Feb 14 2019

restaurants & bars

Paisley Tapas Bar & Restaurant ร้านทาปาสบาร์ที่อยากเห็นวัฒนธรรมการดื่มของเชียงใหม่เติบโตมากขึ้น

ค็อกเทลกับทาปาสนี่คือของคู่กัน
หลังจากที่เราวนเวียนอยู่รอบ ๆ คูเมืองเชียงใหม่กันมาสักพัก เลยถือโอกาสพาไปทำความรู้จักร้านใหม่ ๆ ในย่านโดยรอบบ้าง ซึ่งที่ศูนย์วัฒนธรรมเก่าเชียงใหม่ บริเวณถนนทิพย์เนตรนั้นยังมีทาปาสบาร์เก๋ ๆ ในเรือนไม้สไตล์ล้านนาซ่อนตัวอยู่ด้วยเช่นกัน Paisley Tapas Bar & Restaurant จึงน่าสนใจไม่น้อย เพราะอันที่จริง ทาปาสบาร์ในเชียงใหม่ก็น่าจะเป็นเรื่องใหม่ของคนเชียงใหม่เหมือนกันนะ
 
 
 
ก่อนหน้านี้พื้นที่ส่วนนี้ของศูนย์วัฒนธรรมเก่าเชียงใหม่เป็นซุ้มขันโตกทั้งหมด แต่เมื่อปีก่อนทางซุ้มขันโตกได้เลิกกิจการไป และปล่อยพื้นที่นี้ให้เช่าแทน คุณแอนดี้ และคุณคิร่า คู่สามี-ภรรยาชาวสิงคโปร์ที่หลงใหลและรักจังหวัดเชียงใหม่เอามาก ๆ จนถึงขั้นย้ายมาอยู่ที่เชียงใหม่เลย จึงเข้ามารังสรรค์พื้นที่ตรงนี้ ที่จริงแล้วบริเวณนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ร้าน Paisley เพียงอย่างเดียว เพราะยังมีร้านอาหารจีนโมเดิร์นในรูปแบบไฟน์ไดนิง แต่ราคาเอื้อมถึงอย่าง Ruyi Modern Chinese Cuisine และบาร์ซิงเกิลมอลต์ขนาดใหญ่โตอย่าง The Diplomat Single Malt Club รวมอยู่ด้วย 
 
 
 
หากดูเผิน ๆ จากภายนอกก็อาจไม่มั่นใจนิดหน่อยว่าเอ...เรือนไม้เก่าสไตล์ล้านนาแบบนี้จะมีเป็นทาปาสบาร์และร้านค็อกเทลจริง ๆ อย่างนั้นเหรอ นั่นเป็นเพราะทั้งคุณแอนดี้และคุณคิร่าไม่อยากเปลี่ยนแปลงอะไรของตัวเรือนมากนัก เพราะทั้งโลเคชัน และสิ่งปลูกสร้างก็สามารถสื่อสารถึงความเป็นเชียงใหม่ได้อย่างดีอยู่แล้ว สิ่งที่เขาเลือกทำคือการตกแต่งที่นำความเป็นเวสเทิร์นเข้ามาผสมเอาไว้อย่างกลมกลืน เรียกว่ามิกซ์แอนด์แมตซ์ และทวิสต์ให้ความคลาสสิคที่มีอยู่นั้นโมเดิร์นขึ้น ภายในร้านจึงถูกตกแต่งด้วยสีสันจัดจ้าน ที่ช่วยเพิ่มความอยากอาหารได้มากขึ้น และหยิบเอาแพตเทิร์นลาย Paisley สุดโบฮีเมียนที่เป็นที่มาของชื่อร้าน และเป็นลายที่คุณคืร่าชอบเป็นการส่วนตัว มาตกแต่งบรรยากาศของร้านทั้งหมดอีกด้วย

