Sep 24 2018

restaurants & bars

ปฏิวัติการกินอะโวคาโดที่ Oh! Vacoda Cafe

อะโวคาโด คาโด คาโด /ทำนองเพลงกาโว
ถ้าจะให้ลองคิดว่า มีอะไรบ้างนะที่คนเราไม่รักก็เกลียดเลย ก็อาจจะคิดออกว่าเป็นอาหารอินเดีย ที่คนชอบเครื่องเทศก็คงเลิฟ แต่ถ้าไม่ก็คงยี้ หรืออูนิ (ไข่หอยเม่น) ที่ใครชอบก็กรี๊ดกร๊าดอยากกินบ่อย ๆ แต่ถ้าใครเจอคาว ๆ เข้าไปก็เบือนหน้าหนีเลย แต่ยังมีอีกอย่างที่เราพอนึกออก นั่นคือผลไม้ลูกเขียว ๆ ขนาดเหมาะมือ ที่มักนำมาทำของคาวมากกว่าอย่าง "อะโวคาโด" ที่ใครชอบก็ชอบเหลือหลาย แต่ถ้าเกลียดก็สาปส่ง ขอไม่กินอีกแล้วชาตินี้เหมือนกัน เพราะบางทีเจอดี ขมบ้าง แหยะบ้าง 
 
 
 
แต่การกินอะโวคาโดจะต้องเปลี่ยนไป เมื่อตอนนี้เรามีคาเฟ่ที่ทุกเมนูในร้านมีส่วนประกอบของอะโวคาโดอยู่ด้วยอย่าง Oh! Vacoda Cafe คาเฟ่สีพีชกลางอารีย์ที่เพิ่งเปิดซิง ๆ ได้ไม่ถึงเดือน ซึ่งหนึ่งในเจ้าของร้านก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล เพราะคุณเพียงพลอย-รุจิยาทร โชคสิริวรรณ เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของร้านคาเฟ่ในย่านอารีย์ที่มีมาช้านานอย่าง Porcupine Cafe แถมยังเป็น Food Writer ของ Soimilk เราเองนี่แหละ (แต่ไม่ต้องห่วง ถึงจะเป็นนักเขียนของเรา แต่เราก็จะรีวิวอย่างตรงไปตรงมา ชอบก็บอกชอบ ไม่ชอบก็บอกไม่ชอบนะ)
 
 
 
คุณเพียงพลอย และคุณบอม-วัชรพงษ์ ทองยาน เจ้าของร้าน เล่าให้เราฟังว่าเดิมทีพื้นที่บริเวณปากซอยอารีย์สัมพันธ์ 4 แห่งนี้เป็นร้านซักรีดมาก่อน ตอนที่มาดูสถานที่ก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะออกมาเป็นร้านได้อย่างไรเพราะขนาดก็ไม่ได้ใหญ่มาก แต่จนแล้วจนรอดทั้งคู่ก็ได้ช่วยกันออกแบบ พร้อมกับมีคุณอ๋อง-ฉัตรเฉลิม งามมีศรี อินทีเรียดีไซน์เนอร์อีกคนมาช่วยด้วย การตกแต่งร้านได้แรงบันดาลใจมาจากคาเฟ่ฝั่งแคลิฟอร์เนีย-ไมอามีในยุค 60's - 70's ทั้งการเลือกสีสันของร้านที่เป็นสีพีชน่ารัก ๆ การจัดไฟภายในร้าน การออกแบบที่นั่งนอกร้าน หน้าต่างของร้านที่เป็นวงรีเหมือน Yellow Submarine ไปจนถึงโลโก้ และของตกแต่งภายในร้านที่เป็นของวินเทจ ทั้งหนังสือเก่า และของเล่นเก่าก็ขนกันมาหมด

 
 
นอกจากนี้ทางร้านยังถูกละเลงไปด้วยฝีแปรงและปลายปากกาของศิลปินมากหน้าหลายตามาร่วมกันปล่อยของ อาทิ Julie Baker and Summer หรือเตว-Lovesyrup ก็แอบมาฝากงานไว้บนกำแพงร้านนี้เหมือนกันนะ ส่วนเคาน์เตอร์ที่เราเองชอบมากเพราะมันวินเทจสุด ๆ เจ้าของร้านแอบกระซิบกับเราว่าไม่ได้ไปหามาจากไหนเลย มาจากเจ้าของสถานที่เดิมนั่นแหละ แต่มันเข้ากับร้านมากจริง ๆ จนถือเป็นความโชคดีไปนะ
 
 
 
ส่วนเรื่องเมนูอย่างที่เกริ่นไปแต่แรกว่า ทางร้านจับเอาอะโวคาโด้ใส่เข้าไปในทุกเมนูได้อย่างเหนือชั้น เพราะคุณเพียงพลอยและคุณบอมต้องการที่จะให้ที่นี่เป็นร้านที่สามารถเปลี่ยนคนเกลียดอะโวคาโด ให้มาชอบอะโวคาโด้ให้ได้ เพราะอะโวคาโด้ถือเป็นอีกหนึ่ง Super Fruit ที่กินดีมีประโยชน์ แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจว่ามันดีขนาดไหน และด้วยความชอบอะโวคาโดของเขาทั้งสองก็ทำให้คิดเมนูต่าง ๆ ออกมาได้เยอะมาก จึงลองปรุงออกมาให้ครอบครัวชิมก่อน และก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดี เลยเปิดคาเฟ่อะโจคาโด้จริง ๆ จัง ๆ เสียเลย

