Jan 21 2019

news

เอาชีวิตรอดจากซอมบี้มาตีซี้กับทีมนักแสดง Kingdom ซีรีส์เกาหลีเรื่องแรกของ Netflix Original

อยากให้ยาวสัก 16EP
ยังจำกันได้หรือเปล่าว่าเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เราได้คาบข่าวคราวเกี่ยวกับ บรรดาซีรีส์มากมายที่จะยกขบวนมาถล่มหน้าจอ Netflix ของเพื่อน ๆ ทุกคนตลอดปี 2562 นี้ ซึ่งแน่นอนว่าหนึ่งในไฮไลท์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ Kingdom ซีรีส์ Netflix Original สัญชาติเกาหลีเรื่องแรกที่ได้ 3 นักแสดงชื่อดังแห่งแดนโสมที่เราคุ้นหน้าคุ้นตามาร่วมงานกัน อาทิ เจ้าชายเย็นชา จู จีฮุน สาวโคลนนิงจากคลาวด์ แอตลาส แบ ดูนา และเจ้าของรางวัลแดซังสาขาภาพยนตร์ครั้งที่ 49 รยู ซึงรยง เห็นรายชื่อแล้วก็บอกได้เลยว่า ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้มาเล่น ๆ แน่นอน!
 
 
อย่างแรกเราต้องมาปรับพื้นฐานวิชา Kingdom กันก่อนดีกว่า ซีรีส์เรื่องนี้จะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปสัมผัสกลิ่นอายแห่งยุคโชซ็อน ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะนอกจากปัญหาการทุจริตในหมู่ข้าราชการ ความอดอยากยากจนของประชาชน แผ่นดินยังต้องมาสั่นคลอนด้วยข่าวลือลึกลับเรื่องการสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์ ซ้ำร้ายแล้วยังรวมถึง “โรคระบาดปริศนา” ที่คนติดเชื้อไม่ตาย แต่ดันกระหายเลือดเนื้อแทน ร้อนถึงหูองค์รัชทายาท (รับบทโดยจู จีฮุน) ต้องลงมือลงแรงสืบสวนด้วยตนเอง และปกป้องราษฎรในอาณาจักรไว้ให้ได้
 
ภาพโดย JUHAN NOH/Netflix
 
แค่อ่านเรื่องย่อบวกกับดูตัวอย่างซีรีส์ ก็แทบรอดู Kingdom ทั้งซีซันไม่ไหวแล้ว ! แต่ระดับ Soimilk ทั้งที เราไม่ได้มีแค่เรื่องย่อพารากราฟเดียวมาเขียนคอนเทนต์หรอกนะ ขอสารภาพตรงนี้เลยแล้วกันว่าเมื่อเดือนมีนาคมปีก่อน เรามีโอกาสบินลัดฟ้าไปบุกกองถ่ายซีรีส์ซอมบี้เกาหลีเรื่องนี้ถึงกรุงโซล นั่งดูการถ่ายทำแบบสด ๆ กินข้าวกองถ่ายแบบเรียล ๆ และได้กระทบไหล่สัมภาษณ์ทีมนักแสดงนำ ผู้กำกับ ผู้ประพันธ์ และสไตลิสต์ของ Kingdom กันแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุด ๆ เลยล่ะ

ซีรีส์ Kingdom ได้ผู้กำกับมากฝีมือ คิม ซ็องฮุน ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง The Tunnel มาดูแลซีรีส์ความยาว 6 ตอนที่อัดแน่นไปด้วยเส้นเรื่องดราม่าเข้าข้น ดัดแปลงมาจากการ์ตูนออนไลน์เรื่อง Land of the Gods ผ่านปลายปากกาของ คิม อึนฮี นักประพันธ์หญิงที่ต้องการเปิดเผยความแตกต่างระหว่างชนชั้นในสมัยโชซ็อน ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง พยาบาล หรือสามัญชน ซึ่งเธอยังเสริมด้วยอีกว่า “มีผู้คนมากมายที่ต้องทรมานจากความหิวโหยหลังสงคราม นั่นก็คือเหตุผลที่ฉันเลือกนำเสนอเรื่องราวผ่านยุคโชซ็อนค่ะ”
 
ภาพโดย JUHAN NOH/Netflix
 
ต้องยอมรับว่ามีซีรีส์มากมายที่ดำเนินเรื่องราวในยุคสมัยโชซ็อน ยกตัวอย่างง่าย ๆ เลยก็อย่าง แดจังกึม จางอ๊กจอง หรือหมอโฮจุน (รู้อายุนักเขียนเลยทีเดียว) แต่ผู้กำกับ Kingdom ก็มั่นใจว่าซีรีส์เรื่องนี้จะแตกต่างออกไปอย่างแน่นอน “สิ่งที่ทำให้ Kingdom แตกต่างจากซีรีส์โชซ็อนเรื่องอื่น ๆ เป็นอย่างแรกเลยก็คือ เส้นเรื่องและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อมาก็คือเทคนิคการนำเสนอที่เข้มข้นมาก ๆ เพราะว่าคาแรกเตอร์แต่ละตัวต่างก็ต้องเผชิญหน้ากัน ต้องได้ฟาดฟันอารมณ์กันอยู่ตลอดเวลาด้วยครับ”
 
