Apr 20 2019

neighbourhood

Tai Kwun เปลี่ยนเรือนจำเก่ากลางเกาะฮ่องกงให้กลายเป็นพื้นที่ศิลปะสร้างสรรค์ของประชาชน

ฮ่องกงมีอะไรใหม่ ๆ ตลอดเลย
ฮ่องกงถือเป็นอีกหนึ่งเกาะที่เราแวะเวียนไปบ่อยอย่างกับเชียงใหม่ เพราะแม้จะเป็นเพียงเกาะเล็ก ๆ แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการต่าง ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เราจึงได้เจออะไรใหม่ ๆ แทบทุกครั้งที่ไปเยือนฮ่องกง และนั่นก็ทำให้เราไม่รู้สึกเบื่อเลยสิน่า อย่างครั้งนี้ที่เราแอบได้ยินว่าฮ่องกงเพิ่งมีคอมมูนิตี้ใหม่จากสถานที่ทางประวัติศาสตร์กลางเกาะ ก็ยิ่งอยากเห็นและสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง ของแบบนี้ก็ไม่ต้องรอให้เสียเวลา เพราะถ้าเราอยากไป ก็ไปได้เลยจ้า!
 
ที่บอกว่าไปได้เลยก็เพราะเดี๋ยวนี้เรามีไฟลต์ที่บินไปฮ่องกงให้เลือกเยอะมาก (และถี่มาก) แบบไม่ต้องห่วงเลยว่าจะเดินทางไปลำบาก อยากไปช่วงเวลาไหน จะถึงฮ่องกงเช้า สาย บ่าย เย็น ก็ทำได้ แถมเดี๋ยวนี้สายการบินแบบฟูลเซอร์วิสก็ราคาดีงามจนไม่ต้องพึ่งโลว์คอสเลย อย่างเราเองก็เลือกเดินทางด้วย Hongkong Airlines เพราะมีไฟลต์ให้เลือกเยอะถึงวันละ 5 ไฟลต์ แถมยังบริการแบบครบถ้วน เอนเตอร์เทนเมนต์บนเครื่อง โหลดกระเป๋าฟรี อาหารและเครื่องดื่มพร้อม ราคาก็ดีงาม เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเลยล่ะ 
 
 
 
หากเป็นสายแฮงก์เอาต์ยามค่ำคืนอยู่แล้ว ก็น่าจะรู้จักย่านกินดื่มอย่างหลานไกวฟง (Lan Kwai Fong) กันแน่ ๆ ซึ่งใครจะไปคิดว่าย่านที่สุดแออัด มีร้านรวงและบ้านเรือนอัดแน่น ที่มีถนนเส้นเล็ก ๆ ลัดเลาะแถมยังรถติดตลอดเวลาย่านนี้ จะมีหนึ่งสถานที่เงียบสงบตั้งอยู่ติดเส้นถนนฮอลลีวูด ที่นี่คือต่ายกู๋น (Tai Kwun) สถานที่ที่นักท่องเที่ยวไทยอาจยังไม่คุ้นเคยเท่าไหร่ แต่ที่จริงแล้วที่นี่เขาอยู่กับชาวฮ่องกงมาเป็นระยะเวลากว่าร้อยปีแล้วนะ ที่จริงแล้วต่ายกู๋นเคยเป็นอาคารสำนักงานกลางตำรวจมาก่อน (Central Police Station) ก่อนที่จะเลิกการใช้งานและปล่อยสถานที่เอาไว้โดยเปล่าประโยชน์ ถึงอย่างนั้นทางการก็ไม่ได้เลือกที่จะทุบอาคารทิ้ง (เหมือนบางประเทศแถวนี้ที่ชอบทุบทิ้งจัง) แต่นำมาบูรณะใหม่ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ภายใต้คอนเซปต์ "ศูนย์กลางแห่งมรดกและวัฒนธรรม" นั่นเอง
 
 
 
