Feb 20 2019

restaurants

เที่ยวแดนมหัศจรรย์ผ่านชาแก้วโปรดกับ Mad Hatter's Afternoon Tea Party

ไม่ต้องไปไกล แค่ Bangkok Trading Post นี่แหละ
สาว ๆ สายชาที่รักการเม้ามอยกับเพื่อน ๆ ต้องชอบเซ็ต Afternoon Tea ใหม่ล่าสุดที่เป็นวาระพิเศษของร้าน Bangkok Trading Post Bistro & Deli แน่ ๆ เพราะ Mad Hatter's Afternoon Tea Party นี้ไม่ได้เป็นเพียงเซ็ตอาฟเตอร์นูนทีธรรมดา ๆ แต่พวกเขาจะพาเรากระโดดเข้าไปสู่ดินแดนมหัศจรรย์ที่อลิซเคยย่างกรายเข้าไปด้วย! ถูกต้องแล้ว เพราะนี่คือปาร์ตี้น้ำชายามบ่ายที่มีคอนเซปต์มาจากนิทานคลาสสิคเรื่องดังระดับโลกอย่าง Alice's Adventure in Wonderland นั่นเอง
 
ภาพจาก historic-newspaper.co.uk
 
เราเชื่อว่าเกือบทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว น่าจะรู้จักนิทานเรื่องนี้มาก่อนบ้าง ถึงอย่างนั้นเราจะขอเล่าคร่าว ๆ ของที่มาที่ไปนิดหน่อยแล้วกัน (จะได้เตรียมตัวไปปาร์ตี้น้ำชากันแบบอินยิ่งขึ้น) นิทานเรื่องนี้แต่งขึ้นโดย Lewis Carroll ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1865 ว่ากันว่าต้นกำเนิดเกิดจากที่เธอไปเที่ยวบ้านเพื่อน คราวนี้ลูกสาวของเพื่อนขอร้องเธอให้ช่วยเล่านิทานให้ฟังหน่อย เธอจึงแต่งนิทานแบบด้นสดขึ้นมา และใช้ตัวละครที่ชื่ออลิซเหมือนชื่อลูกสาวเพื่อนนั่นแหละ จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเรื่องราวแต่ละตอนไม่ปะติดปะต่อเอาเสียเลย แถมเนื้อหายังหลุดโลกมาก ๆ อีก เรื่องราวทั้งหมดเริ่มขึ้นจากที่อลิซเบื่อมากกก นั่งเฉย ๆ ไม่รู้จะทำอะไร เลยขอให้พี่สาวของเธอที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ข้าง ๆ นั้นอ่านหนังสือให้ฟังหน่อย แต่อยู่ ๆ ก็มีกระต่ายใส่เสื้อกี๊กและนาฬิกาวิ่งเข้ามา แถมยังพูดว่า "สายแล้ว ๆ" อยู่อย่างนั้น เธอแปลกใจเลยวิ่งตามไปจนเจอโพรงยักษ์ที่กระต่ายกระโดดเข้าไป และแน่นอนว่าเธอเองก็กระโดดตามลงไป และนี่คือจุดเริ่มต้นของการท่องดินแดนมหัศจรรย์ ที่พาเราไปเจอตัวละครและเรื่องราวที่อ่านแล้วก็สงสัยเอามาก ๆ ว่านักเขียนคิดพล็อตแบบนี้ออกมาได้อย่างไรกันเนี่ย ล้ำเวอร์
 
 
 
ที่จริงแล้วปาร์ตี้น้ำชาในธีม Mad Hatter นี่ก็เป็นที่นิยมในหลาย ๆ ประเทศอยู่เหมือนกัน เนื่องด้วยนิทานเรื่องนี้เป็นสากลที่แทบทุกคนจะต้องรู้จัก ไม่ว่าจะรู้จักจากตัวเล่ม หรือภาพยนตร์ก็แล้วแต่ อีกอย่างหนึ่งคือฉากสำคัณที่ใครหลายคนจำจากนิทานเรื่องนี้ได้อย่างตอนที่อลิซพบเจอกับเจ้าแมว Cheshire Cat แล้วเชิญเธอไปงานปาร์ตี้น้ำชาที่จัดโดย March Hare นี่แหละ เลยกลายเป็นไอเดียหลักของ Afternoon Tea มาหลายต่อหลายปาร์ตี้ทั่วโลก และสำหรับที่ Bangkok Trading Post Bistro & Deli นี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะเขาได้เชิญสุดยอดเชฟขนมหวานที่โด่งดังในโลกออนไลน์อย่างเชฟเพ็นนี ให้มาช่วยครีเอตชุดน้ำชายามบ่ายนี้อีกด้วย ซึ่งเชฟเองก็ทุ่มสุดตัวจนได้ Mad Hatter's Afternoon Tea Party ที่น่าประทับใจนี้ออกมานั่นเอง

 
 
เซ็ตนี้เริ่มที่เครื่องดื่มขวดเล็ก ๆ ในชื่อ Alice's "Drink Me" Potion กันก่อนเลย ซึ่งก็ถูกดัดแปลงมาจากฉากที่อลิซดื่มยาเข้าไปแล้วตัวหดเหลือเล็กนิดเดียวนั่นแหละ ในขวดบรรจุ Cherry Tart Tea ชานมหอม ๆ รสชาติไม่หวานมาก แช่มาในถังน้ำแข็งควันพุ่ง ถือว่าเป็นการวอร์มคอได้อย่างดีและชื่นใจเสียด้วย ก่อนที่จะมาลุยกับเซ็ตขนมและของหวานกันต่อแบบเน้น ๆ จุก ๆ กันต่อ ไล่ไปตั้งแต่ชั้นล่างที่มาพร้อมแซนด์วิชให้ลองถึง 5 แบบด้วยกัน เราชอบที่สุดคือ Coronation Chicken แซนด์วิชไส้ไก่สไตล์อังกฤษสุดฮิตที่บ้านเราหากินได้ยากหน่อย ซึ่งอร่อยจริงอะไรจริงจนอยากขอเพิ่มอีกสักสามสี่ชิ้น ส่วนชิ้นอื่น ๆ อย่าง Charcoal Bread ไส้ Egg and Cress ที่ให้อารมณ์เหมือนเดินอยู่บนพื้นดินในดินแดนมหัศจรรย์อยู่, มินิครัวซองต์แฮมชีส, มินิเบอร์เกอร์แซลมอนรมควัน และค็อกเทลกุ้งแมรีโรส ก็ดีงามไม่แพ้กัน
 
