Apr 02 2019

news

บ้านปลายเนินเปิดให้สาธารณชนเข้าชมอีกครั้งวันนริศ 29 เม.ย. ปี 2562

ต้องไปนะ
ท่ามกลางเมืองใหญ่ตึกสูงระฟ้ารถยนต์วุ่นวายย่านคลองเตย หากใครได้เข้าไปเยี่ยมเยียนสถานที่แห่งหนึ่งอย่าง 'บ้านปลายเนิน' ซึ่งอดีตเคยเป็นตำหนักประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ต้นราชสกุล จิตรพงศ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ศิลปินชั้นครูผู้ฝากผลงานศาสตร์ศิลปไว้มากมายนับไม่ถ้วน เชื่อว่าหลายคนอาจจะรู้สึกเช่นเดียวกันว่าเหมือนได้หลบไปอยู่ในอีกเมืองซึ่งมีความร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาพรรณ และโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานทั้งสมัยเก่าและใหม่ เปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชมได้แบบฟรี ๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดในวันที่ 29 เม.ย. ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันสำคัญชวนให้นึกถึงคุณูปการของนายช่างใหญ่แห่งกรุงสยามหรือที่รู้จักกันดีในชื่อ วันนริศ
 
 
 
สำหรับบ้านปลายเนิน ตำหนักไทยปลายเนิน หรืออีกชื่อว่า วังคลองเตยนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นชื่อเรียกที่แล้วแต่ใครจะคุ้นชินแบบไหน พิกัดอยู่บนถนนพระรามสี่ บ้านปลายเนินก่อสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2457 กรมพระยานริศฯ เดิมทีประทับที่วังท่าพระในเขตของพระมหาราชวัง สร้างผลงานมามากมายตั้งแต่ช่วง ร.4 ไม่ว่าจะ ทรงนิพนธ์เพลงเขมรไทรโยค หรือเนื้อร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ที่เรารู้จักกันดี ทั้งยังทรงออกแบบพระอุโบสถวัดเบญ ฯ เป็นต้น สมเด็จครูยังได้รับการเชิดชูพระเกียรติยศให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก โดย UNESCO เมื่อปี 2506 ซึ่งนับได้ว่าเป็นคนไทยคนที่สองที่ได้รับยกย่องระดับสากลเช่นนี้ และช่วงปลายของพระองค์ จึงเสด็จมาประทับยังบ้านปลายเนินจวบจนสิ้นพระชนม์ลงในปี พ.ศ. 2490 ตำหนักไทยนี้ถือเป็นพื้นที่รวมศิลปินต่างยุคต่างวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะหลากหลายแขนง หนึ่งในศิลปินต่างชาติที่สมเด็จครูอย่าง กรมพระยานริศฯ ทรงสนับสนุนเสมอมานั่นคือ คอร์ราโด เฟโรชี (Corrado Feroci) หรือที่รู้จักกันดีคือ ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี อาจารย์ฝรั่งผู้เป็นตัวแทนของมหาลัยวิทยาลัยศิลปากรคนนี้นี่เอง 
 
 
 
หลังจากการสิ้นพระชนม์ของกรมพระยานริศฯ มรดกทั้งหมดจึงสืบทอดสู่ทายาทในราชสกุลจิตรพงศ์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สำหรับบ้านปลายเนินในยุคสมัยปัจจุบันเป็นที่อาศัยของพระทายาทในราชสกุล ซึ่งยังเป็นสถานที่ตั้งของมูลนิธินริศรานุวัตติวงศ์ มีจุดประสงค์ในการจัดตั้งขึ้นเพื่อมอบรางวัลนริศ เพื่อให้เกียรติและสนับสนุนค่าใช้จ่ายอุปกรณ์การเรียน รวมถึงทุนต่าง ๆ แก่นิสิตนักศึกษา และนักเรียนจากทั่วประเทศในการเรียนรู้ศิลปไทยทุกแขนงมาเป็นเวลากกว่า 50 ปีแล้ว เพื่อพัฒนาส่งเสริมให้ความรู้ความสามารถด้านวิชาเฉพาะประจำชาตินี้ยังคงสืบสานอยู่ควบคู่กับแผ่นดินไทยสืบต่อไป 

 
 
 
ทายาทของบ้านปลายเนินยังคงเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมสถานที่ได้ในวันที่ 29 เม.ย. ของทุกปี และแน่นอนสถานที่นี้ได้รับความสนใจอย่างมาก ในวันนิรศของปีที่ผ่า่นมา (2560) มีผู้คนให้ความสนใจเดินทางมาเข้าร่วมชมพระตำหนักกันมากมายกว่า 2,000 คน และมาในปีนี้ 2561 ทายาทรุ่นที่สี่ของกรมพระยานริศฯ นำทีมโดย ม.ล.จิตตวดี จิตรพงศ์ ผู้สืบศักดิ์เป็นเหลนในวงตระกูลและทายาททุกคน วางแผนให้บ้านปลายเนินในยุคอนาคตด้วยการจัดทำทะเบียนแบบร่างฝีพระหัตถ์ของสมเด็จครู เตรียมปิดทำการซ่อมแซม อนุรักษ์อาคารสำคัญทั้งหลายหลังในบริเวณตำหนัก ทั้งยังสำรวจศิลปวัตถุโบราณ ผลงานของท่าน รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ประจำวันส่วนพระองค์ เพื่อเตรียมเปิดพิพิธภัณฑ์ให้สาธารณชนทั่วไปได้มาชมสิ่งอันมีคุณค่าต่าง ๆ ที่หลงเหลือเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์นี้ไว้ให้คนรุ่นใหม่อย่างเรา ๆ ได้ศึกษาเรียนรู้กันในปี พ.ศ. 2562 ที่กำลังเดินทางมาถึงนี้ เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีกับผู้ศึกษางานศิลปไทยตลอดจนถึงทุก ๆ คนที่สนใจจริง ๆ