นอกจากจะมีซีรีส์โชซ็อนแบบนับไม่ถ้วน ถ้าพูดถึงซีรีส์ซอมบี้ก็เยอะไม่แพ้กัน แต่ผู้ประพันธ์ของเราเชื่อว่า Kingdom จะแตกต่างออกไป “แต่ละประเทศต่างก็มีตำนาน เรื่องราว หรือประวัติศาสตร์ที่ไม่เหมือนกัน ฉันจึงกลับไปศึกษาแล้วพบว่ามีผู้คนมากมายที่เสียชีวิตอย่างไร้สาเหตุในสมัยโชซ็อน แล้วก็บวกกับจินตนาการของตัวเองเข้าไปว่าซอมบี้อาจจะเป็นสาเหตุของมันก็ได้ค่ะ” แต่ว่าสิ่งที่เธอต้องการสื่อจริง ๆ ก็คือบาดแผลทั้งทางร่างกายและจิตใจจากความหิวโหยและความยากจนข้นแค้น รวมถึงความเห็นอกเห็นใจในเพื่อนมนุษย์ด้วยกันท่ามกลางสถานการณ์ที่แสนทรมาน

ในส่วนของการร่วมงานกับ Netflix ผู้กำกับได้กล่าวว่า “อย่างที่ทุกคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า Netflix เป็นแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่สร้างสรรค์แต่สิ่งใหม่ ๆ และสิ่งที่ท้าทาย ผมเชื่อว่า Netflix นี่แหละคือประตูที่เปิดกว้างสำหรับซีรีส์เรื่องนี้” นอกจากนี้ ผู้ประพันธ์หญิงของเรายังเสริมอีกว่า “ฉันทำงานเขียนมากว่า 15 ปี มันทำให้ฉันรู้ว่าในวงการนี้มีขีดจำกัดอยู่ แต่พอได้มาร่วมงานกับ Netflix ฉันก็สามารถเป็นตัวเองและสร้างสรรค์เรื่องราวได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีข้อแม้เลย”
 
ภาพโดย JUHAN NOH/Netflix

 
อีกเรื่องที่เราสนใจก็คือเครื่องแต่งกาย (Costumes) เพราะถ้าเป็นซีรีส์ตะวันตกที่มีความเป็นสากลอย่าง Walking Dead ก็พอนึกภาพออกว่า ซอมบี้คงจะใส่กางเกงยีนส์กับเสื้อยืดหรือแจ็กเก็ตสักตัว แต่พอเป็นซอมบี้เกาหลี เรากลับยังไม่มีภาพชัด ๆ ในหัวเสียทีเดียว โชคดีที่สไตลิสต์ของ Kingdom มานั่งเล่าให้ฟังว่า “ตอนที่ผมครีเอทลุคของซอมบี้สมัยโชซ็อนขึ้นมา ผมโฟกัสไปที่สถานะของพวกเขาก่อนกลายร่างมาเป็นซอมบี้ ซึ่งหมายความว่าพวกเขาก็เคยเป็นมนุษย์ธรรมดา ๆ มาก่อนนี่แหละ ซึ่งผมพยายามส่งต่อความสวยสดงดงามของเครื่องแต่งกายและผู้คนสมัยโชซ็อนให้ถูกต้องที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์หรือชาวบ้านธรรมดา แต่หลังจากพวกเขากลายเป็นซอมบี้ สัญชาตญาณของมนุษย์ก็มลายหายไป มีแต่ความเกรี้ยวกราดมาแทนที่"
 
"แล้วก็มีเรื่องสีอีกที่ต้องระวังมาก ๆ อย่างเช่น องค์รัชทายาทที่ต้องปรากฎตัวทั้งในฉลองพระองค์ชั้นสูง ส่วนใหญ่จะเป็นสีทอง เขียว แดง และเสื้อผ้าธรรมดาแบบสามัญชน จะเป็นสีน้ำตาลหรือขาวเรียบ ๆ เราก็มีหน้าที่นำเสนอให้ถูกต้องและเหมาะสมด้วยครับ”
 
