Apr 08 2019

restaurants

Palsaik Thailand หมูย่าง 8 สีสุดฮอตจากเกาหลี เรียงแถวมาให้ลองชิมกันถึงประเทศไทยแล้ว

อร่อยสายรุ้งพุ่ง 8 สี
นอกจากอปป้า ไอดอล เครื่องสำอาง และแดจังกึมแล้ว ก็เหมือนว่าเจ้าหมูย่างนี่แหละจะเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมหลักที่ทำให้เราอยากบินไปเกาหลีมันซะทุกเดือนเลยจ้า แบบว่าพอนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บ้าน ก็ได้ยินเสียงชู่ช่าจากเตาปิ้งหมูเกาหลีร้องเรียกอีกแล้ว ซึ่งงานนี้เห็นทีว่าจะไม่ต้องเสียเวลาขนาดนั้น เพราะร้านหมูย่างเกาหลีชื่อดังอย่าง Palsaik (อ่านว่า พัลแซ็ก) ได้ยกต้นฉบับเกาหลีแท้ ๆ มาเปิดที่กรุงเทพฯ ในสยามเซ็นเตอร์เป็นสาขาแรกของประเทศแล้ว
 
 
Palsaik Thailand คือร้านสาขาแรกของประเทศไทยจาก Palsaik Korean BBQ ร้านหมูย่างเกาหลีที่ใครไปถึงก็ต้องตามไปเก็บตามไปรีวิว ทางร้านเริ่มต้นจากความคิดที่ว่า หมูย่างเกาหลีมีเยอะราวกับร้านสะดวกซื้อชื่อดัง เดินไปมุมไหนของเกาหลีก็เจอ จนแทบหาความแตกต่างของหมูย่างเกาหลีในเกาหลีใต้ไม่เจอ ทาง Palsaik จึงอยากหาความแปลกใหม่ให้กับลูกค้า จนได้มาเป็นสูตรหมู 8 สี ที่สีของหมูก็ได้มาจากซอสที่หมักหมูนั่นแหละ และยังเป็นที่มาของชื่อร้านที่แปลตรงตัวได้เลยว่า "8 สี" (Pal พัล แปลว่าแปด และ Saik แซ็ก แปลว่าสี) นั่นเอง
 
 
 
โชคดีที่ในวันที่เราไปลองชิมเจ้าหมูแปดสีก่อนร้านเปิดอย่างเป็นทางการนั้น ได้พบกับคุณฝน-ดวงพร รุ่งภูวภัทร เจ้าของร้าน Palsaik Thailand พอดี คุณฝนเล่าให้ฟังว่าที่จริงแล้วครอบครัวของคุณฝนนั้นทำกิจการผลิตซอสป้อนให้กับร้านฟาสต์ฟู้ดต่าง ๆ อย่างแมคโดนัลด์หรือเคเอฟซี ไม่เคยลงมาจับธุรกิจร้านอาหารมาก่อนเลย แต่จุดพลิกผันอยู่ตรงที่ครอบครัวของคุณฝนและตัวคุณฝนเองเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้บ่อย ๆ แต่คุณพ่อของคุณฝนกลับทานอาหารเกาหลีไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร Traditional เพราะเอกลักษณ์ของอาหารเกาหลีคือมักจะไม่ครบรส แต่จะโดดเด่นไปที่รสใดรสหนึ่งมากกว่า ซึ่งอาจไม่ถูกปากคนไทยอย่างเรา ๆ บางกลุ่มเท่าไหร่ ถึงอย่างนั้นเมื่อครั้งที่คุณฝนลองตทมรอยรีวิวและได้ไปพบกับร้าน Palsaik นี้ ก็กลับกลายเป็นว่าทั้งคุณฝนและคุณพ่อชื่นชอบรสชาติและคุณภาพของอาหารจนกลายเป็นขาประจำของทางร้าน ประกอบกับยิ่งนานวันเข้าก็ยิ่งเห็นว่าร้านหมูย่างเกาหลีนี้ยังไม่มีสาขาในไทยเสียที จึงลองทาบทามมาเปิดประสาขาแรกในประเทศไทยเสียเลย 