ตอนแรกดราที่เราเดินเข้ามานั้นต้องบอกว่าว้าวเลยแหละ เพราะมองจากภายนอกเข้ามานั้นไม่รู้จริง ๆ ว่าพื้นที่ข้างในจะกว้างใหญ่ขนาดไหน แต่พอเข้ามาแล้วก็พบว่าพื้นที่จุดนี้ใหญ่เอามาก ๆ แถมต่ายกู๋นยังไม่ได้มีแค่อาคารสำนักงานกลางตำรวจเท่านั้น แต่ที่นี่ประกอบด้วยลานกว้างตรงกลางที่เอาไว้จะดนิทรรศการหมุนเวียนกลางแจ้งต่าง ๆ ล้อมรอบด้วยตึกอิฐสีแดงสูงสองชั้นด้านซ้ายมือ ซึ่งเป็นอาคารสถานีกลางตำรวจนั่นแหละ 

 
อาคารนี้ถูกสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1864 มีชาวไทยที่อาศัยอยู่ในฮ่องกงคนหนึ่งเล่าให้เราฟังว่า ช่วงที่สร้างอาคารนี้ขึ้นมานั้น ฮ่องกงกำลังเติบโตและมีชาวจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาอาศัยและทำงานเป็นจำนวนมาก พอประชากรเติบโตเร็ว ปัญหาสังคมต่าง ๆ ก็ตามมา เริ่มมีคดีความต่าง ๆ เกิดมากขึ้น การควบคุมคนในฮ่องกงต้องจริงจังมากขึ้น เลยเกิดเป็นสถานีตำรวจกลาง ซึ่งมีตำรวจคอยจับกุมแล้ว ก็ต้องมีศาลคอยตัดสินความผิดด้วย จึงเกิดอีกอาคารเป็นสำนักงานคณะผู้พิพากษากลาง และเมื่อตัดสินคดี ก็ต้องมีที่กุมขังนักโทษ ที่นี่ก็ยังมีเรือนจำวิคตอเรียด้วยอีกต่างหาก และแน่นอนว่าคุกเก่านี้ก็ยังอยู่ และเปิดให้เราเข้าไปเดินดูในคุกได้ด้วย!
 
 
ที่นี่เขาเก็บทุกอย่างเอาไว้จริง ๆ นะ แม้กระทั่งต้นมะม่วงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมของลานกว้างนี้ก็มีตำนานเล่าขานเหมือนกันนะ ว่ากันว่าในสมัยก่อน คนจีนมักจะใช้ต้นมะม่วงในการทำนายพืชผลของปีนั้น ๆ เกษตรกรเชื่อว่าถ้าปีไหนมะม่วงออกผลเยอะ แปลว่าปีนั้นจะงานชุก ผลิดอกออกผลดี เป็นที่ปลื้มใจของเกษตรกร แต่พอต้นมะม่วงนี้มาอยู่ในกรมตำรวจ ปีไหนที่มะม่วงออกผลเยอะ ตำรวจหลายคนถึงกับกุมขมับเลย เพราะนั่นแปลว่างานเขาก็จะเยอะตามคำทำนาย และถ้างานของตำรวจเยอะ ก็แปลว่าปีนั้นจะมีคนไม่ดี และคดีความเกิดขึ้นให้บ้านเมืองวุ่นวายเยอะยังไงล่ะ
 
 
 
เราลองเดินเข้าไปในอาคารสีขาวเปลือกไข่สูง 4 ชั้นที่ตั้งอยู่อีกฝั่งของอาคารอิฐสีแดง อาคารนี้เดิมทีเป็นหอพักตำรวจที่ชื่อ Barrack Block มาก่อน มองไปจากลานกว้างก็ต้องบอกว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามเลยแหละ และได้รับอิทธิพลจากอังกฤษด้วยสไตล์แบบโคโลเนียลมาเยอะเหมือนกัน เพราะอาคารเหล่านี้ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นสมัยที่ฮ่องกงยังตกอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษด้วย ซึ่งบริเวณชั้นล่างของอาคารหอพักตำรวจนี้ จะมีนิทรรศการที่บอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาของอาคารทั้งหมดในพื้นที่แห่งนี้ว่าก่อนหน้านี้เคยใช้ในฐานะอะไรมาก่อน ซึ่งจริง ๆ แล้วในพื้นที่ต่ายกู๋นมีอาคารมากถึง 16 หลังเลยนะขอบอก ซึ่งข้อมูลก็คงหนีไม่พ้นเรื่องประวัติศาสตร์ ตึกที่โดนระเบิดจากสงคราม นักโทษคดีความต่าง ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนการควบคุมตัว ขั้นตอนการรับโทษ คลังอาวุธต่าง ๆ

