Oct 03 2018

restaurants

ใดใดในร้านล้วนเป็นเต้าหู้! Mihara Tofuten กับโอมากาเสะเต้าหู้แห่งแรกในโลก

เริ่มจากการอิมพอร์ตทุกอย่างแม้กระทั่งน้ำเปล่าที่เอาไว้ต้มซุป ไปจนถึงปลาสดตามฤดูกาล เนื้อวัวโกเบ ปูยักษ์และอูนิจากฮอกไกโด ซอสโชยุ ไข่ไก่ ฯลฯ ส่งตรงมาจากญี่ปุ่นทั้งหมด 100% และแน่นอนว่า 'เต้าหู้' ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของร้านก็ถูกอิมพอร์ตตรงทุกวันมาจากโรงงานของ Mihara Tofu ที่เมืองซากะ รวมทั้งตัวเชฟเองจากร้าน Mihara ที่ฟูกุโอกะทั้ง 3 ท่าน ก็อิมพอร์ตตรงเพื่อมาประจำการที่ Mihara Tofuten Bangkok ซ.สาทร 7 แห่งนี้เช่นกัน
 
 
 
ถ้าแค่นั้นยังไม่พอจะการันตีความเป็นที่สุดของร้านโอมากาเสะระดับตำนานร้านนี้ เราขอการันตีด้วยชื่อของเชฟ Gaggan Anand เจ้าของร้านอาหารอินเดียที่เคยติดอันดับหนึ่งในท็อป 5 ของ Top Tables Awards จาก BK Magazine สื่อภาษาอังกฤษเครือพี่น้องของเราเอง รวมไปถึงชื่อของเชฟ Takeshi Fukuyama เจ้าของร้าน La Maison de la Nature Goh ที่ญี่ปุ่น และฟู้ดบล็อกเกอร์ชื่อดังเจ้าของอินสตาแกรมนาม @itann ที่มารวมพลังกันสรรสร้างเมนูเต้าหู้เหนือจินตนาการและเนรมิตให้เกิดโอมากาเสะเต้าหู้เป็นแห่งแรกของโลก
 
แค่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกว่าคุ้มค่ากับสนนราคา 4,900++ บาทต่อ 16 คอร์สอาหารขึ้นมาโดยปริยาย (ขนาดยังไม่ได้กิน) เลยปฏิญาณไว้ว่ายังไงชีวิตนี้ก็ต้องไปโดนซักครั้งให้ได้ ! ทาสเต้าหู้อย่างเราเลยไม่รอช้า จองคิวของร้านนี้ที่แบ่งให้เลือกเป็นสามรอบคือ 18:00, 19:45 และ 21:00 น. แล้วพุ่งตัวไปในทันที !
 
 
 
 
เชฟต้อนรับเราด้วยการรองท้องให้อุ่นก่อนด้วยน้ำเต้าหู้ต้มสด ต่อด้วยปิ่นโตสามแถวมาติด ๆ ที่ประกอบด้วยเมนูเต้าหู้สามสไตล์ คือ Yuki Tofu เต้าหู้สดสูตรลับที่ตระกูลมิฮาร่าไปได้มาจากโอกินาว่า Goma Tofu เต้าหู้เนื้อโมจิรสงาดำ และ Yuba Mille Feuille ฟองเต้าหู้แผ่นบางซ้อน 6 ชั้น โดยมีเยลลี่รสพอนสึรสเค็มเสิร์ฟคู่มาช่วยตัดความจืดที่อาจไม่คุ้นปากคนไทยอย่างเราเท่าไหร่นัก

 
 
ส่วนใครที่รักทั้งปู รักทั้งเต้าหู้ เราเชื่อว่าจะต้องชอบความละมุนและเข้ากันดีของคอร์สที่ 5 ที่เชฟเลือกใช้เนื้อปูขน Zuwai จากฮอกไกโดมาทำเป็นซุป มีเต้าหู้ปั้นก้อนผสมเนื้อปลาและถั่วแระญี่ปุ่นลอยอยู่ตรงกลาง ความหวานของเนื้อปูช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้เมนูนี้ได้อย่างเต็มเปี่ยม แถมตัวลูกชิ้นเต้าหู้ก็ทำรสชาติออกมาได้กลมกล่อมอูมามิถูกปากเราแบบสุด ๆ ไปเลย !

 
 
 
ส่วนคอร์สที่เราชอบที่สุดขอยกให้จานที่ 8 และจานที่ 9 เริ่มด้วยเมนู 8 ซึ่งเป็นดงบุริเสิร์ฟมาในถ้วยทรงไข่ถ้วยเล็ก ด้านในเป็นข้าวหน้าหอยเป๋าฮื้อที่มีส่วนผสมของ Yuba Tofu หรือครีมเต้าหู้สดนั่นเอง ส่วนจานที่ 9 นางคือสิ่งที่เรียกว่า Zaru Tofu เป็นเต้าหู้สดแล้วผึ่งให้น้ำไหลออกผ่านตะกร้าสาน ซึ่งเป็นกรรมวิธีโบราณจากโรงงาน Mihara (Zaru แปลว่าตะกร้า) แล้วนำไปคลุกแป้งทอดจนกรอบ ท็อปปิ้งมาด้วยไข่ปลาแซลมอนหรือ Ikura จากฮอกไกโดแบบพูน ๆ 
 