ภาพโดย JUHAN NOH/Netflix
 
ผู้กำกับศิลป์ยังเสริมอีกด้วยว่า “ตอนที่อ่านบท ผมต้องคิดไปด้วยว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ผู้คนเหล่านี้กลายเป็นซอมบี้ ปรากฎว่ามันเป็นผลจากการกระทำอันชั่วร้ายในวังหลวง หลังจากนั้นเชื้อก็เลยระบาดไปทั่ว ผมก็ต้องมานั่งคิดอีกว่า แล้วเชื้อชีวภาพนี่มันจะระบาดยังไง ต้องดูสารคดีเยอะมากเพื่อศึกษาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น สีผิวของผู้คนในสมัยโชซ็อน เป็นต้น”

ความพิเศษอีกอย่างของซีรีส์ Kingdom คงหนีไม่พ้นบรรยากาศวังหลวงจากสถานที่จริง! ทางทีมงานสู้สุดใจจนได้รับการอนุญาตให้ถ่ายทำใน พระราชวังคย็องฮี ที่สร้างขึ้นในช่วงราชวงศ์โชซ็อนตอนปลาย และ พระราชวังชางด๊อกกุง ที่สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าแทจงแห่งราชวงศ์โชซ็อน ซึ่งผู้กำกับศิลป์ได้กล่าวว่า “โชคดีสุด ๆ เลยที่ได้รับโอกาสนี้”
 
ภาพโดย JUHAN NOH/Netflix
 
มาถึงในส่วนของนักแสดงกันบ้าง องค์รัชทายาท จู จีฮุน เล่าให้เราฟังว่า “ในซีรีส์ พวกเราถูกจู่โจมโดยซอมบี้ ซึ่งสมัยก่อนผู้คนก็ต้องร่วมกันปกป้ององค์ชายรัชทายาท ถูกไหมครับ ถึงผมจะ [รับบท] เป็นรัชทายาทก็จริง แต่ผมก็ยังสงสัยนะว่าทำไมประชาชนต้องมาปกป้องผมด้วย ซึ่งพอถ่ายทำ Kingdom ไปเรื่อย ๆ ก็ทำให้ผมเข้าใจเหตุผลและมุมมองที่แตกต่างของผู้คนแต่ละชนชั้นมากขึ้นครับ”
 
ภาพโดย JUHAN NOH/Netflix

 
สำหรับ แบ ดูนา นางเอกคนสวยของเราก็ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ซีรีส์ Kingdom นี้ท้าทายสุด ๆ ไปเลยค่ะ เพราะนอกจากจะเป็นซีรีส์ย้อนยุคเรื่องแรกของฉันแล้ว การถ่ายทำก็ยากลำบากสุด ๆ บางครั้งเราต้องออกกองทั้ง ๆ ที่อากาศหนาวแตะ -15 องศาเซลเซียส แล้วดูเสื้อผ้าพวกนี้สิคะ [ตอนให้สัมภาษณ์เธอใส่ชุดฮันบกสีขาว ที่ดูแล้วไม่มีวี่แววว่าจะกันหนาวได้เลย] มันค่อนข้างท้าทายทุกคนมาก ๆ เลย”

นอกจากนี้ เธอยังไขข้อสงสัยอีกว่า ทำไมถึงตัดสินใจกลับมาเล่นซีรีส์เกาหลีหลังจากโกอินเตอร์ไปฮอลลีวูดโน่นแล้ว “เหตุผลหลักที่ฉันตอบตกลงเล่นซีรีส์เรื่อง Kingdom ก็เพราะว่าฉันมั่นใจในตัวผู้กำกับ คิม ซ็องฮุน มาก ๆ ค่ะ หลังจากร่วมงานกันในภาพยนตร์เรื่อง The Tunnel ฉันก็สัญญากับตัวเองไว้เลยว่า ถ้ามีโอกาสได้ร่วมงานกับคิม ซ็องฮุนอีกเมื่อไหร่ ถึงจะแค่ฉากเดียว ฉันก็เต็มใจค่ะ”
 
ภาพโดย JUHAN NOH/Netflix
 
เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่เราตื่นเต้นที่สุดก็คือการไปนั่งดูการถ่ายทำจริง ๆ ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงัดหลังผู้กำกับลั่นคำว่า “แอคชัน!” มีเพียงแค่เสียงพูดโต้ตอบระหว่างแบ ดูนา กับจู จีฮุน ที่เข้าฉากพร้อมกันพอดิบพอดีในวันนั้น ถ้าใคร binge watch ซีซันแรกจบเมื่อไหร่ (จบในคืนเดียวแน่ ๆ เพราะมีแค่ 6 ตอน) ก็กดเพิ่มเข้าลิสต์รายการโปรดไว้ได้เลย เพราะเขาจะเริ่มถ่ายทำซีซันต่อไปกันในเดือนกุมภาพันธ์นี้แล้ว!

เตรียมรับชม Kingdom ซีรีส์เกาหลีเรื่องแรกของ Netflix Original ได้พร้อมกันในวันศุกร์ที่ 25 มกราคมนี้ ที่ Netflix เท่านั้น