 
จบของคาวแล้วก็ต้องต่อด้วยของหวานกันเลย เราขอกระโดดไปที่ชั้นบนกันก่อนกับ White Rabbit's Carrot Pot ที่เสิร์ฟมาในกระถางจิ๋วกันเลย ซึ่งเจ้าแคร์ร็อตก็อยู่ในเรื่องนี้เยอะแยะ ทั้งมิสเตอร์แคร์ร็อต หรือเจ้ากระต่ายขาวที่ใช้แคร์ร็อตต่อสู้ก็ใช่ ด้านในกระถางจะเป็นเค้กแคร์ร็อต ท็อปด้วยฟรอสต์ซิงโยเกิร์ต โรยด้วยช็อคโกแลตครัมส์ แล้วปักด้วยต้นอ่อนแคร์ร็อตที่กินได้หมดยกเว้นกระถาง มาพร้อม Tick Tock Gold Clock Macaroon มาการองสีทองแต่งเป้นนาฬิกาเหมือนที่เจ้ากระต่ายพกในเสื้อกั๊ก ด้านในเป็นไส้บลูเบอร์รี่ชีสเค้กเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ 
 
 
 
ถัดลงมาอีกชั้นก็มีของหวานละลานตาในคอนเซปต์เดียวกัน ทั้ง Which Side Of The Mushroom?!? ที่ให้อลิซเลือกกินเห็ดว่าฝั่งไหนจะทำให้ตัวสูงขึ้น ฝั่งไหนทำให้ตัวหดลง ตัวขนมเป็นดับเบิลเลมอนทาร์ต กับวานิลลาครีมมาร์ชเมลโล ขอบอกว่าชิ้นนี้เปรี้ยวสะใจตาโพลงมาก สำหรับเราที่ชอบขนมหวานเปรี้ยว ๆ ที่คือเลิฟสุด ต่อมาคือ Mad Hatter's Chessboard ขนมโอเปร่าเค้กที่ตกแต่งออกมาเป็นลายกระดานหมากรุก และ The Talking Flowers เจ้าดอกไม้พูดได้ที่คราวนี้จะโดนเราเขมือบแทน ตัวขนมเป็น Williams Pear Mousse ที่ใส่ไส่ชิ้นแพร์เชื่อมไว้เน้น ๆ โปรยด้วยดอกไม้กินได้ข้างบน เจอเปรี้ยว ๆ จากเลมอนและมาโดนหวาน ๆ ของลูกแพร์นี่ก็ฟินดีทีเดียว แล้วค่อยมาจบกันที่สโคนสูตรอร่อยของเชฟเพ็นนีที่คิวสั่งออเดอร์ยาวข้ามเดือน แต่มาที่นี่เราจะได้ชิมกันทันที

 
 
 
ส่วนชานั้นก็มีให้เลือกกันละลานตาไปหมด ซึ่งที่นี่นั้นใช้ชา Monsoon Tea ชาออแกนิกส์จากทางภาคเหนือของบ้านเราที่ปลูกโดยเกษตรกรท้องถิ่นและมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง สามารถเลือกได้ทั้งชาคลาสสิค ชาสูตรไม่มีคาเฟอีน แต่ที่เราอยากให้ลองจะเป็นชาเบลนด์ของ 137 Pillars ที่ทาง Monsoon Tea เบลนด์มาให้ถึง 2 ตัว ได้แก่ชาเขียวลำไยและมะรุม กับชาอู่หลงมังคุดอัญชัน รสชาติดีหอมชื่นใจทั้งคู่ หรือจะเป็นกลุ่มชาอินฟิวส์อโรมาติกก็มีให้ลองได้ผ่อนคลายเช่นกัน เราเลือกชายอดนิยมของ Monsoon อย่างลิ้นจี่อู่หลง ที่หอมลิ้นจี่เอามาก ๆ และชาก็ไม่หนักจนเกินไป นอกจากนี้ยังมีชาเขียวมะพร้าว และชาดำมะม่วงอีกด้วย ขอแอบบอกว่าตอนนี้ Mad Hatter's Afternoon Tea Party ฮอตเวอร์ เพราะโต๊ะใกล้เต็มแล้ว ใครอยากไปสนุกกับโลกมหัศจรรย์ก็รีบหน่อยนะ เพราะเขามีถึงแค่สิ้นเดือนมีนาคมนี้เท่านั้น

 
 
Mad Hatter's Afternoon Tea Party ราคาท่านละ 950 บาท และราคา 1,550 บาทสำหรับเพิ่ม Moet Rose Imperial Champaign 
ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่วันนี้ - 3 มี.ค. และทุกวันศุกร์-อาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 8-31 มี.ค.
Bangkok Trading Post Bistro & Deli ชั้น 1 โรงแรม 137 Pillars ซ.สุขุมวิท 39 คลองตัน โทร. 02-079-7000 BTS พร้อมพงษ์ www.fb.com/bangkoktradingpost