May 09 2019

restaurants & bars

Pas Normal Studios x One Two Two Coffee Bar พิกัดใหม่ย่านเอกมัยของนักปั่นและนักดื่ม

ความคอลแลปส์รว้ายรว้าย
หากใครได้แวะเวียนมาแถว Acmen Ekamai แล้วเลยเข้าไปด้านในสักหน่อย น่าจะคงพบกับร้านเรียบ ๆ ที่ฝั่งซ้ายเป็นเคาน์เตอร์กาแฟ ส่วนฝั่งขวาเป็นเหมือนร้านขายเสื้อผ้าสักอย่าง ทั้งสองร้านใช้ประตูเดียวกัน และมีคนเข้าออกร้านกันอย่างเนืองแน่น ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือกลุ่มลูกค้าส่วนหนึ่งมักปั่นจักรยานมาด้วย 
 
 
นั่นเป็นเพราะที่นี่คือการคอลแลปส์เก๋ ๆ ระหว่างร้านแบรนด์เสื้อผ้าจักรยานระดับโลกอย่าง Pas Normal Studio และร้านกาแฟ One Two Two Coffee Bar จนกลายมาเป็นร้านเฉพาะกิจ Pas Normal Studio x One Two Two Coffee Bar ในย่านเอกมัยแห่งนี้นี่เอง
 
 
 
ต้องบอกว่าจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของร้านนี้เกิดมาจาก Pas Normal Studio ก่อน เพราะร้านแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับนักปั่นจักรยานจากเดนมาร์กแห่งนี้เปิดในประเทศไทยเรามาได้ประมาณ 3 เดือนแล้ว (ซึ่งก็เพิ่งเปิดได้ไม่นานนี้เอง) คุณ Sam Lu ผู้จัดการร้านสาขาประเทศไทยของ Pas Normal Studio แอบเล่าให้เราฟังในขณะที่เรากำลังเดินดูโปรดักส์ต่าง ๆ ภายในร้านไปด้วยว่าที่นี่ถือเป็นสาขาแรกใน South East Asia ของ Pas Normsl Studio เลย ซึ่งนั่นทำให้เราสงสัยเล็กน้อยว่าตลาดจักรยานบ้านเรานั้นใหญ่ถึงขนาดเลือกมาเปิดที่นี่เลยอย่างนั้นหรือ เพราะในมุมมองของเรา เมืองที่ไม่เป็นมิตรกับจักรยานเอาเสียเลยอย่างกรุงเทพฯ ไม่น่าจะเดินมาเส้นทางนี้ได้เลย

 
 
แต่คุณแซมกลับบอกกับเราว่าไม่ใช่อย่างที่เราคิดเลย เพราะที่จริงแล้วบ้านเราถือเป็นตลาดจักรยานที่ใหญ่อันดับ 3 ของเอเซีย รองจากญี่ปุ่นและเกาหลีเลยนะ หลาย ๆ ประเทศอย่างสิงคโปร์ หรือประเทศเพื่อนบ้านก็มักจะมาหาจักรยานในบ้านเรากันทั้งนั้น Pas Normal Studio เองก็เล็งเห็นถึงจุดนี้ เลยเลือกเปิดสาขาที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหนึ่งใน Flagship Store ที่มีอยู่ทั่วโลก นอกจากสินค้าของแบรนด์ที่มีทั้งเสื้อผ้าจักรยานแล้ว ยังมีพวก Casual Ware อย่างเสื้อยืด ถุงเท้า แว่นตา จำหน่ายอีกด้วย อย่างเสื้อผ้าจักรยานเองนั้นก็คัตติ้งเนี้ยบจากอิตาลีเลย ราคาอาจสูงไปนิด แต่สำหรับชาวนักปั่นแล้ว การมี Pas Normal Studio สักตัว ก็เหมือนมี Hermes ประดับเรือนร่างแบบนั้นเลย
 