 
เมนูเค้กที่ดูแค่หน้าตาก็จะไม่รู้เลยว่ามีส่วนประกอบของอะโวคาโดอยู่ด้วยอย่างนั้นเหรอ อย่าง White Chocolate Avocado Loaf (125 บาทต่อชิ้น)  Lemo Cado loaf (145 บาทต่อชิ้น) และ Avocado Chocolate Bundt (155 บาทต่อชิ้น) ก็ดูหน้าตาเหมือนเค้กช็อกโกแลตทั่วไป แต่พอลองชิมแล้วก็รู้สึกถึงอะโวคาโดอยู่ปลายคำ ถึงตอนนั้นจึงรู้ว่าเค้กทุกก้อนที่วางอยู่ตรงหน้านี้มีอะโวคาโดเป็นส่วนประกอบทั้งนั้น ยอมใจในการหลอกล่อให้คนไม่ชอบอะโวคาโดมากินอะโวคาโดให้ได้จริง ๆ เพราะกินง่ายเหมือนเค้กทั่วไปมาก ๆ
 
 
 
 
เมนูเครื่องดื่มอีกอย่างที่ถือเป็นซิกเนเจอร์ของร้านที่เราอยากให้ลองคือ Avoothie (150 บาท) ที่นับเป็นเมนูแรก ๆ ที่เจ้าของร้านคิดค้นขึ้นมา ด้วยความตั้งใจปนสงสัยว่าเราจะทำให้อะโวคาโดกลายเป็นเครื่องดื่มที่กินได้ทุกวันเหมือนกาแฟยามเช้าได้บ้างไหม ประกอบกับการที่ทั้งคู่คลุกคลีอยู่กับการทำเครื่องดื่มต่าง ๆ จากการดูแลร้าน Porcupine Cafe มานานกว่า 5 ปี จึงไม่แปลกที่เขาจะเชี่ยวชาญเรื่องเครื่องดื่มเป็นพิเศษ Avoothie หนึ่งขวดทำมาจากอะโวคาโดหนึ่งลูกครึ่ง นำมาปั่นสด ๆ โดยไม่ใส่นมหรือน้ำแข็งเลย ปั่นจนเนื้อเนียนข้น และนำไปแช่เย็นรอเสิร์ฟ ทำสดวันต่อวันและมีจำนวนจำกัดประมาณ 20 ขวด หมดแล้วหมดเลยนะ ขอบอกว่ากินขวดเดียว ได้ทั้งไขมันดี วิตามิน และสารอาหารครบแบบไม่ต้องกินอะไรอีกแล้วเลย คออะโวคาโดน่าจะชอบ แต่ถ้าใครเป็นมือใหม่ ถือว่าขวดนี้น่าจะสตรองไปนิด  

 
อย่างที่บอกว่าเรื่องเครื่องดื่มพวกเขาไม่เป็นสองรองใคร อย่างเมนูกาแฟ Affocado (145 บาท) กาแฟช็อตเข้ม ๆ ราดลงบนไอศกรีมเนื้อเนียนที่ผสมอะโวคาโดอยู่ด้วย ขอบอกว่าเข้ากันได้ดีมาก ๆ และ Cacao-Cado (ร้อน 100 บาท/ เย็น 110 บาท) ก็เป็นอีกเมนูที่ดูยังไงก็ไม่รู้ว่ามีอะโวคาโดเป็นส่วนประกอบ คุณบอมนำอะโวคาโดมาตีกับช็อกโกแลตจนข้นเหนียว นำมาราดลงบนนมสด ก่อนดื่มคนให้เข้ากัน ขอบอกว่าอะโวคาโดกับช็อกโกแลตก็เข้ากันได้ดีไม่ต่างจากกล้วยหรือสตรอเบอร์รี่เลย
 
 
 
ยังมีเมนูของหวานจากอะโวคาโดที่น่าสนใจให้ได้ลองอีกเยอะแยะ เราชอบของหวานตระกูลชีสเค้กอย่าง Avocado Cheesecake Pudding Parfait (175 บาท) ที่สายหวานไม่น่าพลาด แม้แก้วนี้จะหวานไปนิดสำหรับเรา แต่สำหรับใครที่อยากลองกินอะโวคาโดแต่กลัว ไม่กล้าลอง เราอยากให้เริ่มที่เมนูนี้ เพราะกินง่ายสุดแถมยังไม่รู้สึกถึงอะโวคาโดเลย (แม้ชั้นสีเขียว ๆ ในแก้วนั่นจะเป็นอะโวคาโดแน่นอน) กับจุดจบสายเปรี้ยวที่ถ้าได้กินต้องลงไปฟินกับพื้นเหมือนเราอย่าง Avocado Lemon Chunk Cheesecake (155 บาท) เลมอนชีสเค้กที่สอดไส้อะโวคาโดชิ้นโตแบบไม่หวง ราดน้ำผึ้งป่าที่กินกับเลมอนชีสเค้กแล้วเข้ากันมาก อะโวคาโดเนื้อหอมมันที่ไม่ขมเลย ก็อร่อยมากจริง ๆ เมนูนี้มีสิบให้สิบ มีร้อยให้ร้อย ยอมใจ