 
หากจะพูดถึงจุดเด่นของร้านนี้ ก็คงต้องยกให้ 2 อย่างคือทาปาส และค็อกเทล ที่ทางเชฟและมิกโซโลจิสต์เลือกครีเอทในการ Pairing ทั้งสองอย่างให้เข้ากันได้ดี และเอาเข้าจริงที่เชียงใหม่ก็ยังไม่ค่อยมีร้านที่ขาย Snack แบบทาปาสแบบจริงจังมากนัก (หรือเผลอ ๆ อาจยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ) ซึ่งที่ Paisley เน้นตรงนี้เพราะพวกเขารู้สึกว่าคนเชียงใหม่สนุกกับการดื่ม แต่วัฒนธรรมการดื่มของเชียงใหม่นั้นยังไม่ก้าวไปอีกขั้นสักเท่าไหร่ พวกเขาจึงอยากให้วัฒนธรรมการดื่มของชาวเชียงใหม่เติบโตมากขึ้นกว่านี้นั่นเอง 
 
 
จุดนี้เราเลยขอลองให้ทางร้านครีเอทเมนูค็อกเทลมาพร้อม ๆ กับทาปาสที่ Pairing กันได้ดี หรือจะกินเดี่ยว ๆ ก็เวิร์กอีกด้วย คุณยิม ผู้เป็นมิกโซโลจิสต์และดูแลเรื่องเครื่องดื่มทั้งหมดของที่นี่จึงขอลงมือสร้างสรรค์ค็อกเทลด้วยตัวเองไปพร้อม ๆ กับมิกโซโลจิสต์คนอื่นในร้านด้วยเลย โดยเลือกจัดแก้วแรกมาเป็น Strawberry Cheesecake (350 บาท) ค็อกเทลชื่อเหมือนของหวาน ที่มาในน้ำสีชมพูพาสเทลน่ารัก ๆ แก้วนี้มีเบสเป็นรัม ผสมเข้ากับสตรอเบอรี่ นำครีมสดและ Vanilla Extract มาตีเข้ามาด้วยกัน แก้วนี้จึงมีรสหวานเหมือนขนม หอมมันแบบชีสเค้กสมชื่อ เหมาะกับสายหวานที่ชอบดื่มเครื่องดื่มหวาน ๆ แต่แรง ๆ อยู่เหมือนกัน
 
 
Sex On The Paisley (350 บาท) เครื่องดื่มที่ชื่อคล้าย ๆ Sex On The Beach แก้วนี้ก็มีเบสเป็นรัมเหมือนกัน มิกซ์เข้ากับพีช แครนเบอรี่ และแอปเปิ้ล แค่ได้รู้ส่วนผสมก็ชื่นใจแล้ว และแก้วนี้ก็ชื่นใจจริง ๆ เป็นอีกแก้วดื่มง่ายและอร่อยทีเดียว

 
 
 
ส่วนทาปาสทั้งหมดนั้นได้เชฟเพอร์รี่ และเชฟวิลเลียมจากมาเก๊ามาช่วยรังสรรค์จานใหม่ ๆ ออกมาให้เราได้ลองชิม ทาปาสทั้งหมดของที่นี่จะเป็นแบบ Thai Twist ผสมทั้งความเวสเทิร์น และความเป็นไทยเข้าไว้ด้วยกัน เราลองสั่งไก่ย่าง (280 บาท) ที่หน้าตาธรรมดา แต่รสชาตินี่ไม่ธรรมดาจริง ตัวไก่ถูกหมักเข้ากับตะไคร้ ย่างด้วยซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน ความดีงามคือตัวซอสพีนัตสับปะรดที่ให้ความรู้สึกเหมือนซอสสะเต๊ะนิด ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความทรอปิคัลหน่อย ๆ เรียกว่าเป็นทาปาสที่เข้ากับตัว Sex On The Paisley อยู่เหมือนกันนะ
 