 
โดยหลักแล้ว Pas Normal Studio ทั่วโลกจะมีร้านกาแฟควบคู่ไปด้วย เนื่องจากอยากให้เป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์ของทั้งคนรักจักรยาน และคนรักกาแฟ ซึ่งทั้ง 2 สิ่งอยู่คู่กันมาตลอดอยู่แล้ว นักปั่นจักรยานมักชอบดื่มกาแฟ และการมีร้านกาแฟในร้านเสื้อผ้าจักรยานจะช่วยให้พวกเขาพบปะ และอยู่ได้นานขึ้น แต่ละสาขาทั่วโลกก็จะเฟ้นหาร้านกาแฟที่เหมาะสมของเมืองนั้น ๆ มาเปิดร่วมกัน โดยเน้นเป็น Specialist Coffee และเป็นร้านที่มีคนรู้จักอยู่บ้างแล้ว ซึ่งจากการลิสต์ร้านและคัดเลือกมาทั้งหมด ทั้งคุณแซมและทีมงานฝั่งเดนมาร์กก็จิ้มมาว่าต้องเป็น One Two Two Coffee Bar นี่แหละ
 
 
ส่วน One Two Two Coffee Bar ก็เปิดสาขานี้มาช่วงปลายปีที่แล้ว ซึ่งหากใครรู้แบ็กกราวน์ร้านนี้มาก่อนก็พอจะรู้ว่าร้าน One Two Two สาขาแรกที่ศรีนครินทร์นั้นกลุ่มลูกค้ากลุ่มหนึ่งก็เป็นแก๊งปั่นจักรยานนี่แหละ จึงไม่แปลกที่ทาง Pas Normsl Studio จะเลือกร้านนี้มาแจมกันด้วย คุณต่อ - เทวินทร์ ชาติสุวรรณ และคุณหนึ่ง - กนกวรรณ วงศ์น้อมจิตร เจ้าของร้าน One Two Two Coffee Bar เล่าให้ฟังว่าร้านแรกจริง ๆ เลยคือ Totti Coffee ที่มีคุณพ่อเป็นเจ้าของ เป็น Family Brand และความชอบในจักรยานก็เริ่มมาตั้งแต่คุณพ่อแล้ว ภายหลังคุณต่อเริ่มมีความสนใจในกาแฟที่ต่างจากคุณพ่อออกไป จึงเปิดร้าน Onw Two Two ขึ้นมา โดยชื่อร้านก็มาจากวันเกิดของคุณต่อ (วันที่ 1) และคุณเล็ก (วันที่ 22) แถมพอรวมกันแล้วเป็นเลข 5 ซึ่งเป็นเลขทีมชาติที่คุณต่อใส่ตอนลงแข่งฮ็อกกี้น้ำแข็งตั้งแต่เด็กอีกด้วย

 
 
เมนูที่สาขานี้จะเน้นไปที่ความพรีเมียมมากขึ้น แต่ในความพรีเมียมนั้นก็ไม่ได้มาพร้อมกับราคาที่สูงลิ่ว ซึ่งเราแปลกใจมากที่ราคาแต่ละแก้วของที่นี่ไม่แพงเลย เพราะคุณต่อกับคุณเล็กนั้นอยากให้คนเข้าถึงกาแฟของพวกเขาง่ายขึ้น มาบ่อยได้โดยไม่ลังเล แต่คุณภาพก็ไม่ลดลง รวมถึงยังพยายามสร้างเมนูใหม่ ๆ ที่น่าสนใจออกมาอย่างต่อเนื่องด้วย อย่างเมนูซิกเนเจอร์ Espresso Coconut Pudding (90 บาท) ที่ฮิตมาตั้งแต่ร้านสาขาแรก ก็สามารถตามมาชิมได้ถึงสาขานี้ด้วย เอสเพรสโซช็อตราดลงบนพุดดิ้งมะพร้าวที่มีความหวานหอม แถมมีเนื้อมะพร้าวข้างในด้วย กลายเป็นเมนูเอสเพรสโซที่ดื่ม (เอ๊ะ หรือต้องใช้คำว่ากิน) ง่ายขึ้นมาเฉยเลย
 
 
 