 
Palsaik Thailand ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ บริเวณร้านโคคาสุกี้เก่า ซึ่งถ้าใครเคยได้ไปร้านที่เกาหลีมาแล้วก็คงรู้ว่าลีกษณะการตกแต่งร้านของเขาจะออกธรรมดา ๆ แบบดั้งเดิมหน่อย ๆ (เน้นความอร่อย ไม่เน้นหน้าตาอะไรแบบนั้น) แต่ไม่ใช่กับที่นี่ เพราะที่นี่ตกแต่งร้านแบบโมเดิร์น หยิบเอาโทนสีขาวและคอปเปอร์มาใช้ตัดกันได้อย่างลงตัว คุณฝนบอกว่าสีขาวจะช่วยขับจานิาหารและเนื้อหมูให้ถ่ายรูปออกมาสวยขึ้นนั่นเอง
 
 
แม้ร้านจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่เมนูที่ทางร้านมีคือเยอะเวอร์ สิ่งหนึ่งที่ต้องไม่พลาดแน่ ๆ คือเซ็ตหมูย่าง 8 สี (850 บาท เพิ่มซุปกิมจิหม้อไฟ / ซุปใสหอยหม้อไฟ 980 บาท และซุปซีฟู้ดหม้อไฟ 1,035 บาท) ที่ทางร้านได้ส่งเชฟไปเทรนนิงถึงเกาหลีใต้เลยทีเดียว ในเซ็ตจะประกอบไปด้วยหมู 8 สี ผัก เห็ดย่าง และเครื่องเคียงต่าง ๆ โดยหมู 8 สีนั้นจะถูกหมักกับซอสสูตรพิเศษที่ทางคุณฝนได้สิทธิ์ในการผลิตซอสทั้งหมดเพื่อส่งให้กับร้านในเอเชียอาคเนย์ด้วย ซึ่งทางเจ้าของที่เกาหลีถึงกับเอ่ยปากว่าซอสที่ทางกิจการครอบครัวของคุณฝนผลิตให้นั้นได้มาตรฐานสูงจริง ๆ 
 
 
วิธีการกินหมู 8 สีนี่ง่ายมาก ๆ เพราะทางร้านจะมีพนักงานมาค่อยช่วยย่างหมูให้ ที่นี่ใช้เตาแบบแบน ที่มุมเตามีตัวเลขระบุไว้ว่าเลข 8 ก็คือหมู 8 สี และเลข 3 ที่พ้องเสียงมาจากคำแรกว่า ซัมกยอบซัล ที่แปลว่าหมูสามชั้นนั่นเอง ความดีงามคือเตาอินฟาเรดที่อิมพอร์ตมาจากเกาหลี ที่ให้ความรู้สึกเหมือนใช้เตาถ่าน แต่ดีกว่าตรงที่กลิ่นของเตาถ่านจะไม่ไปรบกวนกลิ่นของเนื้อ พนักงานจะลงเครื่องเคียงต่าง ๆ ทั้งกิมจิ กระเทียม และเห็ด ลงไปวางไว้บนเตา จากนั้นรอให้เตาร้อนที่อุณหภูมิ 200 องศาแบบเป๊ะ ๆ ด้วยการใช้เครื่องวัดเลยแหละ แล้วจึงค่อยทยอยลงเนื้อหมู 8 สี ที่ต้องอย่างไล่เรียงไปตั้งแต่สีอ่อนจนถึงสีเข้ม เพื่อให้รับแต่ละรสชาติได้ดีที่สุด ไล่ไปตั้งแต่หมูหมักโสม หมูหมักกระเทียม หมูหมักไวน์ หมูหมักใบสน หมูหมักสมุนไพร หมูหมักผงกะหรี่ หมูหมักทวเนจัง และหมูหมักโกชูจัง ส่วนตัวเราชอบรสกระเทียม ใบสน และโกชูจังมาก ยิ่งกินแบบยังไม่ต้องห่อผัก ก็ยิ่งรับรสชาติได้เต็ม ๆ เลย เลยขอบอกว่าเซ็ตนี้กิน 3-4 คนมีพุงกางจ้า เยอะสุดอะไรสุด
 