 
และเมนูที่ทำเราตื่นเต้นมาก ๆ คือคอร์สที่ 11 ซึ่งเสิร์ฟมาเป็น DIY Maki ที่ให้เราสนุกกับการตักไข่หอยเม่น (Uni) เต้าหู้สดเนื้อครีม (Yuki Tofu) และวาซาบิตามใจชอบใส่ในสาหร่ายแผ่น ด้วยความสดแบบสุด ๆ ของอูนิ คำนี้คือทุกอย่างละลายไปเลยในปาก ไม่รู้ว่าอะไรนัวกว่ากันระหว่างอูนิหรือเต้าหู้ !

 
 
ส่วนคอร์สที่ 12 เป็นเหมือนไฮไลท์อย่างหนึ่งของร้านนี้เลยก็ว่าได้ ด้วยเนื้อวากิว A5 จากฮอกไกโด ทำมาเป็นนาเบะไซซ์กำลังพอดีท้อง พร้อมพระเอกอย่าง Momen Tofu ที่เข้ากันดีกับเนื้อและน้ำซุปแบบหาคนมาเอาชนะได้ยากมาก ซึ่งถ้าใครไม่ทานเนื้อ ก็สามารถแจ้งทางร้านล่วงหน้าให้เปลี่ยนเมนูนี้เป็นนาเบะเนื้อปูฮอกไกโดได้เหมือนกันนะ
 
 
ไล่เลยมาจนถึงคอร์สที่ 13 ที่ทางคุณแทนสปอยล์เราไว้แต่แรก ว่ายังไงก็ต้องเหลือท้องไว้รอกินเมนูนี้นะ ห้ามพลาด ! เพราะมันคือโซเมนในตำนานจากสูตรของตระกูล Mihara ซึ่งใช้น้ำเต้าหู้มาผสมกับซุปปลาทำเป็นน้ำซุปโซเมน เครื่องเครียงเป็นกุ้งซากุระเทมปุระ และซูชิห่อฟองเต้าหู้คำเล็ก
 
 
ปิดท้ายด้วยของหวานสามคอร์มติดในเบนโตะสามชั้น ประกอบด้วยไอศครีมเต้าหู้พร้อมผลไม้สดตามฤดูการที่ทำมา Puree จนหอมหวาน Tofu Blancmange เท็กซ์เจอร์คล้ายพุดดิ้งกับแยมรสขิงและช็อตเอสเพรสโซ และสุดท้ายคือ Tofu Chocolate คุณค่าที่สายของหวานที่แท้คู่ควร เป็นการผสมครีมเต้าหู้ลงไปถึง 50% แล้วทำเป็นรสชาติต่าง ๆ ถึง 4 รส คือถั่วพิตาชิโอ, รัมเรซิน, โกโก้ และมัทฉะ

 
Soimilk Says: จริง ๆ เราว่าโอมากาเสะคอร์สนี้คือการเปิดใจ เปิดโลก และเปิดประสบการณ์ทางการชิมที่แท้ทรู ใครจะไปนึกว่า 'เต้าหู้' จริง ๆ แล้วสามารถรังสรรเมนูอันยอดเยี่ยมออกมาได้ถึง 16 อย่าง ซึ่งแต่ละคอร์สก็ทำออกมาได้อย่างมีชั้นเชิงด้วยการใช้เต้าหู้ทุกชนิด ทุกรูปแบบที่มีอยู่ในโรงงานเต้าหู้ Mihara มาทำล้วน ๆ ทั้ง Yuba Tofu, Kinu Tofu, Tofu Mochi, Zaru Tofu, Yuki Tofu ไปจนถึง Goma Tofu และ Tofu Milk และที่สำคัญคือวัตถุดิบอื่น ๆ นอกจากเต้าหู้อย่างเป๋าฮื้อตัวโต ไข่หอยเม่น ปูยักษ์ ฯลฯ ก็ทำให้เราร้องสุโก้ยออกมาแทบทุกครั้งที่เชฟมาเสิร์ฟ ถึงจะเทียบว่าไม่ได้เป็นโอมากาเสะเต้าหู้ล้วน เราก็เชื่อว่ารสชาติและความพิถีพิถันของร้านนี้ก็ไม่ได้เป็นสองรองใครในกรุงเทพ ฯ เลยแม้แต่นิดเดียว ! อ้อ ! เราบวกคะแนนเพิ่มให้อีกนิดกับความใส่ใจในรายละเอียดของการแต่งร้านให้ร่มรื่น่ตามแบบฉบับสวนญี่ปุ่นสมัยเอโดะ เข้าไปแล้วรู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่ไทยเลยซักนิดเดียว
 
Mihara Tofuten Bangkok 159/3 ซ.สาทร 7 ถ.สาทรใต้ เวลาทำการ พุธ-จันทร์ 11:30-13:30 และ 18:00-23:00 น. (ปิดวันอังคาร) โทร. 083-655-4245 BTS ช่องนนทรี fb.com/Mihara.Tofuten.Bangkok