 
 
 
 
และเมื่อเดินทะลุอาคารหอพักตำรวจเข้าไป ก็จะพบกับอีกอาคารที่แค่ดูบรรยากาศก็พอเดาได้แล้วล่ะว่าอาคารนี้เคยเป็นอะไรมาก่อน ที่นี่คือเรือนจำวิคตอเรีย คุกเก่าที่เคยมีไว้ใช้ขังนักโทษจริง ๆ ในอดีต แต่ด้วยขนาดที่ไม่เพียงพอ และการตั้งเรือนจำอยู่กลางเมือง ประชาชนจึงหวาดกลัวสวัสดิภาพของตนเอง ทำให้ตอนนี้ทางการได้ย้ายเรือนจำของฮ่องกงไปอยู่บนเกาะลันเตา (Lantau Island) แล้ว และเลิกใช้เรือนจำนี้อย่างถาวร

 
เรือนจำวิคตอเรียตอนนี้เปิดให้เข้าชมข้างในได้ด้วย พร้อมทั้งมีงานจัดแสดงที่ทำให้เราได้เห็นถึงวิถีชีวิตของนักโทษสมัยที่อยู่ในเรือนจำแห่งนี้ว่าทรมานสาหัสขนาดไหน พอเดินเข้าไปอย่างแรกที่รู้สึกคือข้างในนี้มันอึดอัดเอามาก ๆ กำแพงอิฐหนา ๆ กับโถงทางเดินมืด ๆ แคบ ๆ ห้องขังแต่ละห้องก็คับแคบมาก ๆ จนทำให้เรารู้สึกเลยว่าการขาดอิสระมันเป็นอย่างไร ความเจ๋งของนิทรรศการนี้คือเขาแสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ และบทลงโทษต่าง ๆ ในห้องขังด้วยการฉายภาพ Silhouette วิถีชีวิตของนักโทษเขาไปในกำแพง ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังยืนมองเหล่านักโทษจริง ๆ เลยแหละ
 
 
 
นอกจากอาคารเก่า ๆ หลังเดิมที่มีอยู่แล้ว ภายในพื้นที่ของต่ายกู๋นยังสร้างอาคารหลังใหม่เพื่องานศิลปะอีกด้วย โดยประกอบไปด้วย 2 อาคาร คือ JC Cube ซึ่งมีไว้สำหรับจัดประชุม จัดกิจกรรมต่าง ๆ มีห้องฉายภาพยนตร์ และห้องแสดงงานศิลปะด้วย

 
 
 
ส่วนอาคารอีกหลังถือเป็นอีกหนึ่งที่ที่เราใช้เวลาอยู่ในนี้เยอะมาก นั่นคืออาคาร JC Contemporary ที่สะดุดตาตั้งแต่สถาปัตยกรรมภายนอกอาคารที่ต้องบอกว่ารู้สึกแปลกมาก ๆ เพราะท่ามกลางอาคารเก่าทั้งกลายแหล่ในต่ายกู๋น ที่สร้างขึ้นด้วยปูนและอิฐสีขาวแดง แต่อาคารใหม่แห่งนี้กลับถูกล้อมด้วยวัสดุหน้าตาคล้ายโลหะทรงรี ที่มีรูโดนัทอยู่ตรงกลาง วางไล่เรียงกันไปจนครอบคลุมทั้งอาคาร แปลกตาและโดดเด่นกว่าอาคารหลังไหนในต่ายกู๋น แต่กลับเข้ากันดีอย่างไม่รู้สึกแปลกแยกเลยแหละ 
 