 
 
เพราะเราสั่งเซ็ตที่มาพร้อมซุปซีฟู้ดหม้อไฟรสเผ็ดกำลังดีมาด้วย ในหม้อมาเต็มทั้งกุ้ง ปู หอย เต้าหู้ และผักต่าง ๆ ซดซุปเผ็ดอ่อน ๆ ให้คล่องคอ พอกินหมดแล้วเราแนะนำให้สั่งชุดข้าวผัดชีสมาเพิ่มด้วย โดยพนักงานจะเอาข้าว สาหร่าย ไข่กุ้ง และชีสที่เหลือมาผัดกับน้ำซุปที่เหลืออยู่ ขอบอกว่าอร่อยเหาะเลยจ้า

 
 
 
เหล่าอาหาร Side Dish ก็มีของเด็ด ๆ เยอะเหมือนกัน แถมยังมีหลายเมนูที่ต่างออกไปจากร้านออริจินัลที่เกาหลีด้วย โดยเชฟจากเกาหลีมาช่วยรังสรรค์เมนูใหม่ ๆ ให้ร่วมกับเชฟสาขาที่มาเลเซีย และไทย ออกมาเป็นอาหารจานรองที่น่าสั่งมาชิมสักหน่อย เราเลือกสั่งข้าวผัดเนื้อวากิว A5 กระทะร้อน (395 บาท) ที่ใส่เนื้อวากิวชิ้นใหญ่มาเต็ม ๆ เนื้อวากิวที่นี่นำเข้ามาจากญี่ปุ่นด้วย แต่ส่วนตัวเราว่าข้าวผัดจานนี้หวานไปนิด น่าจะเป็นรสชาติของซอสที่เอามาผัด แต่ถ้าใครติดหวานก็น่าจะชอบได้ง่าย ๆ หรือจะเป็นไข่ตุ๋นเกาหลีภูเขาไฟชีส (195 บาท) ที่มาแบบฟู ๆ ชีสเข้มข้นที่ราดมาแบบไม่ยั้งด้านหน้า กินกับไข่ตุ๋นฟูนุ่ม โอ้โห ฟินเวอร์จนต้องพูดว่า มาชิบซอโยยย

 
 
Soimilk Says: ในฐานะที่เคยบินไปกินที่เกาหลีบ่อย ๆ ขอบอกว่านี่คือความฟินระดับชาติที่เราอยากตะโกนดัง ๆ มาก อย่างแรกเลยคือตัวหมู 8 สีรสชาติเหมือนกับที่เกาหลีทุกประการ แต่ตัว Side Dish อาจมีการปรับเปลี่ยนสูตรเพื่อให้ถูกปากคนไทยบ้าง อีกอย่างที่ดีงามคือราคาเพราะไม่แพงอย่างที่คิดเมื่อเทียบกับปริมาณที่ได้รับ นอกจากนี้แว่ว ๆ มาว่าทางร้านจะมีเมนูเนื้อวากิวให้เราหยิบมาปิ้งย่างกันด้วยในราคาสมเหตุสมผล ใครชอบกินหมูสามชั้นย่างเกาหลีแบบแท้ ๆ ก็ลองแวะมาร้านนี้ดูนะ
 
Palsaik Thailand เปิดทุกวัน เวลาทำการ 10:00-22:00 น. ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ BTS สยาม www.facebook.com/palsaikthailand