด้วย ส่วนอีกเรื่องที่เราปลื้มสำหรับคนเวลาน้อยแต่ใช้งานหนักอย่างเรา คือเจ้าเฮดโฟนนี่ชาร์จไวเวอร์ ถ้าแบตเตอรี่เฮดโฟนใกล้หมด มันจะปรับให้เป็นโหมด Fast Fuel แล้วพอเอาไปชาร์จเพียง 10 นาทีก็ใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 3 ชั่วโมงเลยนะ ละถ้าชาร์จเต็มก็ใช้ต่อเนื่อง 22 ชั่วโมงเลยด้วย คือประสิทธิภาพของเฮดโฟนดีจนลืมไปเลยว่าเจ้านี่มันใหญ่ขนาดไหน! 
 
ราคา 12,500 บาท มี 6 สี (ฟ้า, ขาว, แดง, เทา, ดำด้าน, ดำแดง) ที่ Apple Store หรือสั่งซื้อออนไลน์ที่ เว็บไซต์ Apple

Moment Camera Lenses

 
ภาพโดย B&H

 
ในเมื่อเราแทบจะใช้สมาร์ตโฟนในการถ่ายภาพแทนกล้องถ่ายรูปในเวลานี้ไปแล้ว ไอเท็มอีกประเภทที่หลายคนตามหานั่นก็คือเลนส์ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายภาพให้ดีขึ้นได้นั่นแหละ และแม้ว่าทุกวันนี้มีแบรนด์ที่ผลิตเลนส์เพื่อการถ่ายภาพสมาร์ตโฟนออกมาเต็มไปหมด แต่สำหรับเราแล้ว ต้นปี 2019 นี้ต้องขอยกความดีงามให้กับเลนส์ของ Moment ไปเลย
 
 
หลาย ๆ คนที่ใช้เลนส์เสริมสำหรับสมาร์ตโฟนอยู่แล้วน่าจะรู้แหละว่าแบรนด์ Momemt นี้เป็นหนึ่งในเรื่องเลนส์เหมือนกัน อย่างแรกที่เราอยากแนะนำเลนส์ตัวนี้คือเขาแระกอบมันขึ้นมาด้วยวัสดุคุณภาพสูงทั้งชิ้น ทั้งกระจกเลนส์ไปจนถึงบอดี้ของตัวเลนส์ อย่างที่สองคือดีไซน์ที่เท่เวอร์ แบบว่าพอใช้แล้วยิ่งเสริมให้ iPhone ของเราดูดีขึ้นไปอีก อย่างที่สามคือประเภทของเลนส์ที่มีให้เลือกเยอะมาก ๆ ทั้งเลนส์ 15mm, 18mm, 58mm และ 60mm นอกจากนี้ถ้าหากเรานำเลนส์ของ Moment มาใช้กับ iPhone ตระกูลกล้อง 2 ตัวอย่างจำพวก Plus หรือ Max แล้ว ตัวเลนส์ของ Moment ก็ยังสามารถเลือกใช้เลนส์กับกล้องตัวใดตัวหนึ่งด้านหลังได้ด้วย 
 
ภาพโดย USAToday
 
หากจะมีจุดที่น่าจะโดนหักคะแนนก็คงเป็นเจ้าเลนส์ตัวนี้สามารถประกอบได้เมื่อ iPhone ใส่เคสของ Moment เท่านั้น (ก็คือจะซื้อเลนส์แล้วยังต้องซื้อเคสสมาร์ตโฟนใส่อี้กกก) และราคาก็อาจสูงไปสักหน่อย แต่ด้วยคุณภาพของภาพ คุณภาพของวัสดุ และดีไซน์โดยรวมทั้งหมดแล้ว เราก็ยังอยากแนะนำเจ้า Moment Camera Lenses อยู่ดีนั่นแหละ
 
ราคาประมาณ 3,800 บาท มีเลนส์ให้เลือก 6 แบบ (เลนส์ไวด์ 18mm, เลนส์ฟิชอายส์ 15mm, เลนส์เทเล 58mm, เลนส์เทเล 60mm, เลนส์มาโคร และเลนส์อนามอร์ฟิค สำหรับสายฟิล์ม) ที่ เว็บไซต์ของ Moment

 Press Play ONE Dock Beat

 
 
ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างในยุคนี้ล้วนต้องชาร์จแบตเตอรีทั้งนั้น การหา Dock ดี ๆ ที่ใช้อันเดียวชาร์จแบตเตอรีได้ครอบจัการวาล แถมยังต้องดีไซน์สวยไม่โป๊ะด้วยก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรมี และ iPhone Dock ของ Press Play ก็เป็นอะไรที่เราปลื้มกับดีไซน์และฟังก์ชั่นอยู่แล้ว แต่ในตัวล่าสุดอย่าง Press Play ONE Dock Beat ก็ทำให้เราชอบมากขึ้นไปอีก