 
อีกจานหนึ่งที่น่าสนใจคือ Chef's Perry Aubergine (230 บาท) มะเขือม่วงลูกโตถูกหั่นเป็นชิ้น ๆ คล้านเนื้อในออก แล้วนำเนื้อในไปผัดกับส่วนผสมต่าง ๆ ที่เชฟเพอร์รี่คิดค้นขึ้นมา จากนั้นนำไส้ใส่ดข้าไปในมะเขือม่วงอีกครั้ง  เห็นหน้าตาครั้งแรกอาจจะช็อกนิดหน่อย (โดยเฉพาะคนไม่ค่อยถูกกับมะเขือม่วงอย่างเรา) แต่ปรากฎว่ากินไม่ยากอย่างที่คิด กลิ่นมะเขือไม่แรงเกินไป ไส้ก็เข้มข้นดีเลย แต่ชิ้นนึงอาจใหญ่ไปนิด ตัดแบ่งกินก็ดีนะ

 
 
 
ส่วนอีกสองจานที่เหมาะกับการกินคู่กับค็อกเทลคือกุ้งพันแคร์รอต (180 บาท) ที่ทอดมากรอบกำลังดี ข้างในใส่ไส้กุ้ง แคร์รอต และข้าวโพดอ่อน จิ้มกับน้ำจิ้มที่รสชาติคล้ายยำถั่วพลู อีกหนึ่งจานกับอาหารสไตล์เวสเทิร์นอย่าง Paisley Signature Linguine (250 บาท) รสชาติมาตรฐาน ไม่หนักมาก พอกินได้เพลิน ๆ  
 
 
ทางมิกโซโลจิสต์ยังจัดแก้วพิเศษทิ้งท้ายที่ถือว่าเป็นไฮไลต์ของที่นี่ นั่นคือการรีเควสให้มิกโซโลจิสต์จัดค็อกเทลสูตรพิเศษที่ไม่มีอยู่ในเมนูให้เป็นพิเศษได้เต็มที่ เราบอกความต้องการพร้อมกับอาหารบนโต๊ะที่มีอยู่ให้กับมิกโซโลจิสต์ฟัง เลยจัดเป็น Paisley Gin Fizz (350 บาท) มาให้ ที่แก้วนี้จะออกครีมมี่หน่อย ๆ จากไข่แดงที่ใส่เข้ามาด้วย เพื่อให้ pairing กับจานลิงกิวนี่ที่รสไม่จัดมากเข้าไปด้วย ซึ่งถือว่าเป็นความสนุกและประสบการณ์ใหม่ ๆ ของการดื่มที่ยกระดับไปอีกขั้น สมกับที่ทางร้านตั้งใจไว้แต่แรกเลยแหละ

 
Soimilk Says: สำหรับเราที่ได้ลองค็อกเทลมาจากกรุงเทพฯ หลายต่อหลายร้าน ก็ต้องบอกว่าค็อกเทลของที่นี่ถืออยู่ในขั้นมาตรฐาน ยังไม่ได้ว้าวอะไรนัก ส่วนทาปาสแต่ละจานก็ขอยกเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ในการหยิบเอาอาหารไทยมาทำเป็นทาปาสให้ได้ลองชิมกัน แต่ถ้ามองในมุมของร้านค็อกเทลและทาปาสในเชียงใหม่แล้ว ก็ต้องยอมเขาแหละว่าในเชียงใหม่ยังไม่มีร้านแบบนี้เท่าไหร่นักจริง ๆ ซึ่งก็น่าจะเป็นโอกาสดี ๆ ที่ชาวเชียงใหม่จะได้สนุกกับการกินดื่มมากขึ้นแหละเนอะ
 
Paisley Tapas Bar & Restaurant ศูนย์วัฒนธรรมเก่าเชียงใหม่ ถ.วัวลาย หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โทร. 088-261-6028 fb.com/paisleytapasandrestaurant