ว่าข้างนอกดูเก๋ไก๋เวอร์วังแล้ว ข้างในนี่แหละพระเอกของจริง เพราะที่อาคารแห่งนี้ออกแบบมาได้อย่างสวยงามและมีเอกลักษณ์เวอร์ ด้านในเป็นคอนกรีตเปลือยโชว์เนื้อหนังมังสา มีบันไดกลางที่วนเป็นวงรี ขดขึ้นไปเรื่อย ๆ เหมือนก้นหอย พื้นบันไดไม้สีอ่อนที่บางจุดทำขั้นบันไดให้กว้างและชันขึ้น เพื่อเปลี่ยนพื้นที่บริเวณนั้นให้เป็นเวทีเล็ก ๆ ก็ทำได้ เราสามารถไต่บันไดขึ้นไปแต่ละชั้น แวะเวียนดูห้องจัดแสดงผลงานศิลปะระหว่างชั้นไปได้เรื่อย ๆ อย่างช่วงที่เราไปนั้นกำลังมีผลงานของ 11 ศิลปินที่มา Performing ในชื่อ The Violence of Gender ที่นำเสนอเรื่องราวของเพศสภาพต่าง ๆ ออกมาอย่างชักเจนและตรงไปตรงมาจนผลงานบางชิ้นต้องบอกว่าไม่เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีเลยแหละ 
 
 
 
นอกจากนี้บางชั้นยังมีบริการห้องสมุด ที่รวบรวมหนังสือเกี่ยวกับศิลปะและดีไซน์เอาไว้ บางชั้นยังมีห้องมินิเธียเตอร์ คอยฉายภาพยนตร์ศิลปะและสารคดีต่าง ๆ ให้เราสามรรถเข้าชมได้ฟรี และแต่ละชั้นยังมีเก้าอี้หรือบีนแบ๊กกระจายให้เราได้หย่อนก้อนพักสบาย ๆ ด้วย ขอบอกอีกอย่างว่าที่ JC Contemporary แต่ละมุมของอาคารควรค่าแก่การแชะรูปเอาไปลงอินสตราแกรมมาก อยากให้ทุกคนเตรียมท่ามาให้พร้อม หาโอกาสพอเหมาะพอเจาะในช่วงที่ผู้คนกำลังน้อย และแชะภาพรัว ๆ เลยจ้า รับรองว่าสวยทุกมุม คุ้มสุด ๆ! (แต่หาช่วงเวลาที่คนน้อยยากหน่อยนะ เพราะที่นี่เขากำลังฮอตจริงอะไรจริงจ้า) 

 
 
ส่วนใครที่เดินเล่นอยู่ในต่ายกู๋นนานแล้วหิว ก็ยิ่งไม่ต้องห่วงเข้าไปใหญ่ เพราะทั้งในอาคารสถานีกลางตำรวจเก่า ก็มีร้านอาหารและคาเฟ่ให้ได้ไปลองชิมกันเยอะแยะเลย นอกจากนี้ในอาคารหอพักตำรวจ ก็ยังอัดแน่นไปด้วยชอปเก๋ ๆ ครีเอทีฟ ๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วอาคาร เช่น ร้านเซรามิคน่ารัก ๆ อย่าง Loveramics และ Touch, ร้านเสื้อผ้า Yuen's Tailor, ร้านผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์อย่าง Bonart / Glue & Goods / No Brand No Name และร้านค้าอื่น ๆ อีกเยอะแยะไปหมด ขอบอกว่าเตรียมเงินไปเยอะ ๆ ไดเลย คนรักงานดีไซน์ต้องชอบแน่ ๆ 
 
 
Soimilk Says: สำหรับใครที่มีแผนจะไปเที่ยวฮ่องกงตอนนี้ เราอยากให้ลองใส่ต่ายกู๋นไว้ในตารางเที่ยวอีกสักที่ เพราะที่นี่มีอะไรให้ทำเยอะแยะมากมาย เผื่อเวลาไว้สักครึ่งวันกำลังดี อีกอย่างหนึ่งคืออย่าลืมเตรียมเมมโมรีการ์ดสำหรับแชะภาพมาเยอะ ๆ เพราะที่นี่มีมุมให้เก็บรูปเอาไว้ไปโพสต์ลงอินสตราแกรมเยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะไปยืนตรงไหน มองไปมุมไหนก็สวยเก๋ทั้งนั้น ต่ายกู๋นน่าจะเป้นอีกหนึ่งสถานที่ที่คอมิวเซียม และสายอาร์ตจะต้องชอบมาก ๆ แน่นอน

 
Tai Kwun (ต่ายกู๋น) เข้าชมฟรี ลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนเข้าชม ที่นี่ เวลาทำการ ทุกวัน 11:00-20:00 น. ถ.ฮอลลีวูด เซนทรัล ฮ่องกง MRT เซนทรัล แล้วเดินอีกประมาณ 300 เมตร