 
ที่จริงเดาไม่ยากเลยเพราะชื่อของ Dock นี้ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า ONE นั่นคือมีอันเดียวใช้งานได้อย่างครอบจักรวาล Apple อย่างแรกคือแท่นชาร์จนี้สามารถชาร์จ iPhone และ Apple Watch แบบไร้สายได้พร้อม ๆ กัน โดยการตั้ง iPhone ของเราไว้ที่แท่นทางซ้าย และห้อย Apple Watch เพื่อชาร์จเอาไว้ที่แท่นลอย นอกจากนั้นยังมีพอร์ต USB อีก 2 ช่องให้เสียบชาร์จสำหรับอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ไม่รองรับการชาร์จแบบไร้สายได้ด้วย (ก็แปลว่าแท่นเดียวชาร์จได้พร้อมกัน 4 เครื่องเก๋ ๆ ไปเลย) นอกจากนั้นที่แท่นยังมีลำโพงติดมาด้วย เราสามารถใช้แท่นชาร์จนี้เปิดเพลงฟังได้อีก เอาใจไปเลยจ้า
 
ราคาประมาณ 1,900 บาท มี 4 สี (ดำ, เงิน, ทอง และโรสโกลด์) ที่ Amazon

AirPods

 
 
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ตลกดีเหมือนกัน เพราะในช่วงที่ทาง Apple เปิดตัว AirPods มาใหม่ ๆ นั้น ก็ล้วนได้รับเสียงค่อนขอดถึงดีไซน์ที่ตลกและออกแนว 'เหมือนยังผลิตไม่เสร็จ' ออกมาเยอะมาก กับรูปลักษณ์ที่เหมือนใครเอากรรไกรไปตัดสายไฟขแงหูฟังทิ้ง และเหลือเพียงหูฟังที่พอใส่แล้วก็มีติ่งยื่นออกมา แต่ในเวลานี้กลับกลายเป็นว่าหลาย ๆ แบรนด์ออกสินค้าประเภทหูฟังไร้สายที่มีหน้าตาคล้ายกับเจ้า AirPods เฉยเลย ก็เลยงง ๆ อยู่สักนิดว่าเอ๊ะ แล้วที่บ่น ๆ กันตอนแรกนั้นคืออะไรนะ (ฮา)
 
ภาพจาก Macworld
 
เอาจริง ๆ ตอนแรกเราก็มองถึงรูปร่างของมันว่าพิกลอยู่เหมือนกัน แต่พอได้ลองใช้งานและหยิบจับจริง ๆ กลับเริ่มชอบดีไซน์ขึ้นมาเสียอย่างนั้น เราหมายถึงภาพรวมของดีไซน์ที่มาพร้อมกันทั้งหมดตั้งแต่ตัวหูฟังไร้สายอละกล่องชาร์จที่เข้ากันอย่างดิบดีและใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่ามาก และความดีงามของเจ้า AirPods นี้สำหรับเราต้องยกให้กับเรื่องของการเชื่อมต่อ (ที่จริงแทบทุกผลิตภัณฑ์ของ iPhone หากต้องมีการเชื่อมต่อนี่ก็ต้องยกให้เขาเลยนะว่ามันไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดจริง ๆ) อย่างเจ้าหูฟังนี้คือหากเราต่อกับอุปกรณ์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งแล้ว มันก็จะสามารถใช้กับอุปกรณ์อื่น ๆ ที่มี Apple ID เดียวกันได้หมดเลย สมมติเรามีทั้ง iPhone, iPad, iMac ไปจนถึง Apple Watch แล้วใช้ Apple ID เดียวกันก็จบเลยจ้า คอนเน็คได้ทันทีง่าย ๆ ไปเลย ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นที่ไม่ใช่ Apple ทั้ง Android หรือ Windows ก็ใช้ได้เหมือนกันนะ เพียงแค่ต้องต่อผ่านฟังก์ชั่นบลูทูธเท่านั้นแหละ
 
 
ส่วนเรื่องของแบตเตอรีนั้นก็ทนอยู่ และภายในหูฟังก็ยัดชิป Apple W1 เข้ามาเช่นเดียวกับเจ้า Beats เหมือนกัน แม้คุณภาพเสียงจะดีสู้เฮดโฟนที่เรายกมาก่อนหน้าไม่ได้ แต่อย่างหนึ่งที่สัมผัสได้เลยก็คือเสียงของเจ้า AirPods นั้นดีขึ้นกว่าตัว EarPods อยู่เหมือนกันนะ 

 
ราคา 6,900 บาท ที่ Apple Store, iStudio ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย หรือสั่งซื้ออนไลน์ที่ เว็บไซต์ Apple