ยังมีเมนูเก๋ ๆ ที่ทำให้ประสบการณ์การดื่มกาแฟเปลี่ยนไปอีกมากมาย อย่าง Sparking Orange (130 บาท) ที่ผสมกันระหว่างน้ำส้ม โซดา และเอสเพรสโซช็อต เสิร์ฟมาแบบสีสวย แบ่งเลเยอร์ชัดเจน เมนูนี้เกิดมาจากที่คุณต่อเห็นว่าร้านส่วนใหญ่ชอบใช้ Orangina ซึ่งสีจะจืด ๆ หน่อย แถมรสของส้มก็ไม่เด่นมากพอ เลยลองปรับใหม่โดยใช้น้ำส้ม 100% กับโซดาไปเลย หรือจะเป็นเมนูใหม่ล่าสุด PNS Dirty Mojito (150 บาท) ที่ถึงจะมีชื่อโมจิโต้ แต่ไม่ได้ผสมแอลกอฮอล์อะไร แต่เป็นการนำ Cold Brew มารวมกัยมิ้นต์ น้ำลิ้นจี่ และน้ำแครนเบอรี่ กลายเป็นเมนูเครื่องดื่มกาแฟสูตรใหม่ที่ขอยืนยันตรงนี้เลยว่าสั่งเถอะ เพราะมันสดชื่นมาก และดื่มง่ายขึ้นเยอะ ความผลไม้แบบเฟรช ๆ  อวลในปาก แล้วค่อยมีรสกาแฟมาปิดท้าย รักแก้วนี้ไปเลย

 
แต่ใครได้ยินชื่อโมจิโต้แล้วโกรธว่าทำไมไม่มีแอลอฮอล์ ก็ขอบอกว่าอย่าเพิ่งโกรธไป เพราะที่ร้านมีเมนูกาแฟแบบใส่แอลกอฮอล์ด้วยเหมือนกัน เช่น Black & White Russian (190 บาท) ที่ใช้เอสเพรสโซช็อตผสมกับ Kahlua, Bailey, คาราเมลไซรัป และท็อปด้วยช็อกโกแลตก้อนขูด ก็เหมาะกับการจิบช้า ๆ นิ่ง ๆ ไปเรื่อย ๆ นอกจากนั้นหากใครต้องการเพิ่มช็อตแอลกอฮอล์ต่าง ๆ ลงในเมนูกาแฟก็ทำได้เช่นกัน อย่าง PNS Drity Mojito ถ้าอยากใส่ว็อดก้าลงไปด้วยอีกหน่อยก็ได้เลย เพิ่มเงินอีก 40 บาทเท่านั้นเอง
 
 
สำหรับคอลาเต้ ลอง Soymilk Latte (100 บาท) ลาเต้หน้าตาธรรมดาแต่อร่อยมาก เพราะทางร้านใช้ Single Blend ด้วยเมล็ดเอธิโอเปียมาผสมรวมกับนมถั่วเหลือง ความเซอร์ไพรส์เลยคือพอจิบ ๆ ไป จะให้ความรู้สึกเหมือนกินนมสตรอเบอร์รี่ ! 
 
 
อีกแก้วที่คราวนี้บาริสต้าของทางร้านแนะนำเองอย่าง Survivor Shot (60 บาทสำหรับเมล็ดไทย 85 บาทสำหรับเมล็ดนอก) ซึ่งเป็นเอสเพรสโซ แมคคิอาโต ที่ก้นแก้วจะมีน้ำตาลรองอยู่ ด้านบนท็อปด้วยฟองนม พอกระดกพร้อมกันทั้งแก้วจะช่วยให้ครีมมีขึ้น และหวานปลาย เป็นช็อตที่ดื่มง่ายไม่บาดคอ แต่ตื่นไปทั้งวันทั้งคืนแน่นอน
 
Soimilk Says : สำหรับคอกาแฟที่ชอบอะไรใหม่ ๆ มากไปกว่ากาแฟเบสิคทั่วไป เราอยากให้มาลองจริง ๆ เพราะที่นี่มีกาแฟหน้าตาและรสชาติแปลกให้ลองมากมาย ซึ่งมันแสดงถึงความครีเอทของทางร้านและตัวบาริสต้า ที่เด็ดคือราคาไม่แรง และแปลกแต่รสชาติดี ไม่ใช่แปลกแต่รสก็แปลกไปด้วยแน่ ๆ ส่วนสายนักปั่นก็ต้องบอกว่านี่จะเป็นจุดหมายแห่งใหม่แน่ ๆ เพราะแว่ว ๆ มาว่าหลังจากนี้ในทุกวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือน จะมีกิจกรรมสำหรับทั้งนักปั่นและนักวิ่งด้วย ยังไงก็ไปติดตามกิจกรรมกันได้ที่เพจของทางร้านนะ
 
Pas Normal Studio x One Two Two Coffee Bar เปิดทุกวัน 8:00 - 18:00 น. Acmen Ekamai ก่อนถึงซ. เอกมัย 15 BTS เอกมัย www.fb.com/onetwotwocoffeexpns