 
 
 
นอกจากเมนูของหวานแล้ว Oh! Vacoda Cafe ยังมีเมนูอาหารให้ได้อิ่มท้องกันด้วย และแน่นอนว่าก็ต้องมีอะโวคาโดเป็นส่วนประกอบ กับเมนูบ้าน ๆ อย่าง กะเพราอะโวคาโดชิปส์ (190 บาท) แม้จะดูเหมือนเมนูข้าวผัดกะเพราธรรมดา แต่กว่าจะคิดค้นออกมาได้ก็ใช้เวลานานกว่า 4-5 เดือนเลย เพราะอย่างที่รู้ว่า อะโวคาโดไม่สามารถโดนความร้อนมาก ๆ ได้ เพราะจะขมทันที ดังนั้นเราจะทำอย่างไรให้นำอะโวคาโดมาปรุงร้อนได้โดยที่ไม่ขม จึงออกมาเป็นข้าวกะเพราหมูสับเผ็ดแซ่บ กินคู่กับอะโวคาโดที่นำไปคลุกกับผงสไปซี่กะเพรา ชุบไข่ คลุกเกล็ดขนมปัง แล้วนำไปทอดในความร้อนที่ทดลองมาแล้ว จานนี้จึงอร่อยไปอีก แนะนำให้ชิมตอนร้อน ๆ อะโวคาโดจะยังกรอบอร่อยอยู่ แต่ตัวกะเพราะอาจเผ็ดไปหน่อยสำหรับคนไม่กินเผ็ด (เพราะเลือกระดับความเผ็ดไม่ได้) 
 
อีกจานคือ Avocado Bacon Pancake With Souffle (235 บาท) แพนเค้กเบคอนชิ้นหนา โปะด้วยอะโวคาโดฝาน ท็อปด้วยไข่ซูเฟล่ ราดน้ำผึ้งป่า จานนี้ก็ถือว่าสตรองเลยสำหรับคนยี้อะโวคาโดเพราะมากันเป็นชิ้น ๆ สด ๆ แต่เราอยากให้ลองกินพร้อมกันทีเดียวทุกอย่าง แล้วจะรู้ว่ามันเข้ากันจริงอะไรจริง
 
 
 
ล้างคอกันด้วยชาอะโวคาโด (?) ที่มีให้เลือกถึง 6 กลิ่น (กาละ 140-160 บาท) เป็นชาที่ผสมเม็ดอะโวคาโดลงไปด้วย ซึ่งเจ้าเม็ดอะโวคาโดมีสรรพคุณช่วยสลายไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ด้วยนะ และยังได้พี่ส้ม เจ้าของร้าน The Orange's Tea ที่เชี่ยวชาญเรื่องชาเอามาก ๆ มาช่วยเบลนด์ชาทั้ง 6 กลิ่นให้ (อ่านเรื่องราวของร้าน The Orange's Tea ได้ที่นี่) ถือว่าเป็นการปิดท้ายมื้ออะโวคาโดนี้ได้อย่างคล่องคอและลื่นไหลดีทีเดียว

 
Soimilk Says: ถ้าจะพูดว่าร้านนี้เป็น Bangkok-Styled Avocado ก็คงไม่ผิด เพราะหลาย ๆ เมนูถูกพัฒนามาแล้วว่าจะต้องถูกปากคนไทยแน่ ๆ เรามองเห็นว่าบางเมนูตั้งใจครีเอทออกมาเพราะอยากให้คนไม่ชอบอะโวคาโด หรือยังไม่เคยลองกินอะโวคาโด ได้กินมันอย่างง่าย ๆ (มาเป็นผัดกะเพราคุ้นลิ้นขนาดนี้ ใครว่ายังกินยากอีกนี่จะตี ๆๆ) เห็นว่าอนาคตก็จะมีเมนูใหม่ ๆ สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้เบื่อกันด้วย แถมยังจะมีสินค้าต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอะโวคาโดมาจำหน่ายด้วย อย่างหมวกปักลายอะโวคาโด ฟิกเกอร์น้องอะโวคาโดตั้งโชว์น่ารัก ๆ เรียกว่าต่อไปถ้าคิดถึงอะโวคาโด เราน่าจะคิดถึงที่นี่เป็นอันดับต้น ๆ เลยล่ะ
 
Oh! Vacoda Cafe 1/1 ซ. อารีย์สัมพันธ์ 4 เวลาทำการ ทุกวัน 10:00-22:00 น. โทร. 090-986-4779 BTS อารีย์ (ต่อพี่วินหรือตุ๊กตุ๊ก) www.fb.com/ohvacodabkk