Jul 02 2018

restaurants

Casa Lapin กับการรีแบรนด์ดิ้งเพื่อเข้าสู่แฟรนไชส์กาแฟแบบเต็มตัว

จากบ้านกระต่าย สู่กระต่ายหูยาวโตเต็มวัย
แน่นอนว่าการมาเยือนเซ็นทรัลเวิลด์ครั้งนี้ของร้านกาแฟสายอินดี้ในตำนานอย่าง Casa Lapin น่าจะเป็นข่าวอึกทึกครึกโครมไม่น้อยในหมู่คาเฟ่ฮ็อปเปอร์ แต่ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ ว่าการก้าวเท้าเข้ามาเปิดบ้านกระต่ายเป็นครั้งแรกในห้างใหญ่ขนาดนี้ คือหนึ่งในความตั้งใจของหัวเรือใหญ่อย่าง พี่ต๋อง-สุรพันธ์ ทันตา ที่อยากจะทำให้ Casa Lapin เป็นแฟรนไชส์ร้านกาแฟอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยนั่นเอง
 
 
 
สาขาที่ 7 บนชั้น 3 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สะดุดตาเราตั้งแต่แรกด้วยโลโก้ที่เปลี่ยนไป จากรูปบ้านกระต่ายลายเส้นทรงเลขาคณิตสไตล์เด็กสถาปัตย์ กลายมาเป็นโลโก้รูปกระต่ายหูยาวที่ถูกลดทอนทุกอย่างลงมา และเพิ่มความพรีเมียมลงไปให้ดูเท่และเข้าใจง่ายมากขึ้น
 
รวมไปถึงอินทีเรียด้านใน ที่ก็ยังคงคอนเซ็ปท์ร้านกาแฟสไตล์มาสคิวลีน ผู้ชายเข้ามานั่งแล้วไม่เลี่ยน ผู้หญิงเข้ามานั่งแล้วไม่ต้องทำตัวแบ๊วมาก แต่ที่เพิ่มเติมมาคือการใส่ไลฟ์สไตล์แบบชาวเมโทรเข้าไปมากขึ้น ให้เหมาะกับโลเคชั่นใจกลางเมือง และสัดส่วนกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยแบบครึ่งต่อครึ่ง 
 
เพราะฉะนั้นเราเลยจะได้เห็น Casa Lapin ในธีม Runway Home ในบรรยากาศที่บาลานซ์ระหว่างความเป็นบาร์กาแฟจริงจังและบรรยากาศเหมือนนั่งเล่นอยู่บ้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวไว้ได้อย่างลงตัวที่นี่ที่แรก ในสาขาเซ็นทรัลเวิลด์เท่านั้น !
 
 
 
จะว่าไปแล้ว ถ้าเราจะเรียกสาขานี้ว่าเป็น Flagship Store ของแบรนด์ Casa Lapin เลยก็ไม่ผิด ดูได้จากความจริงจังของเมนูอาหารที่เพิ่มมากขึ้น อย่างพวกเมนูสาย All Day Breakfast เช่น Croque Madame (220 บาท) ใช้แป้ง Sourdough เป็นเบส ท็อปด้วยแฮม ผักโขมและเห็ดผัดไวท์ซอส แล้วก็โปะอีกทีด้วยไข่ดาวฟองโต

 
 
 
หรือจะเป็นเมนูอิ่มท้องของสายหวานอย่าง French Toast Berries (260 บาท) ที่ต้องยอมใจในความเนยนมไข่จัดเต็มของเฟรนช์โทสต์ร้านนี้ ต่อด้วย White Chocolate Yoghurt (180 บาท) เมนูละมุนลิ้นที่ช่วยเพิ่มความหวานให้ชีวิตได้ดีด้วยไวท์ช็อคโกแลตและกรีกโยเกิร์ต ท็อปปิ้งด้วยเบอร์รี่และบิสกิตต่าง ๆ

 
 
แต่ไฮไลท์ที่สุดเลยของ Casa Lapin สาขานี้ ที่ถ้าไม่พูดถึงคงต้องโดนมองค้อนแน่นอน คือเจ้าเครื่อง Steampunk เครื่องแรกและเครื่องเดียวในเซ็นทรัลเวิลด์ กลั่นช็อตกาแฟด้วยระบบคำสั่งดิจิทัล ทำให้รสชาติกาแฟทุกแก้วออกมาได้คุณภาพระดับพรีเมียมที่สุด โดยเราสามารถเลือกเมล็ด Single Origin สำหรับให้บาริสต้านำไปชงกับเครื่อง Steampunk ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดจากบ้านแม่จันใต้ และบ้านแม่ตอนหลวงที่เชียงใหม่เป็นต้น สนนราคาเริ่มต้นที่ 150 บาทต่อแก้วเท่านั้นจ้า
 
 
แถมให้อีกนิด เพราะเดี๋ยวจะหาว่าเป็นสาขาที่ครบครันไม่จริง เพราะพื้นที่ด้านหลังของ Casa Lapin สาขานี้ ถูกอุทิศอย่างจริงจังให้กับบาร์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลายทั้งปวง เริ่มตั้งแต่คราฟต์เบียร์ไทยยันคราฟต์เบียร์จากมิตรประเทศ ไปจนถึงทีเด็ดจำพวกเมนูม็อกเทลสายรีเฟรชชิ่งต่าง ๆ อาทิ Safe n' Sound (160 บาท) ที่มีเบสเป็นน้ำส้มและน้ำสับปะรดสกัดเย็น และอีกตัวที่เราชอบมากคือ Spicy Margarita (165 บาท) ที่จับเอา Virgin Margarita มาเพิ่มความแซ่บแบบไทย ๆ กระตุ้นต่อมรับรสให้เปิดก่อนทานอาหารมื้อหลักได้ดี
 
 
 
Soimilk Says: ต้องบอกเลยว่านี่น่าจะเป็นหนึ่งในแบรนด์กาแฟไทยไม่กี่แบรนด์ที่มาได้ไกลขนาดนี้ แล้วก็ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนโลโก้เอาเท่แค่นั้น แต่ Casa Lapin ยังมองไกลไปถึงการรีแบรนด์เป็นแฟรนไชส์กาแฟระดับประเทศที่ยังคงความคูลและความอินดี้ไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม การมาถึงของสาขาที่ 7 บนห้างยักษ์กลางกรุงแบบนี้ เราเลยการันตีไว้ได้เลย ว่าพี่เขาไม่ได้มาเล่น ๆ !

 
Casa Lapin ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (โซน Atrium) เวลาทำการ ทุกวัน 10:00-22:00 น. BTS ชิดลม,สยาม (เดินจากสถานีไหนใกล้กว่ากันสามารถดูได้จาก: ปริศนาทั้งหมดไขกระจ่างแล้ว ! ไปชอปที่ CTW ควรเดินไปขึ้นบีทีเอสที่สถานีไหนใกล้กว่ากันนะ ?) www